โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

อยากลาออกแต่ใจไม่กล้า กลัวโดนมองเป็น Job-Hopper

Mission To The Moon

เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2567 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

เหตุผลในการลาออกจากงานจะเป็นเพราะอะไรได้บ้าง?
.
ในเนื้อร้องของเพลง ลาออก ของบิลลี่ โอแกนที่ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 1990 อาจจะยังคงแทนสถานการณ์ และแทนใจของคนทำงานในยุคนี้ได้ เช่น งานที่ทำอยู่ไม่มีความก้าวหน้า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้านาย หรือได้เงินเดือนสวนทางกับภาระงาน โดยเฉพาะเทรนด์การทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสุขของตัวเองมากขึ้น จนต้องเปลี่ยนงานบ่อยๆ เมื่อเจอกับงานที่ไม่ถูกใจ
.
กลายเป็นที่มาของเทรนด์ Job-Hopping หรือการเปลี่ยนงานบ่อยๆ ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน ซึ่งแม้ว่าเทรนด์นี้จะตอบโจทย์คนที่กำลังค้นหาตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันผลสำรวจปี 2022 จากที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคล Robert Half ระบุว่า 77% ของผู้จัดการลังเลที่จะรับผู้สมัครที่เปลี่ยนงานบ่อย ในระยะเวลาไม่ถึงปี ทำให้คนบางส่วนเลือกทนทำงานให้ครบปี แม้ว่าจะต้องเจอกับความเป็นพิษในที่ทำงานก็ตาม
.
แต่การอยู่ท่ามกลางหัวหน้างานที่ Toxic หรือทำงานทีก็เหมือนต้องต่อสู้กับเพื่อนร่วมงานอยู่ตลอด แถมยังไม่มีความสุขเพราะงานหนัก และได้เงินเดือนน้อยนานนับปี การอดทนเพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็น Job-Hopper ในตลาดแรงงานถือเป็นคำตอบที่ใช่แน่หรือ?
.
ลองมาฟังคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญและโค้ชด้านอาชีพที่ให้คำปรึกษากับพนักงานเงินเดือนมากกว่า 700 คนจากกลุ่มอายุ ตำแหน่งงานและอาชีพที่หลากหลายกันว่า เราควรทนต่อไป หรือจะยอมเป็น Job-Hopper ดี?
.
.
อย่า ‘ทนไปก่อน’ ให้เสียเวลา อย่างนี้ต้องลาออก!
.
ฟีบี้ เกวิน (Phoebe Gavin) โค้ชด้านอาชีพผู้ให้คำปรึกษากับพนักงานมาแล้วกว่า 700 คนมองว่าเทรนด์การทำงานแบบทนๆ ทำให้เกิน 1 ปีนั้นเป็นสิ่งที่พบได้บ่อย เพราะหลายคนกลัวว่า Resume ของตัวเองจะไม่เข้าตาผู้จัดการฝ่ายจ้างงาน จึงเลือกที่จะอดทนกับความท็อกซิกในที่ทำงานนานเป็นปีๆ ก่อนที่จะวางแผนหางานใหม่ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในกลุ่มคนทำงานเจน Y และเจน Z
.
จากสถิติในปี 2022 ของสำนักงานแรงงานสหรัฐฯ พบว่าคนทำงานอายุตั้งแต่ 25-34 ปีมีอายุการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 2.8 ปีต่อบริษัท ซึ่งน้อยกว่าคนทำงานอายุ 55-64 ปีที่มีอายุการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 9.8 ปี
.
นอกจากนี้การสำรวจยังบอกอีกด้วยว่า 35% ของผู้ตอบแบบสอบถามลาออกภายในปีแรกของการจ้างงาน และมีผู้ตอบแบบสอบถามที่พร้อมลาออกจากงานภายใน 6 เดือน หากชีวิตการทำงานไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังสูงถึง 80%
.
เกวินกล่าวว่าคำแนะนำของโค้ชอาชีพที่ให้พนักงานหลีกเลี่ยงการเป็น Job-Hopper โดยทนทำงานไปก่อน นั้นล้าสมัยเกินไปแล้ว เมื่อพิจารณาจากอัตราส่วนของคนที่พร้อมลาออกสูงถึง 80% และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อีกมากมายที่คนทำงานต้องเผชิญ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน โรคระบาด รวมถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
