"อนุทิน" นำภูมิใจไทยหาเสียงอีสาน ขอเป็นนายกฯโคราชคนที่ 2 ย้ำคุณภาพบุคลากร สร้าง 3 ความมั่นคงนำไทยยืนหนึ่งเวทีโลก
วันที่ 22 มกราคม ที่ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแกนนำพรรค ได้ลาราชการลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สส.นครราชสีมา เขต 5 พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยบ้านใหญ่รัตนเศรษฐ โดยมี นายวิรัช รัตนเศรษฐ บิดา มาให้กำลังใจอยู่ข้างเวที นายอนุทิน เริ่มเวทีการปราศรัย ด้วยการขอบคุณที่ต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่ง ถือว่าเป็นครั้งแรกในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ผ่านมาภูมิใจไทยยังไม่เคยมี สส. จากอำเภอโนนสูง เที่ยวนี้มีการรวมเขตใหม่เป็นโนนสูง-พิมาย-เฉลิมพระเกียรติ เขตเลือกตั้งที่ 5 เที่ยวนี้ขอพ่อแม่พี่น้องมอบ สส. ให้กับพรรคภูมิใจไทยเป็นครั้งแรกได้หรือไม่ เราไม่ได้ขอท่านแล้วจะเอาใครมาที่ไม่รู้จัก เราพยายามทุกวิถีทางที่จะหาผู้สมัครที่มีความสามารถมากที่สุด มีความรู้ มีพื้นฐานที่ดีที่จะทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้อง คิดแล้วคิดอีกขอแล้วขออีก ไปคุยกับ คุณพ่อวิรัช คุณแม่ทัศนียา สุดท้ายท่านก็ใจอ่อนมอบ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้แทนของพี่น้องโนนสูง เฉลิมพระเกียรติ และพิมาย น้องคลัง ชื่อก็เป็นมงคลอยู่แล้ว คลังแปลว่าคลัง พอคลังเป็นผู้แทนพี่น้องก็จะได้มีคลังใหญ่ร่ำรวยกันถ้วนหน้า ตนไม่ใช่คนอื่นไกล ใช้ชีวิตอยู่ที่ปากช่อง 20 กว่าปี ก็ถือว่าเป็นคนโคราชได้ “ตนก็อยู่กับ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี เคยเป็นลูกน้อง นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จังหวัดโคราชจึงเป็นที่คุ้นเคย เรามีผู้แทนโคราชมาตลอดยกเว้นที่โนนสูง เที่ยวนี้จึงมาขอให้พ่อแม่พี่น้องได้พิจารณา ตนเชื่อว่าทุกท่านที่มาที่นี่คงพิจารณาแล้ว และคงตัดสินใจแล้วใช่หรือไม่ว่าจะให้ คลัง ทวิรัฐ เป็นผู้แทนหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์” มีช่วงหนึ่ง นายอนุทิน ได้ขอให้ประชาชน ที่มาฟังการอาศัยอยู่ด้านหลังเดินเข้ามาด้านหน้า เห็นใจ อย่าไปนั่งเลยตรงนั้นแดดร้อน ร้อนเกินกว่านั่งตากแดดได้ จะมานั่ง จะมายืน หรือจะมาอยู่หน้าเวทีก็ได้ ทำให้ชาวบ้านส่งเสียงเฮถูกใจ นายอนุทิน กล่าวอีกว่า พี่น้องให้เกียรติตนขนาดนี้ ไม่มีคำว่าช่องว่างอยู่แล้ว ด้วยความห่วงใยโดยเฉพาะสาวๆ สวยๆ ทั้งหลาย เข้ามาใกล้ๆ อากาศแบบนี้ดีเย็นสบาย “โคราชไม่ใช่ตนไม่คุ้นเคย โคราชเป็นจังหวัดที่ตนเติบโตมา ผู้หลักผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนให้เข้ามาทำงานการเมือง หลายท่านก็อยู่ที่โคราช พี่น้องชาวโคราชเคยมีนายกรัฐมนตรี ตนจำได้คนโคราชมีความภาคภูมิใจ ทุกครั้งที่บอกว่าโคราชมีนายกฯ นายกฯ โคราชคือ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี ทุกคนพูดด้วยเสียงดังและมีความภาคภูมิใจ วันนี้ถ้าท่านจะพูดก็ไม่ผิด นายกฯ ประเทศไทยก็อยู่โคราชเหมือนกัน อยู่ปากช่องนี่เอง จะไม่มีปัญหาอะไรเลย“ นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ถึงแม้พรรคภูมิใจไทยจะมีถิ่นกำเนิดตั้งแต่แรกที่จังหวัดบุรีรัมย์ แต่ว่าเราเป็นอีสานใต้ด้วยกัน มีคำเรียกว่านครชัยบุรินทร์ ที่เวลาพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาความเจริญรุ่งเรืองของกลุ่มจังหวัด เราไปเจริญจังหวัดเดียวไม่ได้ ยังไงโคราชก็ยังเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุด ที่จะต้องมีความสำคัญ ต้องเป็นศูนย์รวมของเศรษฐกิจ การขนส่งการเดินทาง หรือศูนย์รวมการศึกษา ศูนย์รวมสาธารณสุข ทุกอย่างอยู่ที่โคราชพี่น้องมีหมดแล้ว ใครไปอีสานไม่ผ่านโคราชไม่ได้ โคราชคือจุดยุทธศาสตร์ที่คนจะเข้ามาบริหารประเทศต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ตนเข้ามาสามถึงสี่เดือนก็ถือว่าโชคดีที่ตนมีพี่น้องชาวโคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อีสานใต้ที่มีแนวเขตกับประเทศเพื่อนบ้านกัมพูชา ”พอหลังๆ ไม่ใช่เพื่อนบ้านเท่าไหร่เป็นศัตรูมากกว่า“ ตนมั่นใจว่าประชาชนอยู่ข้างหลังตน ตนถึงกล้าที่จะตัดสินใจให้ฝ่ายกองทัพเขาต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อปกป้องบ้านเมืองของเรา ทราบดีในโคราชมีญาติหลายคนที่ไปเป็นทหาร ไปเป็นรั้วของชาติ คอยปกป้องบ้านเมือง ทุกคนมีความเป็นห่วงเป็นใย วันนี้ขอประกาศให้ทราบว่าในช่วง 4 เดือนกว่า ตั้งแต่ตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐบาลชุดนี้ร่วมกับกองทัพ ได้ทวงคืนหนึ่งผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้วกลับคืนมาเป็นของไทยอย่างเรียบร้อย ตรงไหนเป็นที่สงสัยถือว่าเป็นของไทยไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องวิตกกังวลว่าใครจะไปซ่อนหรือว่าใครจะมาลอบทำร้ายพวกเรา นายอนุทิน ถามว่า ใครอยากเปิดด่านให้ยกมือขึ้น จึงได้ยกมือ นายทวิรัฐ ขึ้นมา พร้อมเอ่ยว่า ไม่ให้เปิดด่านใช่หรือไม่ ประชาชนไม่ให้เปิดแล้วใครจะไปกล้าเปิด ปิดอย่างเดียวตามนั้น จัดไป เราไม่ได้เล่นตลก ตั้งแต่ปิดด่านตอนแรกตนก็กลุ้มใจ ถ้าเปิดด่านคนยังทำมาหากินได้ ค้าขายชายแดนได้ แต่ส่วนใหญ่ผลประโยชน์ตกอยู่ฝั่งโน้นมากกว่า แต่ถ้าปิดด่านประโยชน์อยู่กับไทยล้วนๆ รัฐบาลไทยตั้งแต่ปิดด่านมา มันราคาดีขึ้น ในเมื่อโรงงานแป้งรวยแล้วชาวโคราชที่ขายมันก็ต้องรวยแบบโรงงานบ้าง ราคาพืชผลการเกษตรสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ที่สำคัญข้าวเถื่อนไม่เข้ามา เพราะไม่อยากใช้คำว่าเข้าลักลอบนำเข้าจากเพื่อนบ้าน ทุกอย่างที่ไม่ได้ผลิตในประเทศไทยลักลอบเข้ามาคือเถื่อนหมด มัน ยางพารา สินค้าเถื่อน ยาเสพติด ตั้งแต่ปิดด่านพวกนี้เข้าไทยไม่ได้เลย