นาทีเฉียดตุย สาวเปิบยำไข่แมงดา 2 คำ ช็อกหมดสติ-ชีพจรหยุดเต้น เข้า ICU
24 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้โพสต์ภาพตนเองนอนใส่เครื่องช่วยหายใจในห้อง ICU คู่กับเมนู "ยำไข่แมงดาทะเล" พร้อมระบุข้อความว่า "ต่อให้เป็น 1 ใน 200 คนที่รอดชีวิต ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครเลย #ตลาดกุ้งทะเลสัญจร"
ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังผู้โพสต์และได้พบกับสามีของผู้ที่รับประทานยำไข่แมงดาทะเล จนเกิดอาการแพ้อย่างหนัก คือ นายคิมหันต์ อายุ 51 ปี เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา ตน และภรรยาไปเดินซื้ออาหารทะเลที่มาเปิดเป็นตลาดอาหารทะเลสัญจรบริเวณลานหน้าห้างบิ๊กซีสุรินทร์ จากนั้นซื้อแมงดาทะเลที่ขายแพ็คใส่กล่องพร้อมเครื่องยำ ราคาประมาณร้อยกว่าบาท ตนซื้อมาแค่ตัวเดียว นอกจากนี้ยังซื้อกุ้งและหอยแมลงภู่มาด้วย แต่ยังไม่ได้รับประทาน
เมื่อภรรยารับประทานยำไข่แมงดาทะเลเข้าไป 1-2 คำแรก ก็รู้สึกมีอาการคันยุบยิบที่บริเวณริมฝีปากเลย ที่แรกก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะตัวภรรยาเองก็เคยรับประทานเมนูนี้มาแล้วตามร้านอาหารก็ไม่เคยมีอาการ หลังจากที่รับประทานเสร็จแล้ว ผ่านไปประมาณ 40 นาที ภรรยาก็โทรตาม บอกกับตนว่าไม่ไหวแล้วให้รีบพาไปโรงพยาบาล ประกอบกับช่วงแรกๆที่เริ่มมีอาการภรรยาก็ได้เปิดค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับอาการแพ้แมงดาทะเลเป็นแบบไหน ซึ่งก็ตรงกับอาการที่ภรรยาเป็นอยู่ คือ ลิ้นจุกปาก เริ่มไม่มีแรงเหมือนตัวจะลอย มือไม้เริ่มอ่อนแรง ตนจึงรีบมารับไปส่งโรงพยาบาล แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาล อาการก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เริ่มอาเจียน ต่อมาก็หมดสติ ไม่มีชีพจรอยู่ภายในห้องฉุกเฉิน ต้องใส่ท่อเครื่องช่วยหายใจ วันนี้อาการเริ่มดีขึ้นมาก ถอดเครื่องช่วยหายใจออกแล้ว แต่ก็ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ เป็นวันที่ 5 แล้ว
นายคิมหันต์ เล่าต่ออีกว่า ตนกับภรรยายอมรับว่าไม่มีข้อมูลเรื่องจุดสังเกตของแมงดาทะเลที่มีพิษหรือไม่มีพิษมาก่อน เพราะไม่ได้รับประทานอาหารทะเลเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุก็เพิ่งจะมาค้นหาข้อมูลดู จึงได้แชร์ข้อมูลไปทางสื่อต่างๆเพราะกลัวว่าจะมีใครต้องเจอแบบเดียวกับภรรยาของตน เพราะเรื่องเล็กๆแค่นี้ แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่เฉียดตาย อีกทั้งหลังจากที่ค้นดูข้อมูลจุดสังเกตของแมงดาทะเลที่มีพิษหรือไม่มีพิษนั้น ให้สังเกตดูที่หาง แต่ตัวที่ตนซื้อมานั้นถูกตัดหางทิ้งออกไป เพื่อจะให้ตัวแมงดานั้นเป็นลักษณะกลม และจะได้วางในกล่องพลาสติกที่เป็นทรงกลมได้ จึงทำให้หลายๆคนดูไม่ออกเลย อีกอย่าง ตนก็ยืนยันว่าวันนั้นภรรยาไม่ได้ทานอาหารอย่างอื่นเลย ซึ่งตนก็คิดว่าร้านน่าจะคัดกรองมาเป็นอย่างดีจึงได้นำมาวางขาย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กลุ่มเวชภัณฑ์ของทางโรงพยาบาลสุรินทร์เก็บตัวอย่างไข่แมงดาทะเลที่ภรรยาของตนรับประทานเข้าไป เพื่อนำไปตรวจสอบแล้วว่ามีพิษ หรือไม่มีพิษ อีกทั้งหลังจากนี้ตนก็กำลังปรึกษากับครอบครัว และรอผลตรวจจากทางโรงพยาบาลเพื่อยืนยันว่า ภรรยาได้รับสารพิษจากแมงดาทะเลจริงๆ รวมถึงใบรับรองแพทย์ ถ้ารวบรวมข้อมูลได้เพียงพอแล้ว ตนอาจจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับทางร้านค้าที่นำแมงดาทะเลมีพิษมาขาย โดยที่ไม่มีการคัดกรองให้ดีเท่าที่ควร จนทำให้ภรรยาของตนเกือบเสียชีวิต
ที่สำคัญชาวบ้านผู้บริโภคทั่วไปส่วนใหญ่อาจจะดูไม่ออกว่าอันไหนทานได้ อันไหนทานไม่ได้ จึงอยากฝากให้ทางร้านตรวจเช็คให้ดีมากกว่านี้
ทั้งนี้ เมื่อ 23/02/2569 ทางด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ ได้ออกมาประกาศคำสั่งระงับขาย "ยำไข่แมงดาทะเล" หลังพบผู้ป่วยลิ้นชา 3 ราย เร่งตรวจสอบแหล่งวัตถุดิบ โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
นพ.ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จากกรณีพบผู้ป่วยมีอาการลิ้นชา ปากชา ภายหลังรับประทานเมนู "ยำไข่แมงดาทะเล" จากตลาดเคลื่อนที่ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ รวม 3 ราย โดยเป็นผู้ป่วยในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์ 1 ราย และอำเภอปราสาท 2 ราย ขณะนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ และโรงพยาบาลปราสาท แพทย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข และโรงพยาบาลสุรินทร์ ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 21–22 กุมภาพันธ์ 2569 ขอความร่วมมือผู้ประกอบการระงับการจำหน่ายเมนูไข่แมงดาทะเลในทันที ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี พร้อมตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบ พบว่าส่งมาจากบริษัทฟาร์มกุ้งแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคกลาง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบความปลอดภัยวัตถุดิบ
นอกจากนี้ ในวันที่ 24–25 กุมภาพันธ์ 2569 ตลาดดังกล่าวมีแผนเดินทางไปจำหน่ายสินค้าในพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี ท่าตูม จอมพระ และบัวเชด โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ประสานเครือข่ายสาธารณสุขในแต่ละอำเภอ ออกตรวจสอบและขอความร่วมมือระงับการจำหน่ายไข่แมงดาทะเลทุกแผงค้า พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากพิษไข่แมงดาทะเลแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก