โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยิ้มทั้งน้ำตา ไปกับเพลงรัก ในหนังเรื่อง Once

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 09 ก.ค. 2567 เวลา 14.45 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2567 เวลา 14.44 น.

ก่อนที่ Lost Stars เพลงประกอบหนังเรื่อง Begin Again ที่จะได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 2014 และหนังเรื่อง Sing Street จะได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำในสาขาภาพยนตร์ประเภทเพลงและตลกยอดเยี่ยมในปี 2017

จอห์น คาร์นีย์ ผู้กำกับฯ, นักเขียนบทหนังและนักแต่งเพลงชาวไอริชได้ฝากผลงานการทำหนังอินดี้ทุนต่ำเอาไว้เรื่องหนึ่งในปี 2003 และได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในทุกๆ ด้าน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงประกอบภาพยนตร์ หนังเรื่องนั้นมีชื่อสั้นๆ ว่า Once

จอห์น คาร์นีย์ เคยเป็นมือเบสของวงไอริชร็อกที่มีชื่อว่า The Frames ซึ่งนักร้องนำและมือกีตาร์ของวงนี้ก็คือ เกลน แฮนซาร์ด

เขาได้ชักชวนให้ เกลน มานำแสดงในหนังเรื่อง Once พร้อมควบตำแหน่งทำเพลงประกอบหนังให้ด้วย

หลังจากที่นักแสดงชื่อดัง คิลเลียน เมอร์ฟีย์ (ที่เพิ่งคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากหนังเรื่อง Oppenheimer) ได้ขอถอนตัวจากโปรเจ็กต์ทั้งในฐานะนักแสดงนำและโปรดิวเซอร์ เพราะไม่มั่นใจว่าจะประชันบทบาทกับ มาร์เกตา เออโกลวา นางเอกที่ในตอนนั้นมีอายุแค่ 17 ปีได้

เมื่อ คิลเลียน ถอนตัวไปพร้อมกับทีมงาน เกลน จึงจำเป็นต้องมาสวมบทนำแทน ส่วนทุนสร้างของหนังก็นับว่าน้อยมากๆ เพราะอยู่ที่ 1 แสนยูโรนิดๆ เท่านั้นซึ่งถือว่าน้อยมาก

Once เล่าเรื่องของชายหนุ่มนักดนตรี (Guy) เปิดหมวกชาวไอริชที่พบกับหญิงสาวชาวเชก (Girl) ซึ่งบังเอิญเธอก็เป็นนักดนตรีเหมือนกัน จากที่เป็นแค่คนรู้จักทั้งคู่ค่อยๆ สานสัมพันธ์ที่ทำให้แต่ละฝ่ายคลิกเข้ากันได้ด้วยภาษาดนตรี

ผู้ชมรับรู้พร้อมๆ กับหญิงสาวว่าฝ่ายชายอกหักเพราะถูกหญิงสาวคนรักนอกใจและทิ้งเขาไป ซึ่งเป็นที่มาของเพลง Broken Hearted Hoover Fixer Sucker Guy ที่เขาแต่งและร้องให้เธอฟังแบบสดๆ ในขณะที่ทั้งคู่นั่งอยู่บนรถเมล์

ในขณะที่ผู้ชมเอาใจช่วยให้ทั้งคู่สมหวังในความรัก แต่ความหวังของผู้ชมก็ได้อันตรธานหายไป หลังจากที่หนังได้เฉลยว่าฝ่ายหญิงมีทั้งสามีและลูกสาวแล้ว

ซึ่งก็ทำให้ชายหนุ่มนักดนตรีที่พร้อมจะลบภาพความรักในอดีตตกอยู่ในสภาวะจะกลับตัวก็ไม่ได้จะเดินต่อไปก็ไปไม่ถึง

แต่ถึงจะอย่างไรก็ตาม สิ่งที่อุ้มชูความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้มีความพิเศษและตราตรึงความรู้สึกของผู้ชมก็คือ บทเพลงที่ทั้งคู่แต่งร่วมกัน

บทเพลงในหนังเรื่อง Once ไม่ได้เพียงทำหน้าที่สานอารมณ์ความรู้สึกร่วมระหว่างตัวละครกับผู้ชมให้เป็นหนึ่งเดียวกันเท่านั้น