ได้ทั้งเรื่องรายได้ เรื่องความสงบสุข เรื่องลูกหลานของเราไม่ต้องถูกยาเสพติดครอบงำ บางคนอาจจะชอบซื้อมันถูกๆ ไปผลิตสินค้าและขายแพง แต่ถ้าตรงนั้นพวกเราได้ตนไม่ว่า พวกเราขายมันถูกแต่ต้องไปซื้อแป้งแพง จะยอมหรือไม่ ถ้าไม่ยอมต้องเอารัฐบาลนี้มาทำให้ หลังจากที่เรามีนโยบายชัดเจนว่าไม่เปิดด่าน จากนี้ไปเราจะทำให้ดีขึ้นอีก โดยหาตลาด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วงนี้เขาเดินทางต่างประเทศเจรจาการค้าตลอด บอกกับตนว่า ท่านนายกฯ ท่านหัวหน้า พอเราไม่มีข้าวเถื่อนแล้วประเทศไทยไปขายข้าวให้ต่างชาติ เราบอกกับเขาว่าฉันจะขายเฉพาะข้าวที่คุณนำไปเก็บเป็นข้าวเท่านั้น ไม่ใช่เอาข้าวไปทำแป้ง ทำอาหารสัตว์ ต้องเป็นข้าวที่ประชาชนในประเทศพวกคุณกินถึงจะมีราคา ต้องแปลสภาพเป็นสินค้าที่สามารถขายแล้วสร้างมูลค่าเพิ่มได้ มีราคาเพิ่มมากขึ้น วันนี้เราไปที่ไหน บอกได้เลยว่าเราขายความมั่นคงทางอาหาร ตอนนี้เขามีการประชุมใหญ่ระดับนานาชาติ นายกรัฐมนตรีประเทศใหญ่ประเทศหนึ่ง เขาพูดว่า จากนี้ไปถ้าประเทศไหนไม่มีสามสิ่งนี้ไม่สามารถยืนอยู่ได้บนเวทีโลก จะต้องถูกกดขี่ตลอดเวลา 3 สิ่งคือ 1.ความมั่นคงทางการทหาร 2.ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 3.ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางการทหาร เรามีทหารหาญ โชว์เลยว่าใครจะมายุ่งกับประเทศไทยไม่ได้เด็ดขาด ทุกวันนี้หลายคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติได้เพราะเรามั่นใจว่ารั้วของเรามีคนดูแลอย่างเต็มที่ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จะเกิดขึ้นได้เมื่อประเทศไทยของเราสามารถให้โอกาสกับคนอย่างเต็มที่ พี่น้องประชาชนมีกินมีใช้ ผลิตอะไรมาขายได้ราคา ความมั่นคงทางอาหาร เราก็มี สองในสามเรื่อง ถ้าทุกคนเลือกพรรคภูมิใจไทยจะทำให้เราเติมเต็มทั้งสามปัจจัย เราอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่มีใครกดขี่เราได้ ไปเจรจาการค้าที่ไหนทำอะไรที่ไหนเราสามารถพูด และรักษาประโยชน์ของประเทศของเราให้มากที่สุด นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยมีบุคลากร บุคคลที่มีประสบการณ์ มีความรู้มีความตั้งใจจะทำให้กับพ่อแม่พี่น้อง
ส่วนโครงการที่จะส่งเสริมให้ได้ใช้จ่าย ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส ตนเชื่อว่าทุกคนมีความพึงพอใจกับโครงการนี้ เฟสหนึ่งผ่านไปแล้ว เลือกพรรคภูมิใจไทยกลับเข้ามาเฟสสองก็กลับมาหาอีก และคำว่า พลัส พลัส พลัส ก็จะมีสิทธิประโยชน์มากมายมากขึ้นให้กับประชาชน โครงการคนละครึ่งตนชอบเพราะทำให้เกิดการกระตุ้นให้ประชาชนกับรัฐร่วมกันก็สามารถทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนได้ ไม่ใช่เอาเงินไปให้เฉยๆ พ่อแม่พี่น้องอยากใช้จ่ายรัฐก็สมทบ คนขายของได้มากขึ้น คนซื้อได้ราคาถูกลง เป็นการทำให้ระบบเศรษฐกิจยกระดับขึ้น มีเงินหมุนเวียน