โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โครงการซื้อหุ้นคืน CPN...แหกตาชาวประชาหรือไม่ / สุนันท์ ศรีจันทรา

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ประกาศปิดโครงการซื้อหุ้นคืนหรือ TREASURY STORCK แล้ว และเป็นอีกบริษัทจดทะเบียนที่สร้างความประหลาดใจให้นักลงทุน เพราะไม่มีการซื้อหุ้นคืนแม้แต่หุ้นเดียว ตลอดระยะเวลา 6 เดือนของโครงการ

บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH เคยสร้างความฉงนสงสัย ในโครงการซื้อหุ้นคืนมาแล้ว โดยคณะกรรมการบริษัท ฯ มีมติเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ประกาศซื้อหุ้นคืนจำนวน 750 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 7% ของทุนจดทะเบียน ในวงเงิน 1,200 ล้านบาท คำนวณราคาราคาเฉลี่ยหุ้นละ 1.60 บาท เริ่มซื้อคืนตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนถึง 28 พฤศจิกายน 2568

ตลอดเวลา 6 เดือนของซื้อคืนหุ้น ราคาหุ้น QH ที่ซื้อขายบนกระดาน ไม่เคยพุ่งขึ้นเกิน 1.50 บาท ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวระดับ 1.20 บาท แต่ปรากฏว่า มีการซื้อหุ้นคืนทั้งหมดจำนวนเพียง 1,664,500 หุ้นหรือเพียง 0.02% ของทุนจดทะเบียน ใช้เงินซื้อหุ้นคืนเพียง 2.11 ล้านบาทเท่านั้น

โครงการซื้อหุ้นคืนของ QH ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นแผนการสร้างข่าวแหกตานักลงทุน และไม่มีคำชี้แจงเหตุผลใดๆจากฝ่ายบริหาร QH ในการไม่ซื้อหุ้นคืนตามที่ประกาศไว้ รวมทั้งไม่มีการสอบถามจากตลาดหลักทรัพย์ ฯ ส่งตรงถึง QH อีกเหมือนกัน

การประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการกระตุ้นราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ซื้อหุ้นคืน เพราะทำให้นักลงทุนเกิดความคาดหวัง เมื่อบริษัทจดทะเบียนประกาศซื้อหุ้นคืนแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติตามที่ประกาศไว้ ย่อมส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น

ไม่มีบทลงโทษใด สำหรับบริษัทจดทะเบียนที่สร้างข่าว “แหกตา” นักลงทุน จนกังวลกังว่า โครงการซื้อหุ้นคืน อาจเป็นเครื่องมือชิ้นใหม่ในการปั่นราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน

อย่างไรก็ตาม โครงการซื้อหุ้นคืนของ CPN ซึ่งสุดท้ายแล้วไม่ได้ซื้อแม้แต่หุ้นเดียว ฝ่ายบริหาร CPN มีคำชี้แจงที่รับฟังได้ว่า ทำไมตลอด 6 เดือนในโครงการ ฯ จึงไม่ซื้อหุ้นคืน

คณะกรรมการ CPN มีมติ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 111,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นจํานวนไม่เกินร้อยละ 2.47 ของหุ้นที่ จําหน่ายได้แล้ว ในวงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยซื้อคืนในราคาหุ้นละประมาณ 46 บาท

ช่วงซื้อหุ้นคืนกำหนดระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม 2568 - 17 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสาเหตุที่ไม่มีการซื้อหุ้นคืน เนื่องจาก ราคาหุ้น CPN ปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง เพราะตั้งแต่วันเริ่มต้นของการซื้อหุ้นคืนจนปิดโครงการ ราคาหุ้น CPN ไม่เคยลงต่ำกว่า 46 บาทเลย โดยลงต่ำสุดที่ 49 บาทในช่วงเวลาสั้นระหว่างชั่วโมงซื้อขายบางวันเท่านั้น

การซื้อหุ้นคืนของ QH กับ CPN จึงมีความแกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะ QH เข้าข่ายการสร้างข้อมูลเท็จ แหกตานักลงทุนทั้งตลาดหุ้น และ CPN มีเหตุผลสนับสนุนการไม่ซื้อหุ้นคืน ไม่ถือว่าผิดกฎการการประกาศโครงการ

นับจากปัญหา QH ยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากหน่วยงานใด ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ ในการกำหนดมาตรการหรือบทลงโทษ บริษัทจดทะเบียนที่สร้างข้อมูลเท็จ ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน แต่ไม่ยอมซื้อหุ้นคืนตามที่ประกาศ ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนเจ้าเล่ห์ นำโครงการซื้อหุ้นคืนมาแหกตานักลงทุนซ้ำรอย QH

ล่าสุดธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนรอบที่ 3 วงเงินไม่เกิน 9,614 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ถึง 19 สิงหาคม 2569 และทำให้ราคาหุ้น TTB พุ่งขึ้นตอบรับทันที เพราะ TTB พูดแล้วทำจริง ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนและซื้อหุ้นจริง ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่น

อย่างไรก็ตาม โครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียน อาจต้องเว้นวรรคไปชั่วคราว เพราะราคาหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ราคาขยับขึ้นมายกแผง และราคามีความเหมาะสมตามพื้นฐานแล้ว

แต่ถ้าตลาดหุ้นเกิดความซบเซารอบต่อไป ราคาหุ้นส่วนใหญ่ทรุดต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน บริษัทจดทะเบียนที่ประกาศซื้อหุ้นคืน ต้องซื้อหุ้นจริง

บริษัทจดทะเบียนแห่งใด แหกตานักลงทุนอีก ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ ต้องเตรียมกำหนดบทลงโทษไว้ล่วงหน้าเอาให้หนักในข้อหาสร้างข้อมูลอันเป็นเท็จ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...