“วาโย” นำทีมทนายฟ้อง กกต. ม.157 ปมบัตรเลือกตั้งไม่ลับ พร้อมสู้คดียาว 10 ปี
“วาโย” นำทีมทนายฟ้อง กกต. ม.157 ปมบัตรเลือกตั้งไม่ลับ พร้อมสู้คดียาว 10 ปี
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน และทีมทนายเดินทางเข้ายื่นฟ้องดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.ทั้ง 7 คนและรวมไปถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง ซึ่งในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ประกอบมาตรา 164
จากกรณีที่ทาง กกต. ได้ออกมายอมรับว่าบัตรเลือกตั้งสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปถึงผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความลับในการลงคะแนน
นายวาโย กล่าวว่า ในคำร้องได้มีการนำสำนวนคดีคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อปี 2558 กรณี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. มาประกอบการพิจารณาด้วย เนื่องจากในครั้งนั้นมีข้อครหาว่า กกต. เอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล แม้ในอดีตศาลจะตีตกข้อหาตามมาตรา 157 แต่ในการยื่นฟ้องครั้งนี้ ทางพรรคได้ใช้ข้อกฎหมายอื่นร่วมด้วยเพื่อปิดช่องโหว่ มุ่งหวังให้ กกต. ต้องรับผิดทางอาญาอย่างแท้จริง และพร้อมยืนหยัดต่อสู้คดีแม้จะต้องใช้เวลายาวนานถึง 10 ปีก็ตาม โดยศาลได้นัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 24 มีนาคมนี้
เมื่อถามว่าความซ้ำซ้อนในการฟ้องร้องเพราะมีหลายหน่วยงานดำเนินการอยู่ นายวาโย ระบุว่า โจทก์ในคดีนี้มีความชัดเจนและเป็นผู้เสียหายโดยตรงตามนิตินัย ประกอบด้วย พรรคประชาชน, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ตนเอง และพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ขณะเดียวกัน พฤติการณ์ของ กกต. ยังส่งผลเสียทางเศรษฐกิจต่อพรรคการเมืองที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้ไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น มองว่าเป็นคนละส่วนกัน เนื่องจากการร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินมุ่งเน้นไปที่กระบวนการเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่การมายื่นฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตเป็นการมุ่งเอาผิดทางอาญากับตัวบุคคล
ในส่วนกรณีที่ กกต. เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้ง รองหัวหน้าพรรคประชาชนมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่จำเป็น แทนที่จะเร่งชี้แจงแก้ไขปัญหา โดยทางพรรคเตรียมรวบรวมข้อมูลประเด็นนี้ยื่นเพิ่มเติมเข้าไปในสำนวนคดีภายใน 15 วัน
นายวาโยกล่าวอีกว่า หากศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง โจทก์เตรียมขออำนาจศาลออกหมายเรียกบุคคลและเอกสารสำคัญมาร่วมสอบปากคำและตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วย วิษณุ เครืองาม, ผู้แทนและกรรมการผู้จัดการของบริษัทที่รับจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้ง 3 ประเภท เอกสารข้อกำหนดเงื่อนไขการจ้าง TOR และสัญญาจ้าง รวมถึงรายงานการประชุมของ กกต. ทุกครั้งนับตั้งแต่มีการประกาศยุบสภา
ส่วนกรณีบัตรเขย่ง นายวาโยระบุว่า กกต. ออกมาปฏิเสธว่าเป็นไปตามไฟล์ PDF ทั้งหมด 100,000 ไฟล์ขนาด 500 GB และบอกเป็นไปตามนี้ ให้เราไปบวกกันเอง