โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รัฐมนตรีเวเนซุเอลาขึ้นเวทียูเอ็น จี้สหรัฐปล่อยตัว “นิโคลัส มาดูโร” ทันที

เดลินิวส์

อัพเดต 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.27 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
นายอีวาน กิล ปินโต รมว.การต่างประเทศเวเนซุเอลา เรียกร้องให้สหรัฐปล่อยตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ซึ่งถูกโค่นจากตำแหน่งด้วยการโจมตีของสหรัฐ เมื่อวันที่ 3 ม.ค. โดยทันที

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่า ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กิลเรียกร้องให้สหรัฐปล่อยตัวมาดูโร และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยาของมาดูโร “ในทันที”

กิลกล่าวต่อที่ประชุมว่า วันที่ 3 ม.ค. 2569 เป็นจุดเปลี่ยนที่ร้ายแรงอย่างยิ่งของเวเนซุเอลา และปฏิบัติการทางทหารที่ผิดกฎหมายโดยกองกำลังสหรัฐ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย

ด้วยความไม่สมมาตรของเทคโนโลยีและการทหาร ระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐ ซึ่งเป็นมหาอำนาจทางนิวเคลียร์ รัฐบาลการากัสจึงเลือกที่จะเปิดช่องทางการทูต เพื่อแก้ไขความขัดแย้ง กิลย้ำว่า เวเนซุเอลากำลังทำงานเพื่อกระบวนการยอมรับบาดแผลในอดีต การให้อภัย และการปรองดอง โดยอ้างถึงกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับใหม่ ที่ได้ผ่านการอนุมัติ

เมื่อวันพฤหัสบดี (19 ก.พ.) สภานิติบัญญัติของเวเนซุเอลาได้ลงมติ เห็นชอบกฎหมายฉบับสำคัญอย่างเป็นเอกฉันท์ ซึ่งนางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ยกย่องการผ่านกฎหมายฉบับนี้ ว่าเป็นก้าวไปสู่เวเนซุเอลาที่เป็นประชาธิปไตย ยุติธรรม และเสรีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านต่างวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายดังกล่าว ซึ่งดูเหมือนจะยกเว้นความผิดบางอย่าง ที่เคยใช้เป็นเป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของมาดูโร และขณะเดียวกัน กฎหมายยังไม่รวมถึงความผิดทางทหาร เช่น การพยายามก่อรัฐประหาร ขณะเดียวกัน กฎหมายนี้ช่วยเร่งการผ่อนคลายความตึงเครียด ในความสัมพันธ์ของเวเนซุเอลากับชาติตะวันตก.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...