โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีจัดข้าวของคนที่จากไปแล้ว ทำยังไงให้ใจไม่เจ็บปวดเกินไป

SpringNews

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไม่ว่าเป็นการ เปิดลิ้นชัก หยิบเสื้อผ้า หรือจัดข้าวของของใครบางคนที่ไม่อยู่ตรงนั้นแล้วๆ อยู่ๆ ใจก็รู้สึกเศร้า หดหู่และใจหวิวๆ จนไม่อยากทำต่อ

ของบางชิ้นไม่ได้มีมูลค่าอะไร แต่กลับหนักในมืออย่างประหลาด แค่กลิ่นเดิมๆ หรือรอยพับบนเสื้อ ก็พาเราย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่เขายังอยู่ตรงนั้น ทำให้การจัดบ้านกลายเป็นมากกว่าการเคลียร์พื้นที่ แต่กลับกลายเป็นการเผชิญหน้ากับความคิดถึงและการสูญเสียภายในของเราแทนไปแบบไม่ได้ตั้งใจ

ถ้าคุณกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ ขอให้รู้ว่าความเศร้านั้นไม่ได้ผิดปกติเลย แต่มันคือสัญญาณว่า ความรักและความผูกพันยังคงอยู่ แม้คนคนนั้นจะไม่อยู่แล้วก็ตาม

ในวัยที่เรากำลังสร้างตัวหรือดูแลครอบครัว การต้องมารับหน้าที่จัดการสมบัติของผู้ที่ล่วงลับอาจกลายเป็น "ภาระทางใจ" ที่หนักอึ้ง บางคนรู้สึกผิดถ้าจะทิ้งเสื้อผ้าที่ยังมีกลิ่นอายของเขา หรือบางคนก็ถูกสังคมกดดันด้วยคำว่า "ต้องรีบเคลียร์บ้านเพื่อเริ่มต้นใหม่" แต่ในความเป็นจริง การจัดการความรู้สึกผ่านข้าวของนั้นไม่มีสูตรสำเร็จ และนี่คือมุมมองที่จะช่วยให้คุณผ่านมันไปได้แบบไม่เสียศูนย์

อย่ากดดันตัวเองเกินไป

ไม่มีกฎหมายฉบับไหนกำหนดว่าคุณต้องจัดการห้องของผู้ล่วงลับภายในกี่วัน "บางคนอาจพร้อมทำในสัปดาห์แรก ขณะที่บางคนอาจต้องใช้เวลาเป็นปี" ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว แต่อยู่ที่ว่าคุณพร้อมจะเผชิญหน้ากับความทรงจำเหล่านั้นหรือยัง หากวันไหนเปิดกล่องแล้วรู้สึกหายใจไม่ออก หรือน้ำตามันไหลไม่หยุด นั่นคือสัญญาณว่า "วันนี้พอแค่นี้ก่อน" การอนุญาตให้ตัวเองหยุดพักคือการดูแลใจที่ดีที่สุด

แยกแยะระหว่าง ‘ความทรงจำ’ กับ ‘วัตถุ’

เรามักจะผูกโยงวิญญาณของคนรักไว้กับสิ่งของ จนลืมไปว่า "ต่อให้เราทิ้งถ้วยกาแฟใบโปรดของเขาไป ความผูกพันที่เคยมีต่อกันก็ไม่ได้เลือนหายตามไปด้วย" ลองเปลี่ยนจากการเก็บของทุกชิ้น มาเป็นการเลือกชิ้นที่มีความหมายที่สุดเพียงไม่กี่อย่าง ส่วนที่เหลืออาจใช้วิธี ‘ถ่ายรูปเก็บไว้’ หรือส่งต่อให้คนอื่นที่ได้ใช้ประโยชน์ วิธีนี้จะช่วยลดความรู้สึกผิดลงได้ เพราะเราไม่ได้ทำลายความทรงจำ แต่เรากำลังส่งต่อคุณค่าของมัน

ให้คนที่เข้าใจกันมาแชร์ความรู้สึก

การนั่งรื้อของคนเดียวอาจทำให้เราจมดิ่งเกินไป การชวนเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัวมาช่วยจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศที่หม่นหมองให้กลายเป็นการ ‘ล้อมวงเล่าเรื่อง’ การพูดคุยถึงที่มาของของแต่ละชิ้น การหัวเราะให้กับวีรกรรมเก่าๆ ของผู้จากไป จะช่วยให้การจัดบ้านกลายเป็นพิธีกรรมแห่งการเยียวยา แทนที่จะเป็นงานที่น่าหดหู่

ท้ายที่สุดแล้ว การจัดการข้าวของทีละกล่องคือการค่อยๆ จัดระเบียบความเศร้าในใจเราเอง เมื่อพื้นที่ในบ้านเริ่มว่างลง พื้นที่ในใจคุณก็จะค่อยๆ เปิดรับความสงบสุขและการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตได้มากขึ้น โดยที่ความรักและความทรงจำเหล่านั้นยังคงถูกจัดเก็บไว้อย่างสวยงามในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจตลอดไป

ที่มา : psychologytoday

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...