โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Nike รายได้ลด Hoka-On แย่งส่วนแบ่ง กับคำวิจารณ์ไม่ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่มากพอ

TODAY Bizview

อัพเดต 29 มิ.ย. 2567 เวลา 13.44 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2567 เวลา 06.12 น. • workpointTODAY

Nike แบรนด์รองเท้ากีฬาดังกำลังถูกเขย่าขวัญทางจิตวิทยา ด้วยการถูกแชร์ส่วนแบ่งตลาดรุกคืบมาทีละนิดเรื่อยๆ จากผู้บริโภคที่มีความสนใจและต้องการใช้รองเท้าแบรนด์ใหม่ๆ เช่น On และ Hoka ที่กำลังมาแรง ส่งผลให้มีการคาดการณ์รายรับในปีงบประมาณ 2568 ว่าจะลดลง และรายได้ในไตรมาส 4 ปีนี้จะต่ำกว่าประมาณการ

หุ้นของ Nike ร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ (28 มิ.ย.) โดยปิดตลาดด้วยราคาที่ลดลงถึง 19.98% บริษัทได้รายงานยอดขายที่ลดลงในไตรมาสล่าสุด ส่วนสาเหตุที่ยอดขายเติบโตช้าลงเนื่องจากต้องต่อสู้กับคู่แข่งอย่าง Adidas รวมถึงแบรนด์อย่าง On และ Hoka

ที่ผ่านมา Nike พยายามเร่งเพิ่มยอดขาย โดยเฉพาะฐานลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกาเหนือ แต่ถึงตอนนี้ไม่ได้ง่ายเลย เพราะลูกค้าเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินและเน้นเลือกสรรมากขึ้นให้คุ้มกับเงินที่จ่ายไป ขณะที่แบรนด์คู่แข่งอย่าง Hoka และ On กำลังเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยมากขึ้น

Nike พยายามปรับแผนทำให้ยอดขายกลับมาเป็นปกติ เริ่มจากเตรียมปรับราคารองเท้ารุ่น Air Jordan 1 ซึ่งเป็นรุ่นท็อปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาให้ลดลงมา (ราคารองเท้าไฮเอนด์รุ่นนี้มีราคาเฉลี่ย 150-200 เหรียญสหรัฐที่วางจำหน่ายตามร้านค้าปลีกและบนหน้าเว็บไซต์) นอกจากนี้วางแผนจะผลิตรองเท้ารุ่นใหม่ออกมาขายให้อยู่ในกลุ่มราคาประมาณ 100-120 เหรียญ ที่จะมาแข่งขันกับ Adidas รุ่น Samba และ Gazelle

ถ้าดูส่วนแบ่งการตลาดของ Nike ในสหรัฐอเมริกา พบว่ากลุ่มรองเท้ากีฬาลดลงมาอยู่ที่ 34.97% จากเดิม 35.37%

ขณะที่ในตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในจีนที่เป็นฐานรายได้หลักต่างประเทศของ Nike ก็ลดลงเช่นกัน

ที่ผ่านมา Nike พยายามเร่งอัพยอดขายด้วยการเพิ่มฟังก์ชั่นให้รองเท้า เช่น รุ่น Air Force 1 ที่ทุ่มงบประมาณพัฒนาให้เป็นรองเท้าวิ่งที่ดีขึ้นไปอีก มีการเพิ่มแผ่นรองใต้ฝ่าเท้าทำให้การทรงตัวดีขึ้น และยังวางแผนที่จะนำรุ่น Air Max ยอดนิยมมาผลิตซ้ำใหม่

ทั้งยังตั้งใจว่าในการจัดการแข่งขันโอลิมปิกที่กำลังจะมีขึ้นในปีนี้จะช่วยให้บริษัทดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมาได้ โดยเน้นจุดขายผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ เช่น รองเท้าวิ่ง Alphafly 3 และรองเท้าวิ่ง Pegasus

แต่ดูเหมือนความพยายามนี้ยังถูกตั้งคำถาม

“Nike ไม่ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มากพอ ไม่ได้ทำการตลาดเพียงพอ และไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้มากพอ Nike จำเป็นต้องหาจุดที่จะก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งเพื่อโน้มน้าวใจผู้คนให้ซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัท” Neil Saunders กรรมการผู้จัดการของ GlobalData Retail ให้มุมมองแบบตรงไปตรงมา

[ตอกย้ำจุดยืนแบรนด์ รับใช้นักกีฬา]

ในการโปรโมทแบรนด์ ตอนนี้ Nike เป็นสปอนเซอร์อันดับต้นๆ ของเสื้อแข่งในการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 แซงหน้าแบรนด์อย่าง Adidas และ Puma โดยให้การสนับสนุนทีมชาติมากถึง 9 ทีม อาทิ อังกฤษ ฝรั่งเศส และโปรตุเกส

และล่าสุดกับการแข่งขันโอลิมปิกที่ Nike ตั้งความหวังสำคัญไว้ โดยซีอีโอ ‘จอห์น โดนาโฮ’ ประกาศจุดยืนของแบรนด์ว่า กีฬาจะกลับมาเป็นศูนย์กลางของทุกอย่างที่ Nike กำลังทำ นั่นก็คือ “การรับใช้นักกีฬา” และโอลิมปิกครั้งนี้จะเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้สื่อสารวิสัยทัศน์ด้านกีฬาของเราสู่โลก ซึ่งจะนำด้วยนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ

ดูเหมือน Nike กำลังพยายามใช้โอลิมปิกในการ ‘ขายเรื่องราว’ ถึงการสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นอีกครั้ง

ท่ามกลางความหวังว่าจะช่วยให้บริษัทสามารถสร้างกระแสกับผู้บริโภคได้ เพราะตอนนี้แม้ในส่วนธุรกิจขายส่งของ Nike ยังแข็งแกร่งอยู่

แต่การเติบโตในส่วนของ ‘ยอดขายตรงกับผู้บริโภค’ กลับลดลง 8% ทำให้นักวิเคราะห์ยังคงคาดการณ์รายได้รวมของ Nike ว่าจะลดลงอยู่นั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...