โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

GO Hotel ติดสปีดโต 77 จังหวัด ปั้นอาณาจักร National Hotel Chain

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อีกหนึ่งธุรกิจเรือธงที่น่าจับตาของกลุ่มเซ็นทรัล ภายใต้การขับเคลื่อนของอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาธุรกิจศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ นั่นคือ Premium Budget Hotel ในชื่อ"GO Hotel" ภายใต้การกุมบังเหียนของ “ภูมิ จิราธิวัฒน์” เจนเนอเรชั่นที่ 4 แห่งตระกูลจิราธิวัฒน์

ที่ใช้เวลาร่วม 3 ปีนับจากแจ้งเกิดแบรนด์! ได้เรียนรู้ ลองผิด ลองถูก ตั้งแต่การก่อสร้าง การบริหารจัดการ พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้านักเดินทาง นักท่องเที่ยว ที่สำคัญ pain point ต่างๆ ถูกแก้ไข ปรับเปลี่ยนสู่สิ่งที่ดีกว่า เรียกว่าวันนี้พร้อมโตเต็มที่! โดยพุ่งเป้าหมาย 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย แทรกตลาดที่ยังมีช่องว่าง และ“โอกาส” อยู่มหาศาล ร่วมต่อยอดและเติมเต็มอาณาจักรธุรกิจเซ็นทรัลกรุ๊ป

ภูมิ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงาน Hotels and alternative investments บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาธุรกิจโรงแรม และ GO Hotel กล่าวว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปี 2569 น่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมาๆ ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 33 ล้านคน ในปี 2568 ขณะที่จุดสูงสุดไทยเคยมีนักท่องเที่ยวแตะ 40 ล้านคนในปี 2562 และแนวโน้ม“ทัวริสต์จีน" กำลังกลับมามากขึ้น เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ

“อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย แม้เผชิญความผันผวนจากปัจจัยโลกในเวลานี้แต่เชื่อตลาดจะโตต่อเนื่อง ทั้งไทยเที่ยวไทยมากขึ้น และต่างชาติมาเยือนไทย”

เป็นจุดยืนของ ภูมิ ที่มองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวัง (Cautiously Optimistic) มองอนาคตด้วยความเชื่อมั่นอย่างรอบคอบ ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะยาวของ “เซ็นทรัลพัฒนา” วางกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการใช้ประโยชน์จาก Land Bank ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ วิเคราะห์ทำเลด้วยข้อมูลเชิงลึก และพัฒนาโครงการใหม่ มุ่งตอบโจทย์ดีมานด์จริงของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่

อยากเห็นภาพอนาคตของประเทศไทยก้าวสู่การเป็น National Travel Market ที่แข็งแกร่ง! ไม่ว่าจะเดินทางไปจังหวัดใด จะพบกับที่พักคุณภาพมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และ GO Hotel คือหนึ่งในคำตอบ!

ปั้น “GO Hotel” สู่ National Hotel Chain

“GO” หนึ่งในแบรนด์สำคัญของเซ็นทรัลพัฒนา ชื่อ GO ไม่เพียงสื่อถึงการเคลื่อนไหว แต่ยังพ้องเสียงกับคำว่า “พี่ใหญ่” ในภาษาจีน สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่พร้อมบุกเบิกตลาดใหม่อย่างมั่นใจ ด้วยคุณภาพ ความคุ้มค่าที่เข้าถึงง่าย สบาย และ ปลอดภัย

แนวคิดนี้ต่อยอดสู่“GO Hotel” โรงแรมพรีเมียมราคาคุ้มค่า (Premium Budget Hotel) ซึ่งไม่ได้เด่นแค่เรื่อง “ราคา” แต่วางคาแรคเตอร์แบรนด์ชัดเจนว่า “สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ใกล้เคียงโรงแรมระดับ 4-5 ดาวในราคาเข้าถึงได้

เริ่มที่ “สุข” จากประสบการณ์การพักผ่อนที่มีคุณภาพ“สะดวก” จากทำเลที่เชื่อมต่อกับศูนย์กลางเมือง “สบาย” จากการดีไซน์ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและบรรยากาศ และ“สุดคุ้ม” จากคุณค่าที่เกินความคาดหมาย อาทิ เตียงใหญ่พิเศษ 6.5 ฟุต ผ้าม่านทึบแสง หรือ ห้องพัก Pet Friendly

ปัญหาใหญ่ของไทย โรงแรมมักกระจุกตัวในเมืองท่องเที่ยวหลัก ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย ไม่ค่อยมีโรงแรมมาตรฐานสากล หรือ National Hotel Chain ในต่างจังหวัด เมืองรองต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมเก่า GO จึงมาตอบ pain point ของตลาด ด้วยจุดแข็ง Consumer Insight จากฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของ The 1 ที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของผู้เข้าพักแม่นยำ และเพื่อตอบโจทย์การแข่งขันในโลกยุคใหม่ GO Hotel ยังลงทุนในเทคโนโลยี AI เพื่อบริหารราคาแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพในการจับดีมานด์ และสร้างความยั่งยืนในการเติบโต

เรียนรู้ ปรับเปลี่ยน พร้อมโต!

