‘ยามาฮ่า’เปิดทีม’โมโตจพี2026’ ‘กวาร์ตาราโร-รินส์’พร้อมลุุย ด้วยรถแข่งใหม่M1 V4
“ยามาฮ่า” เปิดตัวทีมแข่งลุยศึก โมโตจีพี 2026 อย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อทีม มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ด้วยไลน์อัปนักบิดชุดเดิม นำโดย “เอล ดิอาโบล” ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร นักบิดชาวฝรั่งเศส และ อเล็กซ์ รินส์ ทีมเมทชาวสแปนิช พร้อมเผยโฉมรถแข่ง YZR-M1 เครื่องยนต์ V4 อย่างเป็นทางการ ก้าวสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย กับเป้าหมายทวงคืนความยิ่งใหญ่บนเวทีเวิลด์กรังด์ปรีซ์ การเปิดตัวดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันพุธที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและตลาดรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไฮไลต์สำคัญของยามาฮ่าในฤดูกาล 2026 คือการก้าวสู่ยุคใหม่ภายใต้การเดินหน้าพัฒนารถแข่ง YZR-M1 เครื่องยนต์ V4 ซึ่งได้รับการยืนยันส่งลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลในศึกโมโตจีพีเป็นครั้งแรก หลังประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับเครื่องยนต์ Inline-4 จากการคว้าแชมป์โลกมาแล้วถึง 8 สมัย ในฤดูกาล 2025 ยามาฮ่าได้ทำงานอย่างหนักในการพัฒนารถแข่ง YZR-M1 เครื่องยนต์ V4 ควบคู่ไปกับการแข่งขันด้วยเครื่องยนต์ Inline-4 และมีการส่งลงสนามแข่งขันในฐานะไวลด์การ์ดรวม 3 ครั้ง ซึ่งช่วยเก็บข้อมูลและพัฒนาการที่น่าพอใจ เพื่อนำไปต่อยอดสู่การแข่งขันเต็มฤดูกาลในปีนี้ สำหรับ มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ในฐานะทีมโรงงานของยามาฮ่า จะยังคงใช้งานนักบิดสองคนเดิม ได้แก่ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร แชมป์โลกพรีเมียร์คลาส 1 สมัย หมายเลข 20 และทีมเมทชาวสเปน อเล็กซ์ รินส์ หมายเลข 42 ทาคาฮิโร่ ซูมิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ยามาฮ่า มอเตอร์ กล่าวว่า “ฤดูกาล 2026 คือการปักธงจุดเริ่มต้นยุคของยามาฮ่า V4 ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่น่าตื่นเต้น แต่ก็ต้องอาศัยความมีวินัย ข้อมูล และความทุ่มเทจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฐานการพัฒนาในญี่ปุ่น ทีมแข่งในอิตาลี และทีมทดสอบของเรา การทำงานร่วมกันของทั้งสามหน่วยงานในปีที่ผ่านมา ได้วางรากฐานสำคัญสำหรับฤดูกาลนี้ ทำให้เราสามารถโฟกัสไปที่การพัฒนา M1 ปี 2026 ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V4 ใหม่ พร้อมกันนั้นก็ยังเดินหน้าพัฒนารถแข่งต้นแบบสำหรับปี 2027 ควบคู่กันไป” “เราเห็นสัญญาณเชิงบวก ทั้งเสถียรภาพในการเบรกที่ดีขึ้น อัตราเร่งที่ดีขึ้น และฟีลลิ่งการขี่ที่คงเส้นคงวามากขึ้นในระยะทางยาว เราจะไม่วัดความสำเร็จจากผลงานช่วงต้นฤดูกาลเพียงอย่างเดียว แต่ทุกการแข่งขันจะเป็นก้าวสำคัญที่ผลักดันเราให้พัฒนาต่อไป” ด้าน เปาโล ปาเวซิโอ ผู้อำนวยการ Yamaha Motor Racing และหัวหน้าทีม มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี กล่าวว่า “ปี 2026 มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นปีที่ยามาฮ่าจะเดินหน้าเร่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มกำลัง นี่คือเฟสที่สองของแผน Blue Shift รถ M1 คันใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว ทำให้เรามีขอบเขตในการพัฒนาที่กว้างขึ้นอย่างมาก ผมมองเห็นฤดูกาลที่เราจะยกระดับความเข้าใจในตัวรถและประสิทธิภาพในแต่ละสนามอย่างต่อเนื่อง” “ผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นฟาบิโอและอเล็กซ์ลงทดสอบรถใหม่ที่สนามเซปังในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การทดสอบครั้งแรกมักพิเศษเสมอ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผลงานตลอดฤดูหนาวถูกนำมาประมวลผลในสนามจริง และด้วยโครงการใหม่ทั้งหมดนี้ การทดสอบพรีซีซันจึงยิ่งมีความหมายมากกว่าที่เคย” ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี 2026 จะเปิดฤดูกาลสนามแรกในรายการ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยก่อนหน้านั้นจะมีการทดสอบพรีซีซันที่ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย และที่ บุรีรัมย์ เพื่อยืนยันสเปกรถแข่งก่อนเปิดฤดูกาลอย่างเป็นทางการ