เกมอำนาจที่เดิมพันด้วยศรัทธา
กกต.ต้องเผชิญหน้ากับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ชุดใหญ่จากประชาชน อาทิ ข้อพิรุธต่างๆเรื่องบัตรเลือกตั้ง บัตรเขย่งหลายหมื่นใบที่โผล่จากหลายพื้นที่ ฯลฯ แต่กกต.กลับเลือกใช้วิธีหลบหน้าหลบตา จะออกมาชี้แจงต่อเมื่อมีสิ่งที่ตัวเองอยากพูดซึ่งมักสวนทางกับคำถามและกระแสสังคม หรือบางครั้งกลายเป็น“ลิงแก้แห” ยิ่งแก้ยิ่งยุ่งเหยิง ล้วนสะท้อนให้เห็นว่างบประมาณเกือบ 8,000 ล้านบาท ที่กกต.ได้รับไปใช้จัดการเลือกตั้งระดับชาติ เป็นเงินจากภาษีแท้ๆ แต่ไม่สมราคาสร้างประโยชน์แก่ประชาชนคนจ่ายภาษีเลย
ดูเหมือนกกต.ไม่ยี่หระใดๆ โดยมีมติเมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขต ล็อตใหญ่ 396 เขตเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเกินเกณฑ์ 95 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนสส.ทั้งหมด 500 คน ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนสส.แบบบัญชีรายชื่อ คาดว่าจะมีการประกาศรับรองผลอีกไม่นานนี้ การเร่งรีบดังกล่าวขณะที่ยังไม่สามารถคลี่คลายให้สังคมสิ้นสงสัย บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระแห่งนี้ให้ยิ่งติดลบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองภาพรวมล่าสุดถือได้ว่ากลไกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 เริ่มเดินเครื่องนับหนึ่ง เสริมความชอบธรรมให้กับการจัดตั้ง “รัฐบาลอนุทิน 2” ที่ตำราว่าเป็นรัฐบาลเทวดา โดยมีพรรคภูมิใจไทยสร้างปรากฏการณ์ขั้วอนุรักษ์นิยมได้สส. 193 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชน อันดับ 2 ที่ได้สส. 118 เสียง และเมื่อค่ายสีน้ำเงินจับมือกับ “พรรคเพื่อไทย” 74 เสียง และบรรดาพรรคเล็ก รวมเบ็ดเสร็จเฉียด 300 เสียง เดินหน้าตามไทม์ไลน์ที่คาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มทำงานได้ภายในเดือนมิ.ย.2569
ขณะที่แรงหนุนอีกด้าน รัฐบาลก็คลายกังวลเรื่ององค์กรอิสระได้อยู่แล้ว เนื่องจากในวุฒิสภามีสว.สีน้ำเงินเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกกรรมการองค์กรอิสระ แต่อย่าลืมว่าสว.กลุ่มนี้มีคดีค้างคาว่าพัวพันกับการฮั้วในการเลือกสว. ซึ่งค้านสายตาของประชาชน
ทั้งหลายทั้งปวงนี้ถ้ายังเดินหน้าต่อไปไม่สนใจว่าอะไรต่ออะไรจะค้านสายตาและประชาชน อาจกลายเป็นหัวเชื้อจุดชนวนกระแสต่อต้าน กกต. ลามไปยังเครือข่ายสีน้ำเงิน และเสี่ยงจะส่งแรงกระแทกซัดพังรัฐบาลที่มีเสียงสส.ท่วมท้น เพียงเพราะย่ามใจ ท้าทายพลังของประชาชน ซึ่งรัฐบาลบางชุดในอดีตเคยประสบมาแล้ว
เหมือนกับข้อคิดจาก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เตือนใจว่า “ต่อให้ไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่ฝ่ายอนุรักษ์หรือฝ่ายไหน อย่าประมาท หากย่ามใจเพราะมีอำนาจเยอะ ในที่สุดอาจเป็นจุดพลิกผันและนำไปสู่จุดจบได้”