แต่มันยังทำหน้าที่เล่าเรื่องได้อย่างมีชั้นเชิงอีกด้วย ซึ่งเป็นภาษาหนังที่ถือเป็นลายเซ็นที่ชัดเจนในหนังของ จอห์น คาร์นีย์ ทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องนี้ โดย Lies เป็นเพลงที่ใคร่ครวญถึงหลากหลายเหตุผลที่ทำให้ใครสักคนจะลาจากเราไป แต่ไม่มีสิ่งใดที่จะเจ็บปวดเท่ากับคำหลอกหลวงที่คนที่คิดว่ารักเราจริงๆ เสแสร้งแกล้งทำมาโดยตลอด

ฉากที่หนุ่มไอริชร้องเพลง Lies พร้อมกับเปิดคลิปวิดีโออดีตคนรักเก่าที่เคยใช้ช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันถือเป็นฉากที่ร้าวรานและสะเทือนอารมณ์มากฉากหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงชั้นเชิงการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายแต่แยบยลทางความคิดสร้างสรรค์

ฉากนี้ทั้งสั่นคลอนความรู้สึกและสร้างความเข้มแข็งให้ทั้งกับผู้ชมและชายหนุ่มในเวลาเดียวกัน

If You Want Me เพลงที่หญิงสาวแต่งเนื้อร้องให้เข้ากับทำนองที่ชายหนุ่มแต่งไว้ให้ เพลงนี้ความหมายซ่อนเร้นอยู่พอสมควร เนื้อหาของเพลงเพลงนี้พูดถึงความปรารถนา, ความทรงจำ, ความสับสน และมั่นคงในความสัมพันธ์ที่คู่รักทุกคู่ต่างก็ต้องการ สามสิ่งนี้สอดผสานกันอยู่ในเนื้อเพลงที่เริ่มต้นด้วยคำว่า “Are you really here or am I dreaming? I can’t tell dreams from truth” (คุณอยู่ตรงนี้จริงๆ หรือฉันเพียงแค่ฝันไป? เพราะฉันไม่สามารถเล่าความฝันจากความจริงได้) และในช่วงกลางเพลงสิ่งที่เข้ามาสร้างรอยร้าวในความรักให้เพิ่มมากขึ้นไปอีกก็คือ ระยะทางและความทรงจำที่รางเลือน

เพลงนี้อาจจะหมายถึงหนุ่มชาวไอริชที่เริ่มเข้ามาสร้างความสับสนภายในหัวใจของหญิงสาวก็ได้ เธอมีความปรารถนาอย่างลึกซึ้งภายในใจแต่ก็มีกำแพงตั้งตระหง่านที่ขวางไม่ให้เธอทำตามความรู้สึกของตัวเองได้

แต่ในภายหลังเมื่อผู้ชมรู้ว่าเธอมีลูกและมีสามีแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ว่าเธอแต่งเพลงนี้เพราะคิดถึงสามีที่อยู่ห่างไกลและปรารถนาที่จะได้พบกับเขาอีก

เพลงนี้พูดถึงเส้นแบ่งที่รางเลือนระหว่างความฝันกับความจริง “I Can hardly remember your face anymore. When I get really lonely and the distance causes our silence”

เป็นท่อนที่เปิดโอกาสให้ได้ตีความอย่างอิสระ เพราะมันอาจจะสื่อถึงสามีของเธอที่เธอจำหน้าแทบไม่ได้แล้ว หรือหนุ่มไอริชที่ถึงแม้ว่าจะอยู่ใกล้แต่ก็ดูเหมือนจะไกลกันเหลือเกิน

ฉากที่อยู่ในความทรงจำของผู้ชมที่รักหนังเรื่องนี้มากที่สุดฉากหนึ่งอยู่ในฉากที่หนุ่มไอริชถามหญิงสาวชาวเชกว่า “คุณยังรักสามีของคุณอยู่ไหม?” แทนที่หญิงสาวจะตอบคำถามนั้นตรงๆ เธอตอบกลับมาเพียงสั้นๆ เป็นภาษาเชกว่า “Miluju tebe” ที่แปลว่า “ฉันรักคุณ”

เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Once ล้วนแล้วแต่ไพเราะและเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีความเรียบง่ายอย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็นเพลง When You Mind’s Made Up, Fallen from the Sky, The Hill, Leave, All the Way Down, Once และ Say It To Me Now แต่เพลงที่นับว่าโดดเด่นและดึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้ชมให้ดำดิ่งเข้าสู่ภวังค์ได้มากที่สุดคือเพลง Falling Slowly

ชายหนุ่มเล่นกีตาร์และร้องเพลงนี้เป็นครั้งแรกในร้านขายเครื่องดนตรี เขาบอกโน้ตคร่าวๆ ให้หญิงสาวเล่นเปียโนเพื่อสร้างทำนองให้สวยงามมากขึ้น

เพลงนี้เผยความรู้สึกที่อาจจะลงลึกไปยังจิตใต้สำนึกของชายหนุ่ม เพราะเนื้อหาของบทเพลงได้แฝงความนัยซ่อนเร้นเอาไว้ในแทบทุกตัวอักษรเลยทีเดียว การแปลและตีความเพลงเพลงนี้เพื่อให้ความหมายอย่างครอบคลุมอาจจะต้องใช้พื้นที่หน้ากระดาษพอสมควร

แต่ก็พอที่จะสรุปอย่างรวบรัดถึงหัวใจสำคัญของเพลงได้ดังนี้

Falling Slowly เป็นเพลงที่พูดถึงช่วงเวลาของชีวิตที่กำลังจะพังทลายลงมาจากความไม่แน่นอนของสรรพสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักและการตกหลุมรักใครสักคน

ก้าวแรกของความรักมักสวยงาม แต่บนเส้นทางแห่งความรักที่ไม่แน่นอนนี้ ก้าวย่างที่เคยเดินคู่กันไปอย่างพร้อมเพรียงจะค่อยๆ ลดลงจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก้าวตามไม่ทันเพราะรอยร้าวในความสัมพันธ์ มารู้ตัวอีกทีจากคนที่เคยอยู่เคียงข้างกลับกลายเป็นคนที่ห่างเหินกันไปและคงจะต้องลาจากกันไปในที่สุดเสียแล้ว

จากความรักที่เป็นเหมือนเรือที่ลิ่วลอยบนสายน้ำไปตามธรรมชาติ กลายเป็นเรือที่กำลังจะจมดิ่งสู่ใต้ผืนน้ำ แต่ในเมื่อเรือยังไม่จมถึงแม้จะปริ่มๆ และใกล้อับปางลงกลางแม่น้ำหรือมหาสมุทรแล้วก็ตาม “หากยังมีความหวังที่มากพอ” ความรักที่ใกล้สูญสลายนี้ก็ยังมีเวลาพอที่จะแล่นไปถึงฝั่งได้ แต่การตกหลุมรักนั้นถ้าหากไปด้วยกันไม่ได้เพราะไม่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรมฉันใด ก็เปรียบได้กับเรือที่ไม่สามารถแล่นไปข้างหน้าด้วยการฝ่าแรงพายุที่ส่งแรงต้านใบเรือได้ฉันนั้น โดยความลึกซึ้งและความไพเราะอย่างบาดลึกเข้าถึงกลางใจทำให้เพลง Falling Slowly คว้ารางวัลออสการ์มาครองได้

Once เป็นหนังรักของคนยากไร้ เป็นโศกนาฏกรรมความรักที่อิ่มเอมด้วยความสุขเมื่อมันเดินทางมาถึงบทสรุปในตอนจบของเรื่อง คล้ายๆ กับหนังรักรันทดของ ชาร์ลี แชปลิน อย่าง City Lights หรือ Modern Times คงไม่มีใครลืมฉากจบของ Once ที่ทำให้ผู้ชมยิ้มทั้งน้ำตาได้ และนี่คือหนึ่งในฉากที่จะประทับอยู่ในความทรงจำของผู้ชมอีกนานแสนนาน

ส่วนใครที่ยังไม่เคยได้ดูหนังเรื่องนี้มาก่อน โอกาสนั้นมาถึงแล้ว เพราะ Once ได้เตรียมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ของ Doc Club & Pub โดยจะเริ่มฉายตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมเป็นต้นไป

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยิ้มทั้งน้ำตา ไปกับเพลงรัก ในหนังเรื่อง Once

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...