GO Hotel แจ้งเกิดเมื่อปี 2565 ช่วง 2 ปีแรกโฟกัสโซนพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งมีการเดินทาง ท่องเที่ยว และเป็นแหล่งงาน จึงใช้เป็นจุดยุทธศาสสตร์ในการสร้างแบรนด์ไปพร้อมกับการเรียนรู้ทั้งความสำเร็จ และปัญหา แนวคิดการลงทุนที่ต้อง เน้น “ดีมานด์” มากกว่า“ซัพพลาย” ทำเลติดถนนใหญ่ เข้าออกง่าย

เป็นที่มาของ Core Value แบรนด์ GO Hotel"คุ้มค่า สะดวก ปลอดภัย" ตอบโจทย์ “Right price, Right location, Right time” เป็นราคาที่ทุกคนจับต้องได้คุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งในตลาดมี 2 แบรนด์หลัก คือ ฮ็อป อินน์ (HOP INN Hotel) และบีทู (B2)

ชี้ศักยภาพปักหมุด 77 จังหวัดทั่วไทย

ภูมิ ขยายความต่อว่า การพัฒนาโรงแรมไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ หากแต่เป็นการ “เพิ่มมูลค่าให้ระบบนิเวศของศูนย์กลางเมือง” ที่ เซ็นทรัลพัฒนา วางรากฐานไว้แล้วทั่วประเทศ โรงแรมแต่ละแห่งได้รับการออกแบบให้ “เชื่อมโยง” อย่างไร้รอยต่อกับองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจ และประสบการณ์

ดังนั้น การเข้าใจดีมานด์ของพื้นที่อย่างลึกซึ้ง และการจับจังหวะที่ “ใช่” ในโลเคชันที่“ตอบโจทย์” ของเมืองและชุมชนโดยรอบเป็นหัวใจสำคัญ

โดย GO Hotel มั่นใจในโอกาสทางการตลาดที่เปิดกว้างจึงมุ่งสร้าง"National Hotel Chain” ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ ไม่ต่างจากโกลบอลแบรนด์อย่าง McDonald’s หรือ KFC ไม่ว่าเมืองเล็ก หรือเมืองใหญ่ ล้วนอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน

ขณะที่ระยะสั้น 5 ปี วางแผนเปิดบริการในอัตราเฉลี่ย 5 สาขาต่อปี หรือมีเครือข่ายอย่างน้อย 25 แห่งภายใน 5 ปี เพิ่มจำนวนห้องพักให้ได้ 1,500 ห้อง ใช้งบลงทุนรวมกว่า 1,850 ล้านบาท หรือเฉลี่ยลงทุน 100 ล้านบาทต่อแห่ง ขนาด 100-200 ห้องพัก

เรายังเปิดกว้างการลงทุน เจ้าของที่ดิน พันธมิตรทุกรูปแบบด้านการเงิน บริการ ร้านอาหาร ร่วมขยายธุรกิจ GO Hotel ไปด้วยกัน

ขยายพอร์ตโรงแรมเครือเซ็นทรัลพัฒนาคลุม 3 เซกเมนต์

เพื่อบุกเบิก“เศรษฐกิจการเดินทาง” (Travel Ecosystem) ครอบคลุมทั้งการพักผ่อน ทำธุรกิจ และทำงาน ส่งเสริมศักยภาพของเมืองต่างๆ ทั้งเมืองหลัก เมืองรอง เมืองท่องเที่ยว และเมืองอุตสาหกรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ Retail-Led Mixed-Use Development ของ“เซ็นทรัลพัฒนา” วาง “ธุรกิจโรงแรม” เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่มีศักยภาพเติบโต เป็นจุดหมายปลายทาง (Destination) สำหรับนักเดินทาง

ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมในเครือเซ็นทรัลพัฒนา มี 11 แห่ง สร้างรายได้รวมกว่า 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 เซกเมนต์ ครอบคลุมความต้องการของตลาดที่แตกต่างกัน ได้แก่

