โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กลยุทธ์ Cannibalization ในวงการร้านสะดวกซื้อ ตั้งใกล้กันแต่ไม่แย่งลูกค้ากันเอง

TODAY Bizview

อัพเดต 27 ม.ค. 2568 เวลา 20.43 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2568 เวลา 13.42 น. • workpointTODAY

เคยสงสัยไหมว่าทำไม “ร้านสะดวกซื้อ” ถึงชอบมาตั้งสาขาใกล้ๆ กัน แทนที่จะไปตั้งห่างกัน จะได้ไม่แย่งลูกค้ากันเอง ? อย่างเช่น ร้าน 7-Eleven ที่ชอบตั้งสาขาใกล้ๆ กันเอง แถมในบางพื้นที่ยังมี ‎Lotus’s go fresh ที่ก็เป็นของเครือ CP เหมือนกัน มาเปิดสาขาใกล้ๆ กันอีก

ในโลกธุรกิจ ปรากฏการณ์แบบนี้เรียกว่า “Cannibalization” หรือการยอมกินส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ของตัวเองก่อนที่จะมีคู่แข่งเข้ามากิน

ปรากฏการณ์ Cannibalization เป็นอย่างไร? TODAY Bizview อธิบายให้ครบจบในโพสต์นี้

ถ้าธุรกิจไหนไปได้สวยเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีคนอยากมาเป็น “คู่แข่ง” ร่วมแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด รวมถึงธุรกิจร้านสะดวกซื้อด้วย ในที่นี้ลองนึกภาพว่า 7-Eleven ไปเปิดสาขาในชุมชนแห่งหนึ่งแล้วกระแสผลตอบรับดีมาก

ก็เป็นไปได้ว่า พื้นที่ตรงนั้นอาจจะมีร้านสะดวกซื้อแบรนด์อื่น อย่างเช่น CJ MORE, Big C Mini หรือ Lawson 108 มาเปิดใกล้ๆ กันได้ เพราะธุรกิจประเภทเดียวกันมักจะมีฐานลูกค้า และกลุ่มเป้าหมายใกล้เคียงกันอยู่แล้ว

การไปเปิดร้านใกล้ๆ คู่แข่งที่ประสบความสำเร็จ จะเหมือนเป็นการการันตีว่าพื้นที่ตรงนั้น มีกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์อยู่ และมีโอกาสที่ธุรกิจจะไปรอด มากกว่าเสี่ยงไปตั้งร้านในทำเลใหม่ๆ ที่ยังไม่มีอะไรมาการันตีว่าเปิดแล้วจะประสบความสำเร็จไหม

เป็นสาเหตุว่า ทำไมเราถึงมักจะเห็นธุรกิจที่เป็นคู่แข่งกัน ชอบมาเปิดร้านใกล้ๆ กัน เช่น CJ MORE ชอบเปิดร้านใกล้ 7-Eleven หรือ McDonald’s ชอบตั้งร้านอยู่ใกล้ KFC เสมอ เพื่อป้องกันปัญหานี้ หลายๆ แบรนด์เลยชอบใช้กลยุทธ์ ที่เรียกว่า “Cannibalization”

คือ แทนที่จะให้คู่แข่งเข้ามาเปิดสาขาใกล้ๆ และแย่งลูกค้าไป ก็ชิงเปิดสาขาใหม่ก่อน เพื่อแย่งลูกค้าของตัวเองก่อน โดยหนึ่งในแบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์นี้ชัดมากก็คือ 7-Eleven ถ้า 7-Eleven สาขาไหนกระแสดี และมีแนวโน้มให้บริการไม่ทันตามความต้องการของลูกค้า CPALL จะรีบทำการขยาย 7-Eleven สาขาใหม่ในบริเวณใกล้ๆ นั้นทันที

(กรณีที่ 7-Eleven สาขาเดิมมีเจ้าของเป็นผู้ซื้อเฟรนไชส์ CPALL จะให้สิทธิ์เจ้าของเดิมในการขยายสาขาก่อนเสมอ)

การทำแบบนี้ แน่นอนว่าจะทำให้ยอดขายของร้านสาขาแรกลดลง เพราะโดนสาขาใหม่มาแย่งยอดขาย แต่ในทางกลับกันร้านสาขาใหม่กันจะช่วยป้องกันไม่ให้คู่แข่งเข้ามาแย่งลูกค้าไปได้

อธิบายให้เห็นภาพ คือ สมมติว่า ร้าน 7-Eleven สาขาแรกมีกระแสตอบรับดีมาก มีคนเข้าร้าน 1,000 คนต่อวัน จนเริ่มให้บริการลูกค้าไม่ทัน CPALL เลยตัดสินใจเปิด 7-Eleven สาขาใหม่ห่างออกไป 200 เมตร ปรากฏว่า

  • สาขาเดิม จากมีคนเข้า 1,000 คนต่อวัน ลดเหลือ 700 คนต่อวัน
    [        * สาขาใหม่ มีคนเข้า 500 คนต่อวัน  ]

แม้ 7-Eleven สาขาแรกจะถูกแย่งลูกค้าไป 300 คนต่อวัน แต่อย่างน้อยคนที่ แย่งไปก็คือร้าน 7-Eleven ด้วยกันเองนับว่าเป็นการ Cannibalization

กลับกัน ถ้าปล่อยให้แบรนด์คู่แข่งอย่าง CJ MORE หรือ Big C Mini มาเปิดร้านในบริเวณเดียวกัน แล้วสมมติว่าแย่งลูกค้าจาก 7-Eleven สาขาแรกไปได้ 300 คนเท่ากัน ในภาพรวม 7-Eleven อาจเหลือลูกค้าเข้าร้านต่อวันแค่ 700 คนแทนที่จะเป็น 1,200 คนก็ได้

ดังนั้น ถ้ามองในมุมของ CPALL การเปิดสองสาขาใกล้ๆ กัน เลยเป็นตัวเลือกที่ดีกว่านั่นเอง

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเห็นภาพของการทำ Cannibalization มากขึ้นแล้ว ว่าทำไมร้านสะดวกซื้อถึงชอบเปิดร้านใกล้ๆ กันเอง แต่กลยุทธ์นี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยงเลย เพราะถ้าหากแบรนด์ขยายสาขาจนแย่งลูกค้ากันเองมากเกินไป จำนวนลูกค้าของแต่ละสาขาก็อาจลดลงจนถึงจุดที่ไม่คุ้มกับต้นทุนการดำเนินงานของร้านในแต่ละสาขา เช่น ค่าการบริหาร, ค่าเช่า, เงินเดือนพนักงาน รวมถึงค่าประกัน ต่างๆ ซึ่งอาจกระทบกับภาพรวมของแบรนด์ในระยะยาวได้นั่นเอง…

ที่มา

  • https://wwwinvestopediacom/terms/m/marketcannibilizationasp
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...