โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรากฏการณ์ Spectre C เบื้องหลัง สื่อดัง-อินฟลูฯ ที่แท้คือบริษัทการเมือง

แนวหน้า

เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 17.00 น.

15 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊ก "ปราชญ์ สามสี" โพสต์ข้อความระบุว่า ปรากฏการณ์ Spectre C : เมื่อ “สื่อที่เราดูทุกวัน” อาจไม่เป็นกลางอย่างที่คิด

สิ่งที่อธิบายปรากฏการณ์ของ Spectre C ได้ชัดเจนที่สุด ไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามว่าบริษัทนี้คือใคร หากแต่คือการ “ถูกจับโป๊ะ” ของโครงข่ายสื่อและคอนเทนต์จำนวนมากที่ผู้บริโภคในกรุงเทพฯ รับชมอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะผ่าน TikTok, Podcast หรือรายการยอดนิยมบน YouTube ซึ่งล้วนมีความเชื่อมโยงกับบริษัทปริศนาที่จดทะเบียนในนาม “บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย”

ในทางรูปแบบ Spectre C ถูกวางตัวให้เป็นบริษัทด้านกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติกลับทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตคอนเทนต์ทางการเมืองอย่างเป็นระบบ มีเป้าหมายในการสนับสนุนภาพลักษณ์และวาทกรรมของพรรคการเมือง ผ่านการสร้างเนื้อหา การจัดการกระแส และการกำหนดทิศทางการรับรู้ของสาธารณชน

ประเด็นสำคัญคือโครงสร้างทางการเงินของบริษัทดังกล่าว ซึ่งปรากฏข้อมูลว่ามีการใช้ “เงินกู้จากนักการเมืองในพรรค” เป็นแหล่งทุนในการดำเนินกิจการ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือการกู้เงินเพื่อนำมาขับเคลื่อนบริษัทสื่อโซเชียลมีเดียในคราบบริษัทกฎหมาย ทำให้การสนับสนุนทางการเมืองถูกซ่อนอยู่ภายใต้รูปแบบธุรกิจสื่อมวลชนเอกชน

เพื่อให้เห็นภาพเชิงโครงสร้าง ผู้เขียนขออนุญาตยกข้อมูลจากโปรไฟล์สาธารณะ (LinkedIn) ของบุคคล 4 รายที่เคยทำงานหรือมีบทบาทใน Spectre C ซึ่งเป็นข้อมูลที่เจ้าตัวระบุไว้เอง

เมื่อพิจารณาร่วมกัน จะเห็นว่าบุคคลเหล่านี้มิได้เป็นเพียงพนักงานบริษัทเอกชนทั่วไป แต่มีความสามารถเชื่อมโยงกันในระดับโครงสร้าง ทั้งด้านกฎหมาย การเมือง การสื่อสารมวลชน และระบบข้อมูล

ในด้านกฎหมายและการเมือง บุคลากรเหล่านี้มีบทบาทในการผลิตคอนเทนต์เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตย และประเด็นทางการเมืองร่วมสมัย พร้อมการทำงานประสานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยตรง ซึ่งสะท้อนว่าเนื้อหาดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในสนามการเมือง

ในด้านสื่อและเทคโนโลยี พบความสามารถในการกำหนดกลยุทธ์การสื่อสาร ควบคุมกองบรรณาธิการออนไลน์ บริหารทีมผลิตสื่อ รวมถึงการใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้รับสารและสนับสนุนการสื่อสารเชิงกลยุทธ์

เมื่อเชื่อมโยงองค์ประกอบทั้งหมดเข้าด้วยกัน ภาพที่ปรากฏจึงไม่ใช่ภาพของบริษัทที่ปรึกษากฎหมายธรรมดา หากแต่เป็นโครงสร้างที่สามารถควบคุมวาทกรรมทางการเมืองและดำเนินปฏิบัติการด้านข้อมูลบนโซเชียลมีเดียได้อย่างเป็นระบบ

ด้วยศักยภาพดังกล่าว Spectre C จึงสามารถใช้เครื่องมือดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ หรือบัญชีสนับสนุน เพื่อขยายหรือจัดกรอบข้อมูลบางชุดให้กลายเป็นกระแสหลักในโลกออนไลน์

ผลกระทบของการมีตัวตนของบริษัทลักษณะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสนามการเมือง แต่ลุกลามไปถึงระบบนิเวศของโซเชียลมีเดียและวงการ influencer ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “สื่ออิสระ” กับ “เครื่องมือทางการเมือง” พร่าเลือนลงอย่างเห็นได้ชัด

พฤติกรรมในลักษณะนี้มีกรณีเปรียบเทียบในระดับสากล เช่น กรณีของ Nast Daily ซึ่งเคยโปรโมตบุคคลในแวดวงคริปโทเคอร์เรนซี ก่อนจะพบภายหลังว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงินขนาดใหญ่ ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของ influencer เองถูกตั้งคำถามอย่างรุนแรง

กรณี Spectre C จึงสะท้อนบทเรียนเดียวกันในบริบทไทยว่า เมื่อสื่อและ influencer กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมือง ความเป็นกลางและความโปร่งใสย่อมถูกตั้งคำถาม และผู้รับสารจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณมากกว่าที่เคยเป็นมา

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...