1.Luxury Segment หรือโรงแรมระดับหรูหรา ได้แก่ Hilton Pattaya ซึ่งในกลุ่มนี้ขยายการลงทุนตามโอกาส ซึ่งทำเลลักชัวรีไม่ได้มีเกิดขึ้นมากนัก

2.Mid-scale Segment โรงแรมระดับกลาง ได้แก่แบรนด์ Centara และ Hilton Garden Inn Rayong

3.Economy Segment ที่มี GO Hotel เป็นเรือธง จากปัจจุบันเปิดบริการ 5 แห่ง ได้แก่ บ่อวิน บ้านฉาง ศรีราชา ชลบุรี และ กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต โดยปี 2569 เตรียมเปิด 5 แห่ง ได้แก่ ขอนแก่น นครสวรรค์ เชียงราย เชียงใหม่ และพระนครศรีอยุธยา

วางกลยุทธ์จากความเข้าใจในพื้นที่

“โรงแรมที่ดีต้องออกแบบจากความเข้าใจ การที่เราตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่าใคร คือคีย์เวิร์ดของความสำเร็จ” คือหัวใจในการพัฒนา GO Hotel แบรนด์โรงแรมที่ไม่ยึดติดกับสูตรสำเร็จ หากแต่เริ่มต้นจาก “ความเข้าใจ” ทั้งศักยภาพของพื้นที่ การแข่งขัน พฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงบริบททางวัฒนธรรมและชุมชนในแต่ละทำเล

แนวทางนี้สะท้อนชัดใน "GO Hotel กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต" โรงแรมลำดับที่ 5 แฟลกชิปแห่งแรกของแบรนด์ ขนาด 179 ห้อง มากสุดในเครือ มูลค่าลงทุนกว่า 200 ล้านบาทบนทำเลศักยภาพย่านลาดกระบัง ประตูเชื่อมสู่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ไม่ได้เป็นเพียง Airport Hotel ทั่วไป แต่ถูกวางตำแหน่งให้เป็น “จุดยุทธศาสตร์” รองรับดีมานด์จากกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่นักเดินทางในประเทศ นักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่ม Stopover ลูกเรือ ไปจนถึงนักธุรกิจ ด้วยจุดขายราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000 บาทต่อห้อง ต่ำกว่าคู่แข่งในย่านเดียวกันถึง 50%

GO Hotel กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต มาพร้อมแนวคิด“จ่ายง่าย หลับสบาย พักใกล้ บินทัน” (Great Sleep. Great Price. Right on Time.) ตั้งเป้ารองรับนักเดินทางกว่า 78,000 รายต่อปี เป็นคนไทย 60% ต่างชาติ 40%

เพื่อสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์เจาะตรงลูกค้าเป้าหมาย GO Hotel ผนึกพันธมิตรเพิ่มมูลค่าให้การเข้าพัก อาทิ บริการรับ-ส่งจากสนามบินมายังโรงแรม จัดโปรโมชันร่วมกับร้านค้าบริเวณใกล้เคียง เชื่อมโยงกับ “The 1” โปรแกรม Loyalty ที่แข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจเครือเซ็นทรัล เพื่อให้ผู้เข้าพักสะสมคะแนนเพื่อแลกใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ

ภูมิ มีประสบการณ์ด้านการเงินที่แข็งแกร่ง ผ่านเก้าอี้ VP ที่ L Catterton กองทุน Private Equity ระดับโลกในเครือ LVMH และเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง CG Capital กองทุน Private Equity ที่มุ่งลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจ Hospitality โดยเฉพาะ ทำให้แม่ทัพอย่าง “ภูมิ” มีวิสัยทัศน์ด้านการบริหารที่คิดเป็นระบบ ลงทุนอย่างมีวินัย ขับเคลื่อนเป้าหมายอย่างชัดเจน นำพาแบรนด์ GO Hotel ให้เติบโตด้วยแนวคิด “ลงทุนบนความเข้าใจ เพื่อสร้างผลตอบแทนบนความยั่งยืน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และผู้คน”

พร้อม Synergy สร้างโรงแรมติดกับ “ศูนย์การค้า” ตอบไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ไม่เพียงช่วยในเรื่องการบริหารจัดการต้นทุน แต่ยังเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้าโดยเฉพาะ "ความสะดวก" ที่สามารถใช้บริการทางเลือกต่างๆ ในศูนย์การค้า อีกประการสำคัญที่แตกต่าง เป็นจุดขายและจุดแข็ง นั่นคือ “ความปลอดภัย” จากโครงสร้างพื้นฐานที่ดีของศูนย์การค้าที่มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พนักงานรักษาความปลอดภัย แสงสว่าง …เรียกว่าไปด้วยกันแล้ว "ดี" ทั้งคู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...