ศาลยกฟ้อง “จ่านิว” คดีหมิ่น กกต. ชี้วิจารณ์ปมเลือกตั้งไม่โปร่งใส เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.พ. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.3328/2567 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อดีตแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาชน เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2562 นายสิรวิชญ์กับพวกอีกหลายคนใช้ชื่อกลุ่มชุมนุมว่า “กลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม” ได้ร่วมกันหมิ่นประมาทใส่ความคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยจำเลยกับพวกได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต้านโกงการเลือกตั้ง พร้อมประกาศเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปร่วมลงรายชื่อเพื่อถอดถอนกรรมการการเลือกตั้ง และอ่านแถลงการณ์ปรากฏข้อความบางส่วนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งครั้งหนึ่งสูงถึง 5.8 พันล้านบาท แต่กลับมีพฤติกรรมที่แสดงถึงความไม่โปร่งใสและความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรงหลายประการ อาทิ เอื้อประโยชน์แก่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพรรคการเมืองที่ คสช. สนับสนุนความเรรวนในการรายงานผลการเลือกตั้ง เช่น ตัวเลขที่เปลี่ยนไปมาคะแนนลดลงนับหมื่นคะแนน, ผลรวมของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งและการลงคะแนนไม่ตรงกับยอดรวมที่ประกาศออกมา ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมักง่ายและด้อยประสิทธิภาพ และอื่นๆ
โดยข้อความดังกล่าวมีความหมายว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลาง มีการทุจริตในหน้าที่ จัดการเลือกตั้งไม่โปร่งใส และมีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรง ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่เป็นการใส่ความให้ร้าย กกต. และเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยาม โดยประการที่น่าจะทําให้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับความอับอาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง
จำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยได้กล่าวถ้อยคำวิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในขณะนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่มีประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง จึงทำให้มีข้อสงสัยเกิดขึ้นแก่สังคม จำเลยได้กล่าวในลักษณะท้วงติงให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ ไม่ได้กล่าวมุ่งหมายเฉพาะเจาะจงไปยังบุคคลใดรายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษอันเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 อนุ 3 การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
พิพากษายกฟ้อง