ทรัมป์เดือดขึ้นภาษีทั่วโลกอีกรอบจาก 10% เป็น 15% มีผลทันที!
เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีรายงาน ทรัมป์โพสต์ทรูธโซเชียล เมื่อวันเสาร์ (21 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า ภาษีใหม่จะ “มีผลทันที” พร้อมทั้งเตือนว่าภาษีอื่นๆ จะตามมาอีก
"ผม ในฐานะประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา จะขึ้นภาษีศุลกากรทั่วโลก 10% สำหรับประเทศต่างๆ ที่‘เอาเปรียบ’สหรัฐมานานหลายทศวรรษโดยไม่ถูกลงโทษ (จนกระทั่งผมเข้ามา!) ไปสู่ระดับ 15% ซึ่งเป็นระดับที่ได้รับอนุญาตและตรวจสอบตามกฎหมายแล้วมีผลบังคับใช้ทันที”
“ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า รัฐบาลทรัมป์จะพิจารณาและประกาศใช้อัตราภาษีศุลกากรใหม่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย” ประธานาธิบดีสหรัฐระบุ
โพสต์ของทรัมป์อ้างว่า ภาษีใหม่จะมีผลทันทีไม่รีรอ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีการลงนามในเอกสารระบุกรอบเวลาบังคับใช้หรือไม่ เอกสารทำเนียบขาวออกเมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) ระบุว่า ภาษีเดิม 10% มีผลบังคับใช้ในวันอังคาร (24 ก.พ.) เวลา 12.01 น. ตามเวลาตะวันออก
ซีเอ็นบีซีสอบถามไปยังทำเนียบขาวแต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจง
ทั้งนี้ ทรัมป์ผู้มีกำหนดแถลงผลงานประจำปีต่อสภาคองเกรส (State of the Union) ในอังคาร ต้องเจอมรสุมลูกใหญ่ในวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อศาลสูงพิพากษาด้วยมติ 6-3 ในคดีภาษีว่าประธานาธิบดีใช้อำนาจกฎหมายเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ(IEEPA)โดยมิชอบ
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นทรัมป์ตอบโต้ด้วยการประกาศเก็บภาษีทั่วโลก 10%
ตาม มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ที่ให้อำนาจประธานาธิบดีเก็บภาษีชั่วคราวได้เป็นเวลา 150 วัน หากจะขยายต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรส
ประธานาธิบดีไม่พอใจคำตัดสินของศาลสูงอย่างรุนแรง โพสต์โซเชียลมีเดียเรียกคำตัดสินดังกล่าวว่า “ไร้สาระ เขียนได้แย่ และต่อต้านอเมริกาอย่างร้ายแรง” รวมทั้งโจมตีผู้พิพากษานีล กอร์ซัช และเอมี โคนีย์ บาร์เร็ต ที่ลงมติในฝ่ายเสียงข้างมาก
ด้านสมาชิกสภาคองเกรสพรรคเดโมแครตต่างยินดีกับคำพิพากษานายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต รัฐนิวยอร์ก ระบุในแถลงการณ์ว่า มาตรการภาษีนำเข้าดังกล่าว “สร้างความวุ่นวายและผิดกฎหมาย” คาดว่าประเด็นภาษีนำเข้าและเศรษฐกิจโดยรวมจะเป็นประเด็นสำคัญสำหรับพรรคเดโมแครตในการหาเสียงเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนปีนี้
ขณะที่พรรครีพับลิกันมีความเห็นแตกแยก บางคนประณามคำพิพากษาศาลสูง อีกจำนวนหนึ่งโต้แย้งว่า รัฐธรรมนูญให้อำนาจสภาคองเกรสในการเก็บภาษี
ในวันศุกร์ตลาดหุ้นสหรัฐผันผวน หุ้นขึ้นหลังศาลสูงพิพากษา จากนั้นก็ร่วงลงก่อนดีดกลับมาอีกครั้งนักลงทุนคาดว่าคำตัดสินนี้อาจช่วยบรรเทาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับคู่ค้าอาจช่วยคืนเงินให้กับบริษัทที่ได้รับผลกระทบและลดอัตราเงินเฟ้อได้
อย่างไรก็ตาม กระบวนการคืนเงินของรัฐบาลสหรัฐยังไม่ชัดเจน มีคนประเมินว่า รัฐบาลสหรัฐอาจต้องคืนเงินให้แก่ผู้นำเข้ามากกว่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์หลังจากการตัดสินของศาลสูง