โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทย์พบซุปเปอร์โนวาดวงเดิม และจะมาให้เห็นอีกครั้งปี 2025 ผลจากปรากฎการณ์เลนส์โน้มถ่วง

Environman

เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2566 เวลา 13.00 น.

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope ; JWST) พบซุปเปอร์โนวาดวงเดิมอีกครั้งที่เจอครั้งแรกในปี 2016 และมันจะปรากฎให้เราเห็นอีกรอบในปี 2035 นักวิทยาศาสตร์หวังว่าเหตุการณ์นี้จะช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับอัตราการขายตัวของจักรวาล

ในปี 2016 กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลได้ถ่ายภาพกาแล็กซีที่มีชื่อว่า ‘MRG-M0138’ ซึ่งถูกปรากฎการณ์เลนส์โน้มถ่วง (Gravitational lensing) ยืดแสงของมันออกเป็น 5 จุด ภาพเหล่านั้นได้รับการวิเคราะห์ในอีก 2-3 ปีต่อมา โดยนักวิทยาศาสตร์พบว่ามันมีซุปเปอร์โนวาประเภท la ซ่อนอยู่

ซุปเปอร์โนวาประเภท la นั้นเกิดจากดาวแคระขาวระเบิดด้วย 2 สาเหตุคือมันอาจไปชนกับดาวอีกดวง หรืออาจขโมยสสารจากดาวฤกษ์ข้างเคียงมากพอจนระเบิดตัวเองไป สิ่งที่ทำให้มันมีความสำคัญก็คือ นักดาราศาสตร์ใช้ซุปเปอร์โนวาประเภทนี้วัดอัตราการขยายตัวของจักรวาลได้

และในปี 2023 นี้ JWST ก็ตรวจพบซุปเปอร์โนวานั้นอีกครั้ง ซึ่งอาจช่วยพวกเขาหาคำตอบกับสิ่งที่ขัดแย้งกันมานานในจักรวาลวิทยา นั่นคือ ค่าคงที่ของฮับเบิล(ที่เป็นนักดาราศาสตร์) หรือเรียกอีกอย่างได้ว่าอัตราการขยายตัวของจักรวาล

ปัญหาก็คือนักวิทยาศาสตร์วัดค่าคงที่ของฮับเบิลได้จาก 2 วิธี แต่มันกลับให้ผลลัพธ์ที่ไม่เท่ากัน! วิธีแรก พวกเขาวัดโดยผ่านการวิเคราะห์รังสีคอสมิกไมโครเวฟพื้นหลัง (CMB) ที่เหตุการณ์บิ๊กแบงทิ้งไว้ โดยได้ตัวเลขสุดท้ายออกมาคือจักรวาลขยายตัวด้วยความเร็ว 67.4 กิโลเมตร ต่อวินาที ต่อเมกะพาร์เซก (megaparsec เท่ากับระยะทาง 3.26 ล้านปีแสง)

ความหมายก็คือ ทุก ๆ วินาที ปริมาตราของอวกาศใด ๆ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.26 ล้านปีแสงจะขยายตัวขึ้น 67.4 กิโลเมตร แต่ยังไงก็ตามซุปเปอร์โนวาประเภท la ก็สามารถวัดค่านี้ได้ด้วยเช่นกันเพราะพวกมันมีค่าความสว่าง ‘เท่ากัน’ แต่กลับกลายเป็นว่าวิธีซุปเปอร์โนวานี้ได้ตัวเลขออกมาเป็น 73.2 กิโลเมตรต่อวินาทีต่อเมกะพาร์เซก ซึ่งมากกว่าค่าที่วัดจาก CMB

ความแตกต่างนี้สร้างความหัวจะปวดให้กับนักวิทยาศาสตร์เรื่อยมาก แต่ซุปเปอร์โนวาจาก MRG-M0138 อาจไขปริศนานี้ได้เนื่องจากมันคือซุปเปอร์โนวาดวงเดียวกันที่ปรากฎออกมาต่างเวลากันเพราะการขยายตัวของจักรวาล เมื่อผู้เชี่ยวชาญคำนวนระยะเวลาที่แตกต่างกันกับระยะทางที่มันปรากฎอาจช่วยให้คำตอบที่ชัดเจนขึ้น

“เมื่อซุปเปอร์โนวาระเบิดหลังเลนส์โน้มถ่วง แสงของมันเดินทางมายังโลกด้วยเส้นทางที่แตกต่างกันหลายเส้นทาง” Justin Pierel จากสถาบันวิทยาศาสตร์กล้องโทรทรรศน์อวกาศ กล่าว “ด้วยการวัดความแตกต่างในช่วงเวลาที่ภาพซุปเปอร์โนวาปรากฎ เราก็จะสามารถวัดประวัติของอัตราการขยายตัวของเอกภพที่เรียกว่าค่าคงที่ฮับเบิล ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญในจักรวาลวิทยาปัจจุบัน”

ซุปเปอร์โนวาที่เกิดขึ้นหลังเลนส์โน้มถ่วงนั้นหาได้ยากยิ่ง ปัจจุบันรู้จักเพียงไม่ถึง 10 แห่งเท่านั้น ดังนั้นตัวอย่างนี้จึงมีคุณค่าอย่างยิ่ง และนักวิทยาศาสตร์คำนวนว่าซูปเปอร์โนวาจาก MRG-M0138 จะมาให้เราเห็นอีกครั้งในปี 2035

“ปกติซุปเปอร์โนวาเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ แต่ในกรณีนี้ เรารู้ว่าจะต้องดูปรากฎการณ์ครั้งสุดท้ายของสิ่งนี้เมื่อใดและที่ไหน” Pierel บอก “การสำรวจด้วยรังสีอินฟราเรดประมาณปี 2035 จะช่วยตรวจจับปรากฎการณ์ครั้งสุดท้ายและส่งมอบการวัดค่าคงที่ของฮับเบิลแบบใหม่ที่แม่นยำ”

เราหวังว่า JWST จะยังใช้งานได้ดีต่อไปในอีก 12 ปีข้างหน้า

ที่มา

https://blogs.nasa.gov/…/supernova-encore-nasas-webb…/

https://www.iflscience.com/supernova-in-lensed-galaxy…

https://www.space.com/james-webb-space-telescope-second…

https://www.universetoday.com/…/webb-sees-a-supernova…/

Photo : NASA

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...