โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องแปลกหุ้นไทย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 23.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ก่อนอื่นต้องยอมรับกันตามตรงว่า แรงขับเคลื่อนที่ทำให้ดัชนีฝ่าแนวต้านสำคัญขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ล้วนเป็นผลมาจากคะแนนเลือกตั้งที่พรรคภูมิใจไทยสามารถเบียดแซงพรรคคู่แข่งจนชนะขาดลอย ซึ่งทำให้เงินทุนต่างชาติไหลบ่าเข้ามาในหุ้นไทยเป็นจำนวนมากในเดือน ก.พ. จนดัชนีวิ่งขึ้นจากระดับ 1,300 จุดอย่างร้อนแรง ก่อนจะขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,500 จุดอย่างแข็งแกร่งไงล่ะคะ

ที่สำคัญอย่าลืมว่า DELTA คือหุ้นที่ทุกคนฟันธงว่าเป็นแกนหลักที่ทำให้ดัชนีมาได้ไกลขนาดนี้ รวมทั้งวานนี้ที่ดัชนียืนปิดในระดับ 1,533.64 จุด บวกไป 17.63 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.76 หมื่นล้านบาท ก็เป็นผลมาจากหุ้นตัวนี้ช่วยดันดัชนีขึ้นมา 10 จุดทั้งที่ตัวเองก็ขึ้นเครื่องหมาย XD แต่นักเล่นก็ไม่สนใจอะไรเลย จึงกลายเป็นเรื่องที่แปลกมาก ๆ ที่หุ้นพุ่งสวนขึ้นมาปิดที่ระดับ 277 บาท บวกไป11 บาท หรือขึ้นไป4.14% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย5.20 พันล้านบาทพะยะค่ะ

ประเด็นถัดมาที่น่าสนใจก็คือการควักเงิน 374 ล้านบาทของเจ้าบุญทุ่ม BYD เพื่อดำเนินการเทกโอเวอร์ “บล.คิงส์ฟอร์ด” สร้างความงุนงงให้กับผู้คนในแวดวงตลาดหุ้นมากพอสมควร เพราะเป็นที่รับรู้กันมาระยะหนึ่งว่า ธุรกิจโบรกเกอร์กำลังอยู่ในช่วงถดถอยบรรดามาร์เก็ตติ้งตกงานเป็นจำนวนมาก จึงเกิดคำถามตามหลังมารัว ๆ ว่า ดีลดังกล่าวสร้างแวลูให้กับคนที่ซื้อขนาดไหนเจ้าคะ

เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดอีฉันก็เห็นว่า ในฝั่งของคนซื้อมีมาร์เก็ตแชร์แค่ระดับ 0.59% ส่วนในฝั่งคนขายมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ระดับ 5.32% เมื่อรวมเข้าด้วยกันจะมีมาร์เก็ตแชร์เกือบ 6% พร้อมกับดันตัวเองขึ้นไปติดอยู่ใน TOP5 โบรกเกอร์ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดมากสุดของประเทศไทย แถมสิ่งที่พ่อบุญทุ่มจะได้รับพร้อมกันนั้นก็คือคำสั่งซื้อขายจากนักลงทุนสถาบันแบบนี้..ก็แฮปปี้ซิคะ

ส่วนอีกเรื่องที่ทำให้ “โมนิก้า” เกิดอาการงงไม่แพ้กันคงมองไปที่หุ้น JTS เพื่อชี้ให้เห็นการพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 77.25 บาท บวกไป14 บาท หรือขึ้นไป22.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย406 ล้านบาท ทั้งที่กำไรปี 68 ทำได้ไม่ถึงสิบล้านบาท ผนวกกับราคาที่เห็นวันนี้เป็นการเทรดบน PE ที่ระดับ 6,214 เท่า ซึ่งเป็นการฉีกทุกกฎที่อีฉันร่ำเรียนมา แถมตลาดคริปโตฯ ที่เทรดกันทุกวันนี้ ก็ไม่คึกคักเหมือนก่อนหน้า..มันแปลกไหมล่ะคะ

เรื่องแปลกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะมีการจับมือของบริษัทต่าง ๆ เพื่อช่วยกันยกระดับธุรกิจขึ้นไปอีกขั้น โดยเที่ยวนี้เป็นมีทั้ง SAK ซึ่งเป็นเจ้าพ่อลีสซิ่งที่โด่งดังภาคเหนือตอนล่าง และยังมี NTF ซึ่งเป็นเจ้าพ่อล้งผลไม้รายใหญ่ของประเทศไทย พ่วงด้วยบริษัทนอกตลาดอย่าง KPP ซึ่งมีสโลแกน “คัดแป๊ะ แพ็คปัง” เข้ามาร่วมด้วยกันอีกหนึ่งแรง อีฉันเลยอยากติดตามดูว่า การร่วมทุนครั้งนี้จะว้าวขนาดไหน?

เช่นเดียวกับในรายของ NETBAY ก็ทำผลงานปี 68 ออกมาอย่างยอดเยี่ยม และยังมีการจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 1.20 บาท (XD 6 พ.ค. นี้ โดยบริษัทมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.40 บาท คงเหลือจ่ายอีก 0.80 บาท) เหตุไฉนจึงถูกขายแบบไม่ดูดำดูดี จนราคาหุ้นร่วงลงมาปิดที่ระดับ 21.10 บาท ลบไป3.20 บาท หรือลงไป13.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย308 ล้านบาท มันทำให้อีฉันไปไม่ถูกจริง ๆ หรือเสี่ยใหญ่คนนั้นถอนตัว..ใครรู้ช่วยตอบหน่อยค่ะ

ปิดท้ายกันที่เรื่องเซอร์ไพรส์สุดๆเมื่อคนขายไก่ขายหมูอย่าง TFG ประกาศอย่างเป็นทางการว่า มีแผนเปิดร้านกาแฟในร้านช้อปของตัวเองประมาณ 300 แห่ง หรือประมาณครึ่งหนึ่งจากร้านที่มีอยู่กว่า 600 แห่งแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นการต่อยอดที่เหนือเมฆจริง ๆ และทำให้สมรภูมิกาแฟเดือดขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน แถมทุกวันนี้ก็มีร้านกาแฟทั่วทุกมุมถนนไปหมดแล้ว เลยต้องตามดูว่า ใครจะถูกแย่งลูกค้าหนักสุด..อิอิอิ

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...