.
ดังนั้นหากพนักงานพิจารณาแล้วว่าองค์กรไม่สามารถมอบคุณค่าที่พวกเขามองหาอยู่ได้ การลาออกและหางานใหม่อาจจะตอบโจทย์ชีวิตมากกว่า
.
.
‘เอาชนะความกลัวให้ได้!’ และหาทางออกใหม่ให้ชีวิต
.
ในฐานะโค้ชอาชีพที่มีประสบการณ์ เกวินเชื่อว่าเป้าหมายของชีวิตและเส้นทางการเติบโตทางอาชีพของคนวัยทำงานเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อเราเริ่มรู้สึกว่า ‘ไม่มีความสุข’ ในที่ทำงาน รู้สึกถูกคุกคามความมั่นคง หรือแม้กระทั่งเริ่มเบื่อหน่ายกับงานที่ทำ นั่นถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกเราว่าอาจถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลือก
.
ใครที่กำลังกังวลว่าการลาออกเมื่อมีอายุงานยังไม่ครบปีจะทำให้ Resume ของตัวเองถูกปฏิเสธ เกวินแนะนำว่าตราบใดที่เรามีทักษะอาชีพ และประสบการณ์การทำงานน่าสนใจดีอยู่แล้ว ไม่แน่ว่าการลาออกจากที่ทำงานเดิมจะทำให้เราได้เจอกับทางออกที่ใช่สำหรับชีวิตก็ได้
.
แต่ก่อนที่จะยื่นซองขาวแบบปุบปับ เราลองมาสำรวจตัวเองอย่างละเอียดกันสักหน่อยดีกว่าว่าเราควรจะลาออกเลยดีไหม?
.
[ ] ลองคุยกับคนใกล้ตัว หรือผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาด้านอาชีพ
.
เมื่อรู้สึกว่าเริ่มไม่อยากไปต่อกับงานเดิมแล้ว เราอาจจะยืนยันความแน่นอนในอนาคตของเราด้วยการปรึกษากับคนใกล้ชิด หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้มุมมองที่หลากหลายมากขึ้น เช่น สถานการณ์ที่เราเจออยู่นี้ปกติไหม? ต้องรับมืออย่างไร? หรือถ้าลาออกแล้วจะวางแผนชีวิตอย่างไรต่อดี?
.
[ ] ลองแก้ปัญหาอย่างตรงจุดด้วยความเป็นกลาง
.
บางทีสาเหตุที่ทำให้เราอยากลาออกอาจเกิดขึ้นจากปัญหาในที่ทำงานยังไม่ได้รับการแก้ไขสักที ดังนั้นถ้าเราลองมองหาตัวต้นเหตุของปัญหาอย่างเป็นกลาง ไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัวในการตัดสิน แล้วลองแก้ปัญหาดูเมื่อปัญหานั้นคลี่คลายลง ก็อาจจะทำให้เรารู้สึกดีกับองค์กรหรือเพื่อนร่วมงานขึ้นได้
.
[ ] ตรวจสอบประวัติการทำงานของเราให้ดี
.
เพราะการลาออกภายในระยะเวลาสั้นๆ เพียงครั้งเดียวจะไม่เป็นปัญหากับ Resume ของเรา และไม่ทำให้เราดูเป็น Job-Hopper ด้วย ในขณะที่การเปลี่ยนงานบ่อยครั้งภายในระยะเวลาไม่ถึงปีอาจจะส่งผลต่อการพิจารณา Resume ของเราได้ ดังนั้นก่อนที่จะลาออกก็อย่าลืมพิจารณาประวัติการทำงานของเราด้วย
.
.
แน่นอนว่าการสำรวจตัวเองเพื่อลดความกลัวที่จะลาออกนี้ต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่เราอาจจะค้นพบทางออกที่ดีกว่าเดิมได้ โดยนั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องอดทน ยืนหยัด และแก้ไขทุกเรื่องวุ่นวายภายในองค์กรให้ดีขึ้น เพราะจริงๆ แล้วการเปลี่ยนวัฒนธรรมหรือโครงสร้างบางอย่างในองค์กรไม่ใช่หน้าที่ของพนักงานเพียงคนเดียว
.
อีกข้อแนะนำสำหรับคนที่กำลังเจอกับความกดดันในที่ทำงาน จนอยากลาออกแต่ใจไม่กล้าพอก็คือ ‘อย่าหางานใหม่ด้วยความสิ้นหวัง’ และอย่าปล่อยให้ความรู้สึกลบๆ จากที่ทำงานเก่ามาทำลายโอกาสใหม่ในชีวิตของคุณ
.
.
อ้างอิง
- Career coach who’s helped 700+ clients: Don’t be afraid to leave a bad job—‘stay a full year’ is ‘outdated, oversimplified’ advice : Phoebe Gavin, CNBC - https://cnb.cx/3VFKoVt
.
.
#jobhopping
#worklife
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...