รู้จักกลุ่มอาการโรค "กิลแลง-บาร์เร"
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยา ลัยมหิดล เปิดเผยว่า ประเทศเปรู ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพ เป็นเวลา 90 วัน เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2566 ที่ผ่านมา เพื่อต่อสู้กับ "การเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ" ของกลุ่มอาการ "กิลแลง-บาร์เร" Guillain-Barre Syndrome (GBS) ที่มีผู้ป่วยเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่าตกใจถึง 165 คน ในเวลาเพียงเดือนเดียว โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตถึง 4 คน ที่เชื่อมโยงกับอาการ GBS
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศูนย์ระบาดวิทยาการป้องกันและการควบคุมโรคแห่งชาติ (CDC) ของเปรู ได้ออกประกาศเตือนภัยทางการระบาด หลังพบผู้ป่วยที่พุ่งสูงขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ
จำนวนผู้ป่วย GBS เฉลี่ยต่อเดือนที่เปรูเดิมน้อยกว่า 20 คน ต่อเดือนทั่วประเทศ แต่ระหว่างสัปดาห์ที่ 23 - 27 ของปี 2566 มีรายงานผู้ป่วย 96 คน โดย 77.1% มาจากลิมา ลาลิเบอร์ตาด ลัมบาเยเก ปิอูรา และกาฆามาร์กา
เช็กสัญญาณเริ่มต้น
GBS เป็นภาวะทางระบบประสาทที่พบได้ยาก อุบัติการณ์ของ GBS ทั่วโลกจะเป็น 1.2 คน/ประชากร 100,000 คน เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีเส้นประสาทของตัวเองอย่างผิดพลาด สัญญาณเริ่มต้นมักจะเป็นความรู้สึกเสียวซ่าและอ่อนแรงที่มือและเท้า อาการเหล่านี้สามารถลุกลามอย่างรวดเร็ว นำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ เช่น เคลื่อนไหวใบหน้าลำบาก ปวดรุนแรง ปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมกระเพาะปัสสาวะและการทำงานของลำไส้ ในกรณีที่รุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาต บางส่วน หรือทั่วตัว บางรายต้องใช้เครื่องช่วยหายใจถึงจะมีชีวิตรอด และบางรายมีอาการอัมพาตดำเนินยาวนานเป็นปี
ก่อนเริ่มมีอาการของ GBS ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ป่วยในเปรูได้มีรายงานว่ามีอาการของการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสซิกา, ไวรัสโควิด-19, การติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น แคมปิโลแบคเตอร์ (campylobacter) ในทางเดินอาหารในช่วงระยะเวลา 6 สัปดาห์ก่อนหน้าที่จะเกิดอาการ GBS
ขณะที่ การศึกษาย้อนหลังพบว่ามีหลักฐานของความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ GBS ภายในช่วง 21 และ 42 วันหลังจากได้รับวัคซีนโควิด-19 "Ad26.COV2.S" แต่พบในอัตราต่ำ กล่าวคือ 2-3 ราย ใน 1 ล้านโดส ในทางกลับกัน ไม่พบความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ GBS หลังจากได้รับวัคซีนโควิด-19 mRNA
สำหรับ GBS มี 3 รูปแบบ ได้แก่ acute inflammatory demyelinating polyradiculoneuropathy (AIDP), Miller Fisher syndrome และ acute motor axonal neuropathy โดยที่ AIDP เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุดในอเมริกาเหนือและยุโรป
การวิจัยแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง GBS กับการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น ไวรัสซิกา และในบางกรณีก็รวมถึงโควิด-19 อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าการติดเชื้อจุลชีพเหล่านี้ทำให้เกิด GBS โดยตรง แต่อาจเป็นเพียงสารตั้งต้นหรือตัวกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งส่งผลให้เกิด GBS ขึ้นในบางรายในช่วงที่ต่อสู้กับการติดเชื้อ
ระบบภูมิคุ้มกันอาจเริ่มโจมตีเส้นประสาทของร่างกายโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่งผลให้เกิด GBS ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการคล้ายคลึงด้านโครงสร้างโมเลกุล (molecular mimicry) เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเกิดความสับสนระหว่างรูปร่างของเซลล์ร่างกายและเชื้อโรคที่บุกรุกเนื่องจากความคล้ายคลึงกันของโครงสร้างของจุลชีพและเซลล์ของร่างกายในระดับโมเลกุล
ผู้ติดเชื้อ "ไวรัสซิกา - โควิด" ไม่พัฒนาเป็น GBS ทุกคน
อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าบุคคลส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อ เช่น ไวรัสซิกาหรือโควิด-19 ไม่พัฒนาเป็น GBS ทุกคน โดย GBS เกิดยากและเกิดขึ้นกับเฉพาะบางคน
กลุ่มอาการ "กิลแลง-บาร์เร"
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ช่วยพัฒนาไปเป็น GBS หลังการติดเชื้อยังไม่เป็นที่เข้าใจแน่ชัด แต่ใครก็ตามที่มีอาการอ่อนแรงหรือรู้สึกเสียวซ่าที่แขนขาควรไปพบแพทย์ทันที
การเกิดโรค GBS เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ทำลาย myelin sheaths ที่ล้อมรอบเส้นประสาทส่วนปลาย เมื่อเปลือกหุ้มเหล่านี้เสียหาย เส้นประสาทจะไม่สามารถสื่อสารกับสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความเสียหายนี้อาจส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับมอเตอร์ ปัญหาทางประสาทสัมผัส หรือทั้ง 2 อย่างชั่วคราวจนกว่าร่างกายจะสามารถสมานส่วนเสียหายกลับมาเป็นปรกติ
ทั้งนี้ แม้จะยังเป็นความลึกลับเกี่ยวกับสาเหตุของการเกิด GBS แต่อาการสามารถทุเลาหรือหายได้หากคนไข้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม
การรักษาด้วยวิธีการแลกเปลี่ยน "พลาสมา"
การรักษาอย่างหนึ่งคือพลาสมาฟีเรซิส (plasmapheresis) หรือที่เรียกว่าการแลกเปลี่ยนพลาสมา กระบวนการนี้คล้ายกับการล้างไต โดยเลือดของผู้ป่วยจะถูกดึงออกมา พลาสมาที่เป็นอันตรายจะถูกแทนที่ด้วยพลาสมาของคนปรกติ จากนั้นเลือดจะถูกนำกลับเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วย แม้จะเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างเจ็บปวดและใช้เวลานาน แต่พบว่าผู้ป่วยจำนวนมากมีการฟื้นตัวจากการรักษาด้วยพลาสมาฟีเรซิส
เป็นที่น่าสังเกตว่า GBS ไม่ได้ก่อความเสียหายในระยะยาว แม้ว่าการรักษาเช่นพลาสมาฟีเรซิสจะไม่ได้รักษาผู้ป่วยที่มี GBS โดยตรง เพียงแต่ก็ช่วยในการควบคุมการตอบสนองของโรค การซ่อมสร้างไมอีลินเนชันของเส้นประสาทส่วนปลายส่วนที่เสียหานั้นร่างกายผู้ป่วยเป็นผู้ซ่อมแซมสร้างขึ้นมาใหม่เอง ซึ่งใช้ระยะเวลาหนึ่ง
ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะฟื้นตัวเต็มจากอาการ GBS ได้เอง มีเพียง 5% เท่านั้นที่กลับเป็นซ้ำ สำหรับคนส่วนใหญ่ ผลกระทบระยะยาวของโรคนี้มักจะไม่รุนแรง และสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ตามปกติ