โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เช็คที่นี่!‘กสทช.’แจงเงื่อนไข-วิธีประมูลคลื่นความถี่ระบบวิทยุ FM ระดับภูมิภาค

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 พ.ย. 2567 เวลา 17.00 น.

‘กสทช.’ชี้แจงการยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ระบบ FM และเงื่อนไขและวิธีการประมูลสำหรับวิทยุกระจายเสียงประเภทธุรกิจระดับท้องถิ่น

22 พฤศจิกายน 2567 พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) เป็นประธานการประชุมชี้แจงการยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ระบบ FM สำหรับการให้บริการกระจายเสียงประเภทธุรกิจ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งได้กำหนดคลื่นความถี่จำนวน 2,507 คลื่นความถี่ที่สามารถใช้งานได้ในระดับท้องถิ่น โดยเป็นการชี้แจงกระบวนการ ขั้นตอน และวิธีการยื่นคำขอรับใบอนุญาตรวมทั้งเงื่อนไขและวิธีการประมูล เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งรายเดิมที่มีอยู่ปัจจุบันจำนวนประมาณ 2 พันกว่าสถานี และผู้ประกอบการรายใหม่ ได้เข้าใจและตอบข้อซักถาม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 500 คน

สำหรับการอนุญาตกิจการกระจายเสียงประเภทธุรกิจตามประกาศเชิญชวนนี้ แม้ว่าตามกฎหมายกำหนดให้ต้องใช้วิธีการประมูล อย่างไรก็ตามได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอและเงื่อนไขการประมูล เพื่อมุ่งส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการที่อยู่ในท้องถิ่นนั้นจริงและป้องกันมิให้เกิดนายทุนเข้ามาผูกขาด

ขณะเดียวกัน มีหลักเกณฑ์ที่สำคัญ คือ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีบุคคลผู้มีสัญชาติไทยซึ่งมีผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นมีภูมิลำเนาภายในจังหวัดนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้น โดยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก่อนวันยื่นคำขอ เป็นต้น ขณะที่ผู้ขอรับใบอนุญาตที่มีสิทธิเข้าร่วมประมูล ต้องไม่เป็น “ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน” ทั้งในเชิงบริหารและในเชิงทุน ตามที่ประกาศฯ กำหนด เป็นต้น และจำนวนใบอนุญาต ระดับท้องถิ่น นั้น กำหนดให้ 1 นิติบุคคล สามารถยื่นคำขอได้สูงสุดไม่เกิน 2 คลื่นความถี่ภายในจังหวัดเดียวกัน และเมื่อสิ้นสุดการประมูลสามารถเลือกเป็นผู้ชนะได้เพียงแค่ 1 คลื่นความถี่ เท่านั้น

ทั้งนี้ จะต้องเตรียมเอกสารที่ใช้ในการยื่นคำขอให้ครบถ้วน และต้องยื่นผ่านระบบ e-BCS ในระหว่างวันที่ 28 พ.ย. - 27 ธ.ค. 67 รวมทั้งชำระค่าธรรมเนียมคำขอในอัตรา 5,350 บาท (รวม VAT) ต่อคลื่นความถี่ รวมทั้งหลักประกันการประมูล 10% (2,500 บาท) ของราคาขั้นต่ำของคลื่นความถี่ ที่กำหนดราคาที่ 25,000 บาท ซึ่งหากผู้ประกอบการรายเดิมที่ได้รับอนุญาตให้ทดลองออกอากาศไม่มายื่นภายในระยะเวลาที่กำหนดจะต้องสิ้นสุดการทดลองออกอากาศภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 นี้ทันที แต่หากมายื่นจะได้รับสิทธิการทดลองออกอากาศต่อตามบทเฉพาะจนกว่า กสทช. จะสั่งไม่ออกใบอนุญาตหรือสั่งเป็นอย่างอื่น เช่นเดียวกับประเภทชุมชนและสาธารณะ

สำหรับการประมูลจะดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) โดย กสทช. จะทำการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอให้แล้วเสร็จ และจะให้ผู้ยื่นคำขอที่ผ่านและมีสิทธิเข้าร่วมประมูลทำการทดลองทดสอบ (Mockup) ก่อนการประมูลจริง โดยคาดว่าจะจัดการประมูลได้ประมาณกลางปีหน้า ซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป

นอกจากนี้เงื่อนไขและวิธีการประมูล ผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถเสนอราคาเพิ่มกี่ครั้งก็ได้ โดยต้องเสนอราคาครั้งแรกสูงกว่าราคาเริ่มต้น และหากต้องการเป็นผู้ชนะต้องเสนอราคาที่สูงกว่าราคาสูงสุด ณ ขณะนั้น สำหรับการเสนอราคาเพิ่มในแต่ละครั้งจะต้องเสนอเป็นจำนวนเต็มเท่าของขั้นราคา 1,000 บาท โดยกำหนดระยะเวลาในการประมูล 60 นาที ต่อ คลื่นความถี่ กรณีสิ้นสุดระยะเวลาการประมูลแล้ว ยังคงมีการเสนอราคาเท่ากัน จะขยายระยะเวลาครั้งละไม่เกิน 5 นาที จนกว่าจะได้ผู้ชนะการประมูล

“การยื่นขอรับใบอนุญาตตามประกาศเชิญชวนสำหรับวิทยุกระจายเสียงระดับท้องถิ่นประเภทธุรกิจในครั้งนี้ ต้องใช้วิธีการประมูลตามที่กฎหมายกำหนด แม้ว่าในตอนแรกจะได้รับการคัดค้านจากผู้ประกอบการรายเดิม ที่มีความห่วงใยว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่ต้องการที่จะปรับตัวเพื่อเข้าสู่ระบบใบอนุญาต เนื่องจากคุ้นเคยกับการเป็น

ผู้ทดลองมานานเกือบ 30 ปี อย่างไรก็ตาม ผมต้องขอขอบคุณที่ปัจจุบันทั้งผู้ประกอบการรายเก่าและผู้ที่สนใจรายใหม่ มีความเข้าใจต่อความมุ่งมั่นของผมและได้เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นกันมาโดยตลอด โดยที่การทำหน้าที่ของผมในฐานะ กสทช. ที่ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ใดๆ ให้ “Free & Fair“ หรือ “เสรีและเป็นธรรม” แก่ประชาชนผู้ประกอบการทุกฝ่ายให้ได้นั้น สิ่งสำคัญ คือ กสทช. ในฐานะผู้ออกหลักเกณฑ์รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะต้อง “Clean & Clear“ หรือ “สะอาดและโปร่งใส” จึงจะทำหน้าที่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี และหากสังคมใดมีหลักเกณฑ์ที่ “Free & Fair“ แล้วจะทำให้สังคมนั้น “Care & Share“ หรือ “ดูแลและแบ่งปัน” กันและกัน ซึ่งหลักการนี้เป็นสิ่งที่ผมถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ศึกษาอยู่ที่ประเทศเยอรมนี และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้กิจการกระจายเสียง ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...