เกิดใหม่อีกครั้งในยุค90 พร้อมระบบมิติ
นิยาย Dek-D
อัพเดต 20 ม.ค. 2568 เวลา 14.45 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2566 เวลา 04.24 น. • แป้งหอมกระป๋องฟ้าข้อมูลเบื้องต้น
หากบอกว่าการไม่ยอมเปิดใจรักใครแบบจริงจังนั้นเป็นเรื่องที่ บัวกัลยา ทำมันเอง บัวกัลยาก็ไม่อยากจะเถียงหรอก แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่ว่าเธอปิดกั้นใจตัวเอง แต่คบใครแล้วมันไม่ใช่ จะคบไปทำไม
ถึงได้ปล่อยใจให้เป็นไปตามธรรมชาติ จะรักใครชอบใครก็รอให้มันรู้สึกเอง แต่เหมือนว่าไม่เป็นแบบนั้นสักที
วันเวลาที่ปล่อยผ่านล่วงเลยไปในแต่ละวัน บัวกัลยา ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด พอรู้ตัวอีกที ก็ใช้คำว่าสายไปกับเรื่องความรักไปแล้ว
เพราะอะไร เพราะปิดกั้นตัวเอง หรือหัวใจมันตายด้านไปแล้ว หรือเพราะยังไม่เจอคู่แท้ของตัวเอง
ชาตินี้คงไม่มีผัวกับใครเขา
เงินเก็บที่มีก็เตรียมไว้สำหรับบั้นปลายชีวิต หาบ้านพักคนชราสักที่ แต่ใครจะคิดว่ากลับจะมีโอกาสให้ได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง
สาวโสดแก่ที่เบื่อความเดี่ยวดายนี้ ของลองเสี่ยงสักหน่อย
แต่จะจากไปมือเปล่าก็ไม่ได้ เสียดายเงินเก็บ ขอขนของจากโลกนี้ไปสร้างตัวที่นั้นหน่อยเถอะ ในเมื่อมี มิติช่องว่างติดตัวแบบนี้ มีอะไรสร้างความสะดวกสบายได้ก็เอาไปด้วยให้หมด
เพราะหญิงสาว(แก่) จากโลกอนาคตจะได้ย้อนไปอยู่ในยุค90 อย่างไงละ
ฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ
เป็นเรื่องแรกจะตั้งใจสุดความสามารถ
ขอกำลังใจ กดใจ คำเม้นท์ชม ติเตือน ยินดีรับหมด
จากนี้ขอให้เอ็นจอยกับการอ่านนะคะ
❤ขอบคุณค่ะ❤
จุดเริ่มต้น
เกิดใหม่อีกครั้งในยุค90พร้อมระบบมิติ
จาก พ.ศ2580 ไปใช้ชีวิต พ.ศ.2537
จากบัวกัลยา ไปเป็น สายบัว
ใน พ.ศ. 2580 มีหญิงนามว่า บัว กัลยา อายุ 45 ปี ได้พบกับเรื่องประหลาดเรื่องหนึ่งขึ้น ในคืนวันนั้น ช่วงที่บัวกัลยากำลังนั่งตรวจสรุปยอดขาย และยอดจัดซื้อในวันสิ้นเดือนอยู่นั้น บัวกัลยาก็ได้บ่นขึ้นกับตัวเองว่า "เป็นสาวแก่ทึนทึกไม่พอ ยังใช้ชีวิตไปวันๆ จนล่วงเลยเวลามาถึงตอนนี้เลยหรอเนี่ย ตอนสิ้นเดือนทีไรเหมือนใกล้จะตายทุกที ถ้ามีชีวิตใหม่จะไม่ยอมให้เป็นแบบนี้แน่" ก็ได้แต่บ่นไปมาจนตรวจงานเสร็จ เปิดอีเมลส่งงานที่แก้ไขแล้วให้ลูกน้องเสร็จ ระหว่างที่จะปิดหน้าเว็บ ปิดโน๊ตบุ๊คเตรียมตัวจะนอนอยู่แล้วนั้น หน้าจอโน๊ตบุ๊คก็มีแท็บข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมา 'มีชีวิตใหม่ได้ง่ายๆ เพียงคลิก' ด้วยที่เวลายังเหลืออีกนิดหน่อยจะเที่ยงคืน บัวกัลยาเลยลองคลิกเข้าไปดู เผื่อจะเจออะไรใหม่ๆ มีชีวิตใหม่ง่ายๆ อย่างไร…
บัว กัลยา เป็นหญิงโสดมานาน ญาติพี่น้องล้มหายตายจากไปนานแล้ว ปัจจุบันเรียกได้ว่าอยู่