ทรัมป์โวยศาลฎีกากลางสภา ยังฉุนโดนล้มภาษี ลั่นงัดกฎหมายอื่นสู้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่าในช่วงหนึ่งของการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส ประจำปี 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลฎีกา เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่าน ซึ่งประกาศให้การใช้อำนาจของเขาตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ (ไออีอีพีเอ) ฉบับปี 2520 "เป็นโมฆะ" ที่เท่ากับเป็นการยกเลิกมาตรการภาษีทั้งหมดที่อยู่ภายใต้กฎหมายนี้ "เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง"
อนึ่ง คณะตุลาการศาลฎีกาของสหรัฐ 5 จาก 9 คน นำโดยนายจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกา เข้ารับฟังการแถลงนโยบายของทรัมป์ในครั้งนี้ด้วยตัวเอง
ขณะเดียวกัน ทรัมป์เน้นย้ำว่า บรรดาประเทศคู่ค้ายังคงต้องการรักษาข้อตกลงเดิมที่ทำไว้กับรัฐบาลของวอชิงตัน และเตือนว่า อำนาจทางกฎหมายที่เขามีในฐานะประธานาธิบดี เกี่ยวกับการทำข้อตกลงใหม่ "อาจส่งผลเลวร้ายกว่าเดิมมากสำหรับประเทศเหล่านั้น" หากมีการแล่นแง่หรือเล่นตุกติกเกิดขึ้น
ทั้งนี้ ทรัมป์เลือกใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 เพื่อบังคับใช้อัตราภาษี 10% กับคู่ค้าทั่วโลก เป็นเวลา 150 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอัตราต่ำกว่าที่ทรัมป์ขู่ก่อนหน้านี้ คือ 15% แต่ผู้นำสหรัฐยืนกรานว่า จะลงนามคำสั่งเพิ่มเติมในอนาคต
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังคงเชื่อมั่นว่า รายได้จากกำแพงภาษีที่เรียกเก็บจากต่างประเทศจะเข้ามาแทนที่ระบบภาษีเงินได้ในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยลดภาระทางการเงินอันหนักอึ้งให้กับชาวอเมริกัน แต่รายงานวิเคราะห์โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานครนิวยอร์ก ที่เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ ปรากฏว่า เกือบ 90% ของภาระทางเศรษฐกิจจากกำแพงภาษี ตกอยู่กับบริษัทและผู้บริโภคในสหรัฐเอง.
เครดิตภาพ : AFP, REUTERS