คนบอกว่า นี่มันใช้เงินรัฐ ถ้าใช้ไม่ถูกต้องระบบเศรษฐกิจมันไม่ดีขึ้น เงินไม่หมุนเวียน ถ้าแจกเงินเฉยๆ คนละ 10,000 บาท มันเข้าไปไหน เข้าบัญชีธนาคารแล้วใครไปยืนรอตอนเข้า เจ้าหนี้มายืนคู่กับเราหน้าตู้เอทีเอ็ม บังคับให้เรากดแล้วคืนเขา เราได้ใช้ เราไม่สนับสนุนให้เกิดเหตุเช่นนั้น โครงการคนละครึ่งที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยทำให้ประชาชนจะทำต่อไป เงินเหล่านี้ไม่ได้ไปไหน ออกจากกระเป๋ารัฐไปสมทบกระเป๋าประชาชน ซื้อของในตลาด ซื้อของที่ผลิตในประเทศ ไม่ได้ซื้ออะไรที่เมืองนอกเงินก็หมุนเวียนอยู่แบบนี้ไม่หายไปไหน นี่คือโครงการที่เราอยากให้ประชาชนไปเรื่อยๆ จะพลัสพลัสพลัสไปเรื่อยไม่มีวันหยุด
ส่วนคนที่ไม่สามารถเข้าโครงการคนละครึ่งได้ ให้ไปรอที่บัตรประชารัฐ เราจะให้เติมจำนวนเงินเข้าไปในบัตรประชารัฐ ความเท่าเทียมเกิดขึ้นหมด ทุกคนสามารถที่จะจับจ่ายใช้สอยได้โดยที่รัฐบาลไม่ได้มองว่าเป็นภาระทั้งสิ้น เรื่องเศรษฐกิจภาพรวมโอกาสอยู่มากมาย โคราชมีกี่เส้น ทั้งรถรางเชื่อมต่อ สินค้าทุกชนิดในภาคอีสานต้องผ่านโคราช โคราชอย่าเป็นตัวปล่อยอย่างเดียวต้องสนับสนุนให้มีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้ความเจริญขึ้น เพราะถ้าไม่เกิดในโคราชมันกระจายไปที่อื่นไม่ได้ ยังมีเรื่องอื่นอีกมากมายที่พรรคภูมิใจไทยได้เข้ามาทำ นี่คือสิ่งที่ประชาชนจะเลือก สส. ที่ท่านพูดได้สั่งได้ประสานงานได้ไปทำงานให้ ได้ นายทวิรัฐ เป็น สส. ท่านแถมไปกี่คน นายวิรัชบารมีขนาดไหน เจ็บป่วยเล็กน้อยก็ยังมา นางทัศนียา และยังมีพวกตนพรรคภูมิใจไทยทั้งพรรคที่จะต้องสนับสนุนให้เขาเป็นผู้แทนที่ดีมีคุณภาพให้กับประชาชนชาวโคราชให้ได้
วันนี้พวกเรามีทั้งผู้สูงอายุที่มีอายุที่ยืนยาวขึ้น เราต้องให้เขาไม่เป็นภาระลูกหลาน พึ่งพาตนเองได้ มีสุขภาพที่ดี ถึงจุดหนึ่งเขาต้องได้รับการรักษาพยาบาล รัฐต้องดูแลสุขภาพของพวกเขา ไม่ใช่ให้ป่วยติดเตียงทำอะไรไม่ได้ ต้องดูแลทั้งการป้องกัน การรักษา และทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เปิดโอกาสเปิดช่องทางให้เขาทำมาหากินได้ เปิดโอกาสให้กับบริษัท ผู้ประกอบการกิจการต่างๆ ให้งานกับผู้สูงอายุได้ทำงานต่อ เราก็เปิดอัตราพยาบาลอาสาให้ หมู่บ้าน ทุกตำบลทุกหมู่บ้านจะมีพยาบาลอาสา ก็คือลูกหลานของเรา นอกจากจะมี อสม. ทำให้ระบบสาธารณสุขดูแลประชาชนกระจายไปทั่วประเทศ ปรับปรุงการรักษาดีขึ้นซึ่งจะต้องดีขึ้นอยู่แล้ว เราไม่สามารถรักษาแบบไปทีเลี้ยงไข้ไม่ได้ เพราะการเลี้ยงไข้ไม่ใช่ภาระของประชาชนแต่เป็นภาระของรัฐ เลี้ยงไม่พอต้องรักษาให้หายด้วยยา ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่เรากำลังพัฒนาระบบนี้อยู่ตลอด ตนอยู่กระทรวงสาธารณสุขมาสี่ปี มั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขตั้งใจเต็มใจที่จะพัฒนาเรื่องการรักษาพยาบาลประชาชนอย่างเต็มที่