Amazon พุ่ง 10% รับงบ Q2 แกร่ง AWS-AI โตเด่น ดัน DR ไทยคึกคัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้น Amazon.com Inc. (AMZN) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาด Nasdaq ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังนักลงทุนตอบรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาดีกว่าคาด โดยราคาหุ้นปิดตลาดที่ระดับ 235.50 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.85 ดอลลาร์ หรือ 3.90%
หลังปิดตลาด หุ้น Amazon ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (After-hours Trading) โดยราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอีก 23.95 ดอลลาร์ หรือ 10.17% แตะระดับ 259.45 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนแรงซื้อของนักลงทุนที่เข้ามารับปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง รวมถึงมุมมองเชิงบวกต่อศักยภาพการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะธุรกิจคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ขณะที่ตลาดหุ้นไทย นักลงทุนสามารถเข้าลงทุนผ่านตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่อ้างอิงหุ้น AMZN ซึ่งปัจจุบันมีหลายผลิตภัณฑ์ให้เลือก อาทิ AMZN01, AMZN06, AMZN03, AMZN23, AMZN19 และ AMZN80 โดยล่าสุด ณ เวลา 10:15 น. พบว่า DR ที่อ้างอิงหุ้น Amazon มีการเคลื่อนไหวในทิศทางบวกหลายรายการ
AMZN01 ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 25.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.30 บาท หรือ 9.91% มีมูลค่าการซื้อขาย 2.48 ล้านบาท
AMZN06 ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 2.18 บาท เพิ่มขึ้น 0.22 บาท หรือ 11.22% มีมูลค่าการซื้อขาย 9.33 แสนบาท
AMZN03 ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 4.34 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 13.02% มีมูลค่าการซื้อขาย 8.20 หมื่นบาท
AMZN23 ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 2.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 11.54% มีมูลค่าการซื้อขาย 1.48 แสนบาท
AMZN19 ออกโดย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 2.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.23 บาท หรือ 11.68% มีมูลค่าการซื้อขาย 5.47 แสนบาท
AMZN80 ออกโดย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 2.16 บาท เพิ่มขึ้น 0.19 บาท หรือ 9.64% มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในกลุ่มที่ 32.19 ล้านบาท
ด้านผลประกอบการ Amazon รายงานรายได้รวมไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 200.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) เพิ่มขึ้นถึง 43% อยู่ที่ 27.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าการเติบโตของบริษัทไม่ได้มาจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการขยายตัวของความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น
ธุรกิจหลักของ Amazon ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยทั้งตลาดอเมริกาเหนือ (North America) และตลาดต่างประเทศ (International) มีแนวโน้มขยายตัว ขณะที่ธุรกิจโฆษณา (Advertising) เพิ่มขึ้น 26% และกลายเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพรายได้ของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจากนักลงทุนคือการกลับมาเร่งตัวของ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งรายงานรายได้เพิ่มขึ้น 37% อยู่ที่ 42.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบ 18 ไตรมาส ขณะที่ Operating Income ของ AWS เพิ่มขึ้น 64% อยู่ที่ 16.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผลดังกล่าวทำให้ AWS สามารถสร้างกำไรมากกว่าครึ่งหนึ่งของกำไรจากการดำเนินงานรวมของ Amazon และสะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจคลาวด์ในยุค AI โดยธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์และชิปของ AWS มี Annualized Revenue Run Rate สูงกว่า 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อธุรกิจ แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีอย่าง Trainium, Graviton และ Bedrock เริ่มเปลี่ยนจากโครงการลงทุนระยะยาวไปสู่แหล่งรายได้ที่มีนัยสำคัญต่อบริษัท
อย่างไรก็ดี Amazon ยังคงเผชิญแรงกดดันจากการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อรองรับการขยายตัวของ AI และโครงสร้างพื้นฐาน Data Center ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ในช่วง 12 เดือนย้อนหลังลดลงมาอยู่ที่ ติดลบ 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) จะเพิ่มขึ้น 33% อยู่ที่ 161.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่กำไรสุทธิที่รายงานอยู่ที่ 62.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนควรพิจารณาด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวรวมกำไรทางบัญชีจากการลงทุนในบริษัท Anthropic ประมาณ 53.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยสรุป ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดสะท้อนว่า AWS มีความแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด และธุรกิจ AI ของ Amazon เริ่มสร้างผลตอบแทนเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังเลือกเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว แม้อาจต้องแลกกับแรงกดดันต่อกระแสเงินสดในระยะสั้น ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป