สคทช. ดัน One Map แก้เขตทับซ้อนนิคมลำน้ำน่าน ปรับแผนที่ท้าย พ.ร.ฎ. ขยายพื้นที่กว่า 1.8 แสนไร่
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เร่งขับเคลื่อนนโยบายบริหารจัดการที่ดินของประเทศแบบบูรณาการ ผลักดันการแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐทับซ้อนในพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ ผ่านกลไก “One Map” มาตราส่วน 1:4,000 เพื่อให้แนวเขตมีความชัดเจน ลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน และคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างเป็นระบบ
ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการ สคทช. เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่เห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ และมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แก้ไขแผนที่แนบท้ายกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาพื้นที่ดังกล่าวสืบเนื่องจากการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน เพื่อรองรับราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ โดยพบว่าแนวเขตบางส่วนทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่งผลให้การดำเนินงานที่ผ่านมาไม่แล้วเสร็จ
สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ คือ การยกเลิกแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาฉบับปี 2528 และกำหนดใช้แผนที่ฉบับปรับปรุงแทน โดยขยายพื้นที่นิคมจากเดิมประมาณ 160,540 ไร่ เป็นประมาณ 184,826 ไร่ เพื่อให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานตามแนวทาง One Map
ขณะเดียวกัน ครม. ยังมีมติเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ยกเว้นขั้นตอนการตรวจสอบแนวเขตการปกครองจากกรมการปกครอง เฉพาะกรณีดำเนินการตามแนวทาง One Map เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ
ทั้งนี้ การปรับปรุงแผนที่ดังกล่าวไม่กระทบสิทธิของประชาชนที่ได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) และผู้ถือเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ซึ่งยังคงได้รับสิทธิตามเดิม โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าสามารถเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีได้ แม้ภายหลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 เนื่องจากไม่เป็นการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ และไม่ก่อให้เกิดภาระงบประมาณเพิ่มเติม
การขับเคลื่อนครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ สคทช. ในการเป็นกลไกกลางด้านนโยบายที่ดินของประเทศ มุ่งแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินอย่างเป็นรูปธรรม และเตรียมขยายผลต้นแบบสู่ระดับจังหวัดและระดับประเทศต่อไป.