เศร้าทั้งหมู่บ้าน เผา 'บุญรอด' เหยื่อตึก สตง.ถล่ม ด้าน 2 พ่อลูกรอดชีวิต เล่านาทีหนีตาย
เศร้าทั้งหมู่บ้าน เผาศพ บุญรอด เหยื่อตึก สตง.ถล่ม พ่อแม่ยันไม่ได้หวังเอาชีวิตลูกแลกเงิน ส่วนเพื่อนบ้านแรงงานรอดชีวิต เปิดใจยังอยากกลับไปทำงานอีก เพราะความจน ด้านผู้ใหญ่บ้านวอนภาครัฐแก้ปัญหาแรงงานพลัดถิ่น
เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่เมรุวัดป่าคำสว่าง สามัคคีธรรม หมู่ 10 บ้านคำสว่าง ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม นายสมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอเมืองนครพนม เป็นประธานประกอบพิธีฌาปนกิจ นายบุญรอด อายุ 34 ปี แรงงานก่อสร้าง ช่างเชื่อมที่เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งทำให้ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม
โดยมีพ่อแม่ของนายบุญรอดคือนายอุลัย อายุ 62 ปี และนางสุดา อายุ 61 ปี รวมถึงญาติพี่น้อง และชาวบ้าน ร่วมส่งดวงวิญญาณตามประเพณีความเชื่อ ท่ามกลางความโศกเศร้า เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้มีแรงงานพลัดถิ่นไปทำงานก่อสร้างที่ตึกดังกล่าวมากถึง 5 ราย เสียชีวิต 1 ราย สูญหายอีก 1 ราย และรอดชีวิตกลับบ้านปลอดภัย 3 ราย
พ่อแม่ผู้เสียชีวิตยืนยันว่า ยังทำใจไม่ได้ แม้จะได้รับเงินชดเชยเยียวยารวมเกือบ 2 ล้านบาท แต่ยังรับไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น เพราะไม่ได้ต้องการเอาชีวิตลูกแลกเงิน พร้อมจะใช้จ่ายประหยัด และเกิดประโยชน์มากที่สุด
ด้านนายบุญสา อายุ 51 ปี รวมถึงลูกชายคือนายขจรศักดิ์ อายุ 19 ปี แรงงานสองพ่อลูกที่รอดชีวิต เปิดเผยว่า ไปทำงานได้ประมาณ 1 ปี เพราะมีเพื่อนบ้านชักชวนไป ทำงานเป็นช่างติดตั้งระบบสปริงเกลอร์ดับเพลิงภายในอาคาร ไม่อยากไปทำงานต่างถิ่น แต่ไม่มีงานทำ หวังเก็บเงินหนีความยากจน ได้ค่าแรงวันละ 900 บาท รวมกับลูกชาย ตกวันละกว่า 1,000 บาท เพราะในหมู่บ้านไม่มีงานทำหลังฤดูเก็บเกี่ยว
สองพ่อลูกเล่าว่า ช่วงเกิดเหตุทำงานบนชั้น 5 ของตึก ทีแรกนึกว่ามีอาการเวียนหัว แต่ได้ยินเสียงตึกถล่ม จึงวิ่งหนีเอาชีวิตรอดลงมาทางบันไดหนีไฟ คิดว่าตัวเองจะไม่รอด ออกมาพ้นตึกจึงถล่มพังทั้งหมดถึงรู้ว่ารอดชีวิต ยืนยันว่าอยากกลับไปทำงานอีก เพราะมีภาระหนี้สินและต้องหาเงินดูแลครอบครัว ส่วนการดูแลเยียวยา แล้วแต่ภาครัฐจะเห็นใจ
ด้านนายวินิจ อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านคำสว่าง หมู่ 6 ต.วังตามัว อ.เมือง จ.นครพนม เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่บ้านคำสว่างเป็นหมู่บ้านแฝด ขนาดใหญ่ มีพื้นที่ 3 หมู่บ้าน คือหมู่ 5-6-10 รวมประมาณ 700 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 3,000-4,000 คน ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องแรงงานพลัดถิ่น เพราะส่วนใหญ่ทำนาปี ปลูกมันสำปะหลัง แต่ช่วงฤดูแล้งจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทำการเกษตร ไม่มีรายได้ ส่วนใหญ่จึงเดินทางไปทำงานก่อสร้างที่ กทม.
นายวินิจกล่าวว่า คาดว่ามีแรงงานที่ไปทำงานต่างจังหวัดไม่ต่ำกว่าปีละ 300-400 คน ที่ผ่านมามีระบบชลประทาน แต่ไม่สามารถใช้งานครอบคลุมพื้นที่ บางโครงการที่หน่วยงานภาครัฐจัดสรรลงมา แต่ไม่ตรงกับความต้องการของชาวบ้าน ฝากภาครัฐ รวมถึงรัฐบาลพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรให้เพียงพอ และส่งเสริมอาชีพการเกษตรให้มีรายได้ จะช่วยแก้ปัญหาแรงงานพลัดถิ่นได้มากพอสมควร หากมีรายได้ก็จะลดปัญหาชาวบ้านไปขายแรงงานต่างจังหวัด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศร้าทั้งหมู่บ้าน เผา ‘บุญรอด’ เหยื่อตึก สตง.ถล่ม ด้าน 2 พ่อลูกรอดชีวิต เล่านาทีหนีตาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th