โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เชาว์" ชี้ "ทนายตั้ม" หลุดแพ่งฟอกเงิน แต่ยังไม่พ้นอาญา เปิดข้อมูล "นุ-สา" ซัดทอด รอดยาก

สยามรัฐ

อัพเดต 34 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 25 ก.พ.69 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chao Meekhuad แสดงความคิดเห็นกรณีศาลแพ่งมีคำพิพากษายกคำร้องของอัยการคดีพิเศษ ที่ขอให้ยึดทรัพย์สินมูลค่า 74 ล้านบาท ของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ที่ได้จากการฉ้อโกง น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย”

นายเชาว์ระบุว่า คำพิพากษาดังกล่าวทำให้เกิดข้อสังเกตต่อบทบาทของพนักงานอัยการ เนื่องจากในชั้นสืบพยาน มีการนำพยานเข้าสืบเพียงปากเดียว คือเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แต่ไม่ได้มีการนำผู้เสียหายคือ “เจ๊อ้อย” เข้าสืบพยานต่อศาล

ในทางกฎหมาย ข้อกล่าวหาที่ใช้เป็นฐานคือ “ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ” ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยนายเชาว์เห็นว่า กฎหมายข้อนี้มุ่งใช้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉ้อโกงเป็นอาชีพหรือดำรงชีพจากการหลอกลวงเป็นปกติธุระ ไม่ใช่ทุกกรณีจะเข้าองค์ประกอบความผิดดังกล่าว จึงมองว่าคำสั่งศาลแพ่งที่ยกคำร้องไม่เกินความคาดหมาย แม้จะมีการนำพยานมาสืบครบถ้วนก็ตาม

อย่างไรก็ตาม นายเชาว์ระบุว่า การยกคำร้องในคดีแพ่งไม่ได้หมายความว่าคดีอาญาจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สำหรับคดีอาญา นายษิทรา กับพวกรวม 7 คน ถูกพนักงานอัยการคดีพิเศษเป็นโจทก์ และ น.ส.จตุพร เป็นโจทก์ร่วม ฟ้องต่อศาลอาญาในข้อหาฉ้อโกงและข้อหาอื่นหลายข้อหา โดยเฉพาะกรณีกล่าวหาว่า นายษิทราร่วมกับนายนุวัฒน์ หรือ “นุ” และ น.ส.สารินี หรือ “สา” หลอกลวงเจ๊อ้อย โดยอ้างว่าถูกดูดเงินคริปโตเคอร์เรนซี และได้รับเงินไปจำนวน 39 ล้านบาท

นายเชาว์ระบุว่า จำเลยร่วมทั้งสองรายได้ให้การรับสารภาพต่อศาลตลอดข้อกล่าวหาตามฟ้อง รับว่าได้ฉ้อโกงเงิน 39 ล้านบาทจริง ได้ส่วนแบ่ง 19 ล้านบาท และได้นำเงิน 19 ล้านบาทคืนให้เจ๊อ้อยแล้ว ต่อมามีการแยกฟ้องสองจำเลยดังกล่าว และศาลอาญาพิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี 12 เดือน ปรับคนละ 60,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี

นายเชาว์ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อรูปคดีออกมาเช่นนี้ ในส่วนของนายษิทรา ซึ่งให้การต่อสู้คดีมาตลอด จะสามารถต่อสู้จนพ้นความผิดได้หรือไม่ โดยศาลอาญานัดสืบพยานโจทก์ในต้นเดือนมีนาคมนี้ พร้อมระบุว่า “คดีแพ่งอาจเบา แต่คดีอาญาคือบทพิสูจน์จริง” และขอให้ติดตามความคืบหน้าต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...