โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ก.ล.ต.เปิดสถิติครึ่งปี Thai ESG โตแรง NAV พุ่ง 89% ดันกองทุนรวมแตะ 6.16 ล้านลบ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 14 ส.ค. เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. เวลา 08.16 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ส.ค.69) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยสถิติสำคัญไตรมาสที่ 2 และครึ่งแรกของปี 2569 โดยพบว่า ผลิตภัณฑ์การลงทุนในกลุ่มความยั่งยืนได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งตราสารหนี้และกองทุนรวม

สำหรับตราสารหนี้กลุ่มยั่งยืน (เฉพาะตราสารหนี้ภาคเอกชนซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.) มีมูลค่าการเสนอขายรวมในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 25,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,200 ล้านบาท หรือ 4.94% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีมูลค่าการเสนอขาย 24,300 ล้านบาท สะท้อนถึงภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญกับการระดมทุนเพื่อความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่กองทุนรวม Thai ESG มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 69,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32,784 ล้านบาท หรือ 89.05% จาก 36,816 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 โดยจำนวนกองทุนเพิ่มขึ้น 4 กองทุน และ NAV เพิ่มขึ้น 13.55% จากสิ้นปี 2568

ทั้งนี้ ระหว่างปี 2567–2569 วงเงินลดหย่อนภาษีของกองทุน Thai ESG ได้ปรับเพิ่มจาก 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท และเงื่อนไขระยะเวลาการลงทุนลดลงจาก 8 ปี เหลือ 5 ปี ส่งผลให้ประชาชนสนใจใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มขึ้น

ส่วนกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) มี NAV ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 143,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61,333 ล้านบาท หรือ 74.58% จาก 82,244 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 และเพิ่มขึ้น 16.23% จากสิ้นปี 2568 โดยจำนวนกองทุนเพิ่มขึ้น 18 กองทุนจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ก.ล.ต. ระบุว่า การเติบโตของ SRI Fund ส่วนหนึ่งมาจากภาครัฐที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมผ่านกองทุนรวม Thai ESGX ในช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน 2568 รวมทั้ง บลจ. หลายแห่งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการลงทุนอย่างยั่งยืนมากขึ้น โดยมีกองทุนรวม ESG-non SRI ยกระดับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนเป็น SRI Fund เพิ่มขึ้นอีก 9 กองทุน

นอกจากนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กองทุนรวมทั้งระบบมี NAV อยู่ที่ 6.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.73 แสนล้านบาท หรือ 16.51% จาก 5.29 ล้านล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 ขณะที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มี NAV อยู่ที่ 1.70 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.85 แสนล้านบาท หรือ 12.19% จากช่วงเดียวกันของปี 2568

ด้านการดูแลประชาชนจากปัญหาการหลอกลงทุน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า การดำเนินงานของ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน ก.ล.ต.” ระหว่างวันที่ 1 มกราคม–30 มิถุนายน 2569 มีจำนวนการรับแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการหลอกลงทุนรวม 4,530 ครั้ง แบ่งเป็นการให้คำปรึกษาผ่านสายด่วน 4,156 ครั้ง เพิ่มขึ้นมากกว่า 150% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 และมีการประสานงานปิดกั้นช่องทางหลอกลวงแล้ว 374 ครั้ง โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสามารถปิดกั้นได้ 100% ภายในเวลา 7 นาที–48 ชั่วโมง

สำหรับการระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 มียอดสะสม 60,968 บัญชี เพิ่มขึ้น 27.83% จาก 47,692 บัญชี ณ สิ้นปี 2568

ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ก.ล.ต. ดำเนินคดีอาญา โดยกล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวม 23 คดี มีผู้ถูกกล่าวโทษ 67 ราย และเปรียบเทียบปรับจำนวน 108 ราย ค่าปรับรวม 30 ล้านบาท

ส่วนการดำเนินคดีทางแพ่ง มีผู้กระทำผิดตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) กำหนด จำนวน 29 ราย จาก 7 คดี โดยมีค่าปรับทางแพ่งรวม 662.70 ล้านบาท และชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับรวม 519.44 ล้านบาท ซึ่งเงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์จากการกระทำผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลังแล้ว

สำหรับผู้กระทำความผิดที่ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต. ได้ขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ จำนวน 17 ราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...