โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชุมชนบ้านบาตร ในวันที่ลมหายใจรวยริน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
บ้านบาตร แหล่งตีบาตรพระหนึ่งเดียวของโลก กับการยืนระยะในเมืองใหญ่

บ้านบาตร แหล่งตีบาตรพระหนึ่งเดียวของโลก กับการยืนระยะในเมืองใหญ่

งานฝีมือที่เชื่อมโยงพระวินัย ศรัทธา และชีวิตชุมชน กำลังเดินอยู่บนเส้นบางระหว่างการดำรงอยู่กับการเลือนหาย

กลางเมืองหลวงที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ยังมีพื้นที่เล็ก ๆ ซึ่งดำเนินชีวิตไปตามจังหวะของค้อนและโลหะ เสียง “ป๊อก ๆ” ที่ดังเป็นระยะ ทำหน้าที่บอกตัวตนของ ชุมชนบ้านบาตร ชุมชนช่างฝีมือซึ่งสืบทอดงานตีบาตรพระต่อเนื่องมานานกว่าสองศตวรรษ

มณีรัตน์ นาครัตน์ ทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลเสือศรีเสริม เล่าว่า บ้านบาตรมีรากเหง้าย้อนไปถึงสมัยอยุธยา ก่อนย้ายมาตั้งรกรากในกรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 และดำเนินวิถีงานฝีมือนี้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ช่วงเวลาหนึ่ง การตีบาตรเป็นอาชีพหลักของแทบทุกครัวเรือน เสียงค้อนดังตั้งแต่เช้าจนค่ำ เป็นภาพคุ้นตาของชุมชนที่ใช้แรงมือและฝีมือเป็นศูนย์กลางของชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อรูปแบบการใช้งานเปลี่ยนไป งานบาตรทำมือเริ่มเผชิญแรงกดดันจากการผลิตแบบอุตสาหกรรม บาตรปั๊มจากโรงงานมีราคาถูกกว่าและหาซื้อได้ง่ายกว่า ส่งผลให้งานฝีมือดั้งเดิมเหลืออยู่ในวงจำกัด มณีรัตน์อธิบายว่า ผู้ที่ยังเลือกใช้บาตรทำมือส่วนใหญ่เป็นพระสายธรรมยุตซึ่งยึดหลักพระวินัยอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการใช้บาตรปั๊ม

ในมุมของพระสงฆ์ พระครูนนทพัฒนคุณ (วัลลภ วลลโภ) ดร. เจ้าอาวาสวัดไทรม้าเหนือ จังหวัดนนทบุรี อธิบายว่า บาตรเป็นของใช้ประจำตัวของพระพุทธเจ้า มีไว้สำหรับการบิณฑบาต และถูกกำหนดการใช้งานตามพระวินัย ปัจจุบันแม้มีการพัฒนาด้านวัสดุและรูปแบบเพื่อให้ใช้งานได้ต่อเนื่องในอนาคต หลักการตามพระธรรมวินัยยังคงเป็นแกนสำคัญ

ในเชิงงานช่าง บาตรทำมือเป็นงานประกอบหลายชิ้น หน้าวัวสี่ชิ้นที่เห็นคล้ายกลีบบัวเชื่อมโยงกับคติทางพุทธศาสนาเกี่ยวกับเทวดาสี่องค์ที่ถวายบาตรแด่พระพุทธเจ้า ก่อนรวมเป็นบาตรใบเดียว ร่องรอยหน้าวัวและผิวโลหะที่ไม่เรียบสนิทคือหลักฐานของการผลิตด้วยแรงมือ และเป็นลักษณะเฉพาะของบาตรจากบ้านบาตร

วรชาติ สุขประเสริฐ ประธานชุมชนบ้านบาตร ระบุว่า บาตรหนึ่งใบต้องผ่านหลายขั้นตอน และกระจายงานไปยังหลายครัวเรือน บางบ้านรับงานตี บางบ้านต่อขอบ หรือเก็บตะเข็บ กระบวนการทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่งานฝีมือภายในชุมชน บาตรทำมือหนึ่งใบใช้เวลาราวสองวัน แตกต่างจากบาตรปั๊มที่โรงงานสามารถผลิตได้มากกว่าหนึ่งร้อยใบต่อวัน เมื่อนำระยะเวลาและแรงงานมาพิจารณา ราคาบาตรทำมือจึงสอดคล้องกับต้นทุนฝีมือที่ใช้

ทัศนีย์ สุขะศิริวัฒน์ ช่างตีเม็ด เล่าย้อนถึงอดีตว่า ครั้งหนึ่งการตีบาตรแพร่หลายในชุมชน เสียงการทำงานดังตั้งแต่เช้าจนถึงดึก ปัจจุบัน บ้านที่ยังตีบาตรจริงเหลือเพียงไม่กี่หลัง งานฝีมือค่อย ๆ ลดบทบาทลงตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด

แม้งานจะหดตัว บทบาทของงานตีบาตรยังคงสำคัญต่อผู้สูงอายุในชุมชน ผู้ที่ยังมีฝีมือสามารถทำงานและมีรายได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยังมีเยาวชนบางส่วนเข้ามาทำงาน เนื่องจากมีรายได้ทุกวัน ไม่ต้องลงทุน และสามารถทำควบคู่กับการเรียนได้ อนาคตของงานฝีมือยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนรุ่นถัดไป หากไม่มีผู้รับช่วงต่อ งานนี้อาจเลือนหาย

วรชาติ ยืนยันว่า บ้านบาตรเป็นแหล่งตีบาตรทำมือแห่งเดียวในโลก ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและพม่ายังสั่งบาตรจากพื้นที่นี้ไปใช้งาน ปัจจุบันชุมชนเปิดพื้นที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ ให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาประวัติและกระบวนการทำบาตรโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เสียงค้อนที่ยังดังอยู่ในวันนี้จึงเป็นทั้งการทำงาน การสืบทอด และการยืนยันการดำรงอยู่ของงานฝีมือชิ้นหนึ่งในสังคมร่วมสมัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...