โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ความเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้นเอง แต่เกิดขึ้นได้ด้วยปลายปากกาเรา โดย พริษฐ์ ชิวารักษ์

TODAY

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

สำหรับหลายคน (อย่างน้อยก็ตัวผมคนหนึ่ง) คงยากที่จะหักห้ามให้ไม่รู้สึกได้ว่า ปีที่ผ่านมาช่างเป็นปีที่ “แย่” สำหรับประชาธิปไตยไทยเสียเหลือเกิน

ทั้งจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงต่อเนื่อง รัฐบาลขาดเสถียรภาพและความเชื่อมั่น ความอ่อนแอและความไม่ตอบสนองทางอุดมการณ์ของพรรคการเมือง กระบวนการยุติธรรมที่เอียงกระเท่เร่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การก่อ “สงครามลวง” กับประเทศเพื่อนบ้าน

ซึ่งขณะนี้น่าจะเห็นได้ชัดเจนแล้วว่า ไม่ได้นำพาประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติ เป็นเพียงความขัดแย้งลวงที่ก่อขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือเรียกกระแสให้ชนชั้นนำอนุรักษนิยมเท่านั้น

ความน่าปวดหัว และน่าหดหู่ทั้งหมดที่เกิดขึ้น อาจทำให้หลายคนที่เคยลงมือลงแรงเพื่อการเปลี่ยนแปลงกลับรู้สึก “สิ้นหวัง” และ “เบื่อการเมือง” ไปเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องระลึกเสมอว่า บรรยากาศไร้ความหวังทางการเมืองทำนองนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ และไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดขึ้นเพราะ “ระบอบแห่งความสิ้นหวัง” ที่กำหนดโดย “รัฐธรรมนูญ 60” ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญที่ชวนสิ้นหวังที่สุดฉบับหนึ่งในการเมืองไทยร่วมสมัย

เพราะนอกจากจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยเผด็จการ ผ่านกระบวนการประชามติแบบปิดปากไม่ให้คนเห็นต่างรณรงค์แล้ว ยังเป็นรัฐธรรมนูญที่ “จงใจ” สร้างกลไกพิสดารที่ไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งหลาย เช่น วุฒิสภาและศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงข้อกำหนดสำหรับเล่นงานฝ่ายตรงข้ามต่างๆ มาสกัดขัดขวางพรรคการเมืองที่ได้รับอาณัติจากประชาชน ไม่ให้สามารถปฏิบัติตามเจตจำนงของประชาชนได้

เป็นผลให้เมื่อใดก็ตามที่มีพรรคการเมืองพยายามจะทำในสิ่งที่ประชาชนต้องการ ก็จะเกิดเหตุวุ่นวายทางการเมืองอยู่เป็นเนืองๆ

เมื่อสมัยที่ผมพยายามรณรงค์ต่อต้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในช่วงประชามติจอมปลอมเมื่อปี 2559 เคยมีผู้ให้ความเห็นกับผมว่า จุดมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มิใช่การเมืองที่มีเสถียรภาพและสามารถคุมอำนาจได้เบ็ดเสร็จ แต่เป็นการเมืองที่แตกแยก วุ่นวาย ปั่นป่วน เพื่อเปิดช่องให้ “มือที่มองไม่เห็น” สามารถแทรกตัวเข้ามาใช้อำนาจและอิทธิพลได้ท่ามกลางความโกลาหล ผ่านมาถึงจุดนี้ ก็ยิ่งเห็นว่าเป็นจริงดังที่ท่านผู้นั้นได้ว่าไว้

ดังนั้น หากจะพาประเทศชาติออกไปจากความสิ้นหวังที่เกิดขึ้นอยู่ก็ต้องเอารัฐธรรมนูญ 60 ออกไปจากการเมืองไทยเสียก่อน

โอกาสปลดล็อกประเทศไทยจากความสิ้นหวัง กำลังจะเกิดขึ้นแล้วที่คูหาเลือกตั้งและคูหาประชามติแก้รัฐธรรมนูญ หากพรรคการเมืองที่จริงจังกับการแก้รัฐธรรมนูญชนะเลือกตั้ง และคะแนนเสียงที่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญชนะอย่างล้นหลาม ประเทศไทยก็สามารถจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย สร้างเสถียรภาพทางการเมือง และเปิดทางสู่การเปลี่ยนแปลง ที่เราเคยปรารถนาไว้เมื่อปี 2563 ได้จริง

และผมเชื่อว่า หากฝ่ายประชาธิปไตยได้รับชัยชนะในการแก้รัฐธรรมนูญ ความหวังที่พี่น้องผู้ถูกคุมขังด้วยคดีทางการเมือง (อย่างที่ไม่ควรจะโดน) จะได้รับสิทธิเสรีภาพคืน อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี ผ่านกระบวนการนิรโทษกรรม ก็จะใกล้ความเป็นจริงขึ้นมามากทีเดียว

ดังนั้น วันที่ 8 กุมภานี้ ขอแรงทุกคนที่ยังปรารถนาดีกับประเทศชาติ ช่วยกันลงคะแนนเสียงเลือกพรรคที่จริงจังกับการแก้รัฐธรรมนูญ และที่สำคัญ ช่วยกันกา “เห็นชอบ” กับคำถามประชามติแก้รัฐธรรมนูญด้วยนะครับ

ความเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้นเอง แต่เกิดขึ้นได้ด้วยปลายปากกาเราครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...