โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นิวยอร์ก” เตือนพายุหิมะ คาดทำเมืองอัมพาต รุนแรงสุดในรอบหลาย 10 ปี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พายุฤดูหนาวลูกใหญ่กำลังเคลื่อนตัวเข้าถล่มชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ โดยเฉพาะมหานครนิวยอร์กที่ถูกคาดการณ์ว่าจะเผชิญหิมะตกหนักที่สุดในรอบหลาย 10 ปี ทางการต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน

“โซราน มามดานี” นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ของสหรัฐอเมริกา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเตรียมรับมือพายุฤดูหนาวลูกใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าพื้นที่ และคาดว่าจะส่งผลกระทบรุนแรงทั่วมหานครนิวยอร์ก

นายมามดานีระบุว่า นครนิวยอร์กไม่ได้เผชิญพายุฤดูหนาวขนาดใหญ่ระดับนี้มานานนับ 10 ปี โดยการพยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่าจะมีหิมะตกสะสมทั่วเมืองหนา 18-24 นิ้ว และบางพื้นที่อาจมีหิมะสะสมสูงถึง 28 นิ้ว ส่งผลให้การคมนาคมและกิจกรรมต่าง ๆ ในเมืองต้องหยุดชะงัก

ทางการประกาศห้ามการเดินทางตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันอาทิตย์ ไปจนถึงช่วงเที่ยงวันถัดไป พร้อมสั่งปิดถนนสายหลัก ทางด่วน และสะพานหลายแห่ง ห้ามรถยนต์เกือบทุกประเภทสัญจร ยกเว้นกรณีจำเป็นหรือเหตุฉุกเฉิน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น เพื่อความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน โรงเรียนของรัฐในนครนิวยอร์กประกาศปิดการเรียนการสอน โดยถือเป็น “วันหยุดจากพายุหิมะ” ตามรูปแบบดั้งเดิมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 สะท้อนถึงความรุนแรงของสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ มีการประกาศเตือนภัยพายุหิมะในนครนิวยอร์ก รวมถึงหลายพื้นที่ของรัฐนิวเจอร์ซีและคอนเนคติคัตตั้งแต่วันเสาร์ หลังแบบจำลองพยากรณ์อากาศชี้ว่าพายุลูกใหญ่จะพัดเข้าสู่แนวชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศเตือนหิมะตกหนักและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ตั้งแต่แถบแอตแลนติกตอนกลางไปจนถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ระหว่างวันอาทิตย์ถึงวันจันทร์ ตามวันเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่เตือนว่าพายุครั้งนี้อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งด้านการคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค และการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนหลายล้านคนในภูมิภาคดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...