2024 ปีแห่งการ “พลิกผัน” ใหญ่ เศรษฐี “ย้ายประเทศ” สูงทุบสถิติ
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ
สัปดาห์ที่ผ่านมา Henley & Partners บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกที่ติดตามความเคลื่อนไหวการย้ายถิ่นฐานเพื่อการลงทุน ได้เผยแพร่รายงานว่าด้วยการย้ายถิ่นของบุคคลระดับเศรษฐี อันหมายถึงผู้ที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป
โดยปีนี้ประเด็นน่าสนใจอยู่ที่อังกฤษ ซึ่งคาดว่าปี 2024 จะมีบรรดาเศรษฐีย้ายถิ่นฐานหนีไปประเทศอื่น 9,500 คน สูงสุดเท่าที่เคยมีมา และยังมากกว่าปี 2023 เกิน 1 เท่าตัว ทำให้ “อังกฤษ” สูญเสียเศรษฐีมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน จากที่แต่เดิมนั้น “ลอนดอน” ถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของบรรดาเศรษฐีจากทั่วโลกในการย้ายเงินเข้าลงทุนมาเป็นเวลาหลายปี ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 ไปจนถึงต้นทศวรรษ 2000 สามารถดึงดูดเศรษฐีจากยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มเริ่มกลับทิศ โดยเฉพาะช่วงปี 2017-2023 หรือ 6 ปีหลังจากอังกฤษถอนตัวจากสมาชิกสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) เศรษฐีทยอยย้ายออก ทำให้อังกฤษสูญเสียเศรษฐีไปแล้วถึง 16,500 คน และในปี 2024 ยิ่งน่าห่วงมากขึ้น เพราะประเมินว่าเพียงปีเดียวจะมีเศรษฐีย้ายหนี 9,500 คนดังกล่าว
ฮันนา ไวต์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อรัฐบาล ซึ่งเป็นหน่วยงานถังความคิดอิสระในลอนดอนชี้ว่า สาเหตุเกิดจากความปั่นป่วนทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจภายในอังกฤษ ประกอบกับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ มีแนวโน้มที่พรรคแรงงานจะชนะ ซึ่งถึงแม้พรรคแรงงานจะมีนโยบายส่งเสริมธุรกิจ แต่พรรคก็ได้ประกาศชัดว่าจะปิดช่องโหว่ด้านภาษี โดยพุ่งเป้าไปยังกลุ่มคนรวย โดยเฉพาะบุคคลที่ไม่ได้มีสัญชาติอังกฤษ เช่นขึ้นภาษีซื้อบ้านสำหรับคนที่ไม่ใช่สัญชาติอังกฤษ จึงเป็นปัจจัยเร่งให้บรรดาคนรวยเหล่านี้เตรียมย้ายไปที่อื่น
ส่วนจีนนั้นจะมีจำนวนเศรษฐีไหลออกเป็นอันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง คาดว่าปี 2024 จะมีจำนวน 15,200 คน มากกว่าปี 2023 ซึ่งมีจำนวน 13,800 คน อินเดียอยู่อันดับ 3 ต่อจากอังกฤษ ด้วยจำนวนเศรษฐีไหลออก 4,300 คน อันดับ 4 เกาหลีใต้ 1,200 คน อันดับ 5 รัสเซีย 1,000 คน โดยอินเดียมีคนรวยย้ายออกลดลงเมื่อเทียบกับปี 2023 ซึ่งไหลออก 5,100 คน ขณะที่เกาหลีใต้ไหลออกเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2023 ซึ่งมีเพียง 800 คน
ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศที่มีเศรษฐีย้ายเข้าไปมากที่สุดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันยังคงเป็น “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” (ยูเออี) คาดว่าเฉพาะปี 2024 จะมีจำนวน 6,700 คน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเศรษฐีจากยุโรปและอังกฤษที่จะย้ายเข้ามา นอกจากนั้น ก็มีอินเดียที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงรัสเซียและเศรษฐีจากตะวันออกกลางด้วยกัน เนื่องจากยูเออีมีนโยบายจูงใจ ไม่ว่าจะเป็นภาษีศูนย์เปอร์เซ็นต์ วีซ่าทอง ไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา และที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ และยังมีโครงสร้างพื้นฐานดีในระดับเวิลด์คลาส
ส่วน “สหรัฐอเมริกา” เป็นประเทศที่สามารถดึงดูดเศรษฐีได้เป็นอันดับ 2 รองจากยูเออี ด้วยจำนวน 3,800 คน ตามด้วยสิงคโปร์ 3,500 คน แคนาดา 3,200 คน ออสเตรเลีย 2,500 คน ส่วนอีก 5 อันดับที่เหลือ ได้แก่ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ กรีซ โปรตุเกส และญี่ปุ่นตามลำดับ โดยญี่ปุ่นนั้นส่วนใหญ่เป็นเศรษฐีจากจีนที่ย้ายเข้าไปช่วงหลังโควิด-19
รายงานของ Henley ชี้ว่า ปี 2024 จะเป็นช่วงเวลาแห่งการพลิกผันของการอพยพเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งของโลก คาดว่าจะมีเศรษฐีมากถึง 128,000 คนทั่วโลกเคลื่อนย้ายถิ่น ซึ่งมากกว่าปี 2023 ที่มีเพียง 120,000 คน เนื่องจากโลกในขณะนี้ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับปัญหาใหญ่หลายอย่างพร้อมกัน ทั้งความตึงเครียดด้านการเมืองระหว่างประเทศ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ความไม่สงบในสังคม
“ในหลาย ๆ แง่มุม การอพยพครั้งใหญ่ของบรรดาเศรษฐีเป็นตัวชี้วัดชั้นนำที่ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของภูมิทัศน์ด้านความมั่งคั่งและอำนาจในระดับโลก”
“แอนดรูว์ อมอยล์” หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทนิวเวิลด์ เวลธ์ ระบุว่า ประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของการอพยพย้ายถิ่นของเศรษฐีครั้งนี้จะได้ประโยชน์ในแง่ของรายได้จากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพราะผู้อพยพจะนำเงินเข้าไปด้วย ทั้งนี้ ประมาณ 20% ของผู้อพยพเหล่านี้เป็นผู้ประกอบการและผู้ก่อตั้งบริษัท ซึ่งอาจจะมีการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ และตามมาด้วยการจ้างงานในท้องถิ่น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 2024 ปีแห่งการ “พลิกผัน” ใหญ่ เศรษฐี “ย้ายประเทศ” สูงทุบสถิติ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net