โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พักผ่อนน้อย ต้องระวัง “เริม” ถามหา โรคติดต่อที่เจอในคนภูมิต่ำ

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 15 พ.ค. 2566 เวลา 14.39 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2566 เวลา 07.39 น. • Bright Today

เตือนใครที่พักผ่อนน้อย ต้องระวัง “เริม” ถามหา โรคติดต่อทางผิวหนังที่เจอในคนภูมิต่ำ สามารถเกิดได้กับทุกเพศ ทุกวัย

“เริม” เป็นโรคติดต่อทางผิวหนังชนิดหนึ่ง สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย โดยมักพบผู้ป่วยวัยหนุ่มสาว และวัยผู้ใหญ่ ผู้ป่วยโรคเริมส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการของโรค และอาจมีการกำเริบกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส ที่มีชื่อว่า Herpe Simplex Virus ที่มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่เกิดที่อวัยวะเพศและเกิดที่ปาก

black-hair-woman-frowning-lookin

โรคเริม เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า Herpes simplex virus หรือเราจะเรียกสั้นๆ ว่า HSV ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท คือ Herpes simplex virus 1 (HSV 1) ที่ทำให้โรคเริมที่ปาก และ Herpes simplex virus (HSV 2) ที่ทำให้เกิดโรคเริมที่อวัยวะเพศ แต่นั่นก็ไม่เสมอไป หากผู้ป่วยได้ใช้ปากกับอวัยวะเพศ ก็สามารถติดเชื้อไวรัส HSV 1 ที่อวัยวะเพศได้เช่นกัน

อาการโรคเริม

  • มีตุ่มน้ำใสขึ้นในบริเวณที่ติดเชื้อ หลังจากนั้นจะแตกออก แล้วเกิดเป็นแผล
  • มีอาการปวดแสบ ปวดร้อนร่วมด้วย
  • หากเป็นที่อวัยวะเพศของผู้หญิงมักพบมีตกขาว ออกมามากกว่าปกติอีกด้วย

เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อมาครั้งแรก อาจมีระยะฟักตัวนานประมาณ 2-20 วัน ก่อนจะมีอาการแสดงออกมา แต่เมื่อหายแล้วเชื้อก็ยังสามารถเข้าไปฝังตัวในปมประสาทใต้ผิวหนังของเรา และสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ทุกเมื่อหากเรามีสุขภาพอ่อนแอ หรือพักผ่อนน้อย เพราะ เริมชอบเกิดในคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

โดยทั่วไปเริมสามารถติดต่อกันได้ทางการสัมผัส ดังนั้นหากเกิดเริมขึ้น ควรงดการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น งดมีเพศสัมพันธ์ในขณะที่มีโรคเริมกำเริบ

วิธีการรักษา

  • ยาต้านไวรัส ทั้งชนิดรับประทาน และชนิดทา ซึ่งหากพบความผิดปกติ แนะนำให้รีบพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป
  • สำหรับการป้องกันโรคเริม สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืม คือ การสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ไม่ควรดื่มน้ำแก้วเดียวกัน เนื่องจากเริมสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางการสัมผัสทำให้แผลแห้งอยู่เสมอ หลังอาบน้ำ ควรเช็ดบริเวณแผลให้แห้ง ไม่ปล่อยให้ชื้น เพราะจะทำให้แผลหายช้า
  • เสื้อผ้าที่มีความโปร่ง ไม่รัดบริเวณที่เกิดแผล
  • ตัดเล็บให้สั้น รักษาความสะอาดของเล็บอยู่เสมอ พยายามไม่แกะ เกา บริเวณแผล
  • น้ำเกลือหรือน้ำต้มสุก สามารถใช้ทำความสะอาดแผลได้

แหล่งที่มา sikarin และ เปาโล

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...