โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Kelly Marie Tran กับกระแสความเกลียดชังแค่เพราะเธอมีเชื้อสายเอเชีย แต่ดันมาได้รับบทใหญ่ในแฟรนไชส์ Star Wars

Mirror Thailand

อัพเดต 02 ธ.ค. 2567 เวลา 02.42 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2567 เวลา 02.42 น.
ภาพไฮไลต์

“ฉันไม่เคยประกาศเรื่องนี้ต่อสาธารณะเลยค่ะ แต่ที่จริงแล้ว ฉันเป็นเควียร์”

เคลลี มารี ตรัน (Kelly Marie Tran) นักแสดงชาวอเมริกันเชื้อสายเวียดนาม ผู้เป็นที่รู้จักในวงกว้างจากแฟรนไชส์ Star Wars เพิ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อ Vanity Fair ขณะคุยถึงหนังเรื่องใหม่อย่าง The Wedding Banquet (2025) ซึ่งเป็นหนังรีเมคจากหนังชื่อเดียวกันปี 1993 ของ อั้งลี่ ว่าด้วยเกย์จากครอบครัวจีนอพยพที่พ่อแม่รบเร้าให้แต่งงานเพื่อมีหลาน เขาจึงหาทางออกด้วยการแต่งงานกับสาวจีนซึ่งยินยอมเข้าพิธีกับเขาโดยดีเพราะหวังกรีนการ์ดทำงานในสหรัฐฯ

ยังไม่มีการเปิดเผยแน่ชัดว่าตัวหนังฉบับรีเมคนั้นจะดัดแปลงจากบทภาพยนตร์ดั้งเดิมแค่ไหน ในภาพใหญ่ หนังยังคงธีมที่ว่าด้วยความหลากหลายทางเพศกับกรอบประเพณีแบบอนุรักษ์นิยม โดยตรันรับบทเป็น แองเจลา หญิงสาวที่พยายามตั้งครรภ์ผ่านการทําเด็กหลอดแก้ว (IVF) กับแฟนสาวของเธออย่าง ลี

ตรันเล่าถึงประสบการณ์การรับบทตัวละครที่เป็นเควียร์ว่า “ฉันไม่เคยรับบทที่ตัวละครเป็นเควียร์มาก่อนเลย และไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองได้รับการยอมรับขนาดนี้มาก่อน”
ย้อนไปก่อนหน้านั้น ครอบครัวของเธอเป็นผู้ลี้ลัยชาวเวียดนามที่อพยพมาสหรัฐฯ ช่วงที่เกิดสงครามเวียดนาม “พ่อแม่ฉันจำต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองและย้ายมายังถิ่นฐานแห่งใหม่โดยไม่มีพ่อแม่ของตัวเองมาด้วย ทั้งยังไม่ได้กลับไปเจอครอบครัวตัวเองที่บ้านเกิดยี่สิบกว่าปีได้” เธอว่า เส้นทางการแสดงของเธอเริ่มจากงานโฆษณาเล็กๆ หรือบทสมทบในโทรทัศน์ และบทที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือ โรส ทิโค (Rose Tico) ช่างยนต์หญิงคนเก่งแห่งจักรวาล Star Wars ในภาค The Last Jedi (2017) หนังทุนสร้าง 300 ล้านเหรียญฯ และทำรายได้ไปกว่าหนึ่งพันล้านเหรียญฯ จากทั่วโลก มันได้ปักหมุดหมายให้ตรันเป็นนักแสดงหญิงเอเชีย-อเมริกันคนแรกที่รับบทนำในแฟรนไชส์สงครามแห่งดวงดาวนี้ และยังทำให้เธอเป็นสาวเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ได้ขึ้นปกนิตยสาร Vanity Fair ด้วย

หนังประสบความสำเร็จมหาศาล และตรันยังได้กลับมาในภาคต่ออย่าง The Rise of Skywalker (2019) หากแต่ราคาอีกด้านที่เธอต้องจ่ายอย่างไม่จำเป็นก็แพงเหลือประมาณ เมื่อเธอถูกแฟนหนังกลุ่มหนึ่งโจมตีว่าไม่เหมาะกับบทเพราะเธอเป็นคนเอเชีย หรือแม้แต่บอกว่าตัวละครที่เป็นช่างซ่อมยานไม่ควรเป็นผู้หญิง และรุนแรงระดับว่าเว็บไซต์ข้อมูลเกี่ยวกับตัวละครและตัวเธอถูกแก้ไข เขียนเสียใหม่ให้มีเนื้อหามุ่งร้ายและเหยียดเพศกับเหยียดเชื้อชาติ ถึงขั้นที่เจ้าของเพจต้องถอดระบบให้สมาชิกแก้ไขข้อมูลได้ออกเพื่อปกป้องตรันจากการถูกโจมตี ยังไม่ต้องพูดถึงอินสตาแกรมของเธอที่ไม่ว่าจะลงรูปอะไร เก่าหรือใหม่แค่ไหน ก็ตกเป็นเป้าการให้ร้ายและการแสดงความเห็นอันเหยียดหยามชิงชังโดยไร้เหตุผลจนเธอต้องลบรูปภาพจากอินสตาแกรมทั้งหมดออก พร้อมระบุข้อความว่า “กลัวนะ แต่ยังไงก็จะทำต่อไป”

กรณีการถูกคุกคามทางออนไลน์ของตรันทำให้ผู้กำกับ, นักแสดงและทีมงานจากหนัง The Last Jedi ออกมาประณามคนที่แสดงความเห็นที่สื่อถึงความเกลียดชังครั้งใหญ่ เรื่อยไปจนถึงคนในวงการฮอลลีวูดคนอื่นๆ ที่รับไม่ได้กับเหตุการณ์ดังกล่าว มีแฮชแท็ก #ForceOutHate กับ #RallyForRose จากเหล่าแฟนๆ ที่แสดงตัวว่าพวกเขาสนับสนุนตรันอยู่

ปี 2018 ตรันเขียนบทความเผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ The New York Times เล่าถึงช่วงเวลาที่เธอถูกโจมตีเพราะเพศและเชื้อชาติ “คำพูดของคนพวกนั้นยืนยันสิ่งที่การเติบโตมาในฐานะผู้หญิงและคนผิวสีได้สอนฉันไว้ นั่นคือฉันสมควรมีตัวตนและอยู่แค่ในพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยเท่านั้น”

“คำพูดพวกนั้นปลุกบางสิ่งซึ่งอยู่ลึกลงไปในใจฉัน ความรู้สึกที่ฉันคิดว่าตัวเองข้ามพ้นมาได้แล้ว มันคือความรู้สึกเดียวกันกับตอนที่ฉันอายุเก้าขวบ ตอนที่หยุดพูดภาษาเวียดนามเพราะเชื่อจะถูกเด็กคนอื่นๆ ล้อเลียน หรือตอนอายุ 17 ครั้งที่ออกไปกินมื้อค่ำกับแฟนหนุ่มผิวขาวและครอบครัวของเขา ฉันสั่งอาหารเป็นภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์แบบอย่างที่สุดเพื่อสร้างความประทับใจให้พนักงานเสิร์ฟ ซึ่งบอกว่า ‘ว้าว น่ารักจริงๆ ที่มีนักเรียนแลกเปลี่ยนมาด้วย’”

“คำพูดเหล่านั้นตอกย้ำสิ่งที่ฉันได้ยินมาทั้งชีวิต ว่าฉันนั้น ‘เป็นอื่น’ ฉันไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกับพวกเขา ฉันยังดีไม่พอแค่เพราะฉันไม่เหมือนพวกเขา และความรู้สึกนั้น ฉันก็เพิ่งมาเข้าใจเอาในตอนนี้เอง ว่ามันคือความอับอาย อับอายจากสิ่งที่ทำให้ฉันต่างจากคนอื่น อับอายจากวัฒนธรรมของตัวเอง”

“ฉันถูกล้างสมองให้เชื่อว่าการมีตัวตนของฉันมีแค่เพื่อให้คนอื่นยอมรับเท่านั้น ฉันถูกทำให้เชื่อว่าร่างกายของฉันไม่ใช่ของตัวเอง ว่าฉันจะสวยก็เมื่อคนอื่นเชื่อว่าฉันสวยโดยไม่แยแสความเห็นของตัวเอง ฉันถูกบอกเรื่องเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยสื่อ โดยฮอลลีวูด โดยบริษัทที่ได้ผลประโยชน์จากความไม่มั่นใจของฉัน และฉวยโอกาสให้ฉันซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง รองเท้าของพวกเขาเพื่อถมเต็มความว่างเปล่าซึ่งพวกเขาไม่เคยทำให้มันหายไปได้เลย”

“ฉันอยากอยู่ในโลกที่เด็กๆ ผิวสีไม่ต้องใช้เวลาช่วงแรกรุ่นโดยหวังว่าตัวเองจะเกิดมาเป็นคนขาว ฉันอยากใช้ชีวิตในโลกที่ผู้หญิงไม่ต้องถูกประเมินแค่จากรูปลักษณ์, การกระทำหรือแค่การมีตัวตนของเธอเท่านั้น ฉันอยากอยู่ในโลกที่คนทุกเชื้อชาติ, ทุกศาสนา, ทุกชนชั้นในสังคมและทุกเพศวิถี ทุกอัตลักษณ์ทางเพศและทุกขีดความสามารถถูกมองเห็นในแบบที่พวกเขาเป็น นั่นคือความเป็นมนุษย์” โดยในเวลาต่อมา ตรันเล่าถึงบรรยากาศการเขียนบทความดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่เขียนยากอย่างเหลือเชื่อ หากแต่ก็ “เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ฉันภูมิใจในสายอาชีพนี้มากที่สุดเลยค่ะ”

ทั้งนี้ การคุกคามออนไลน์ที่เกิดขึ้นกับตรันถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหู เพราะนอกเหนือจากตรันแล้ว นักแสดงบางคนก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อันเนื่องมาจากรูปลักษณ์, เพศหรือชาติพันธุ์เช่นกัน เพียงแค่ไม่หนักหน่วงรุนแรงจนกลายเป็นกระแสเท่าที่ตรันเคยเจอ กระนั้น ถึงที่สุดเราอาจต้องย้ำว่า ไม่มีใครสมควรต้องรับมือหรือเผชิญปัญหาเหล่านี้ ขณะที่อีกหลายคนก็มองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นก็เพราะแฟนคลับบางส่วนของ Star Wars หลายคน ‘toxic’ และ ‘เสียงดัง’ ซึ่งหมายถึงการแสดงความเห็นโดยไม่แยแสเหตุและผล ที่ถึงที่สุดแล้วส่งผลลบต่อภาพลักษณ์ของกลุ่มแฟนคลับและตัวแฟรนไชส์เองในที่สุด

อ้างอิง

https://www.weareresonate.com/2024/11/the-wedding-banquet-kelly-marie-tran-comes-out-as-queer-ive-never-truly-felt-this-accepted-before/

https://variety.com/video/star-wars-kelly-marie-tran-life-story-rose-tico/

https://www.nytimes.com/2018/08/21/movies/kelly-marie-tran.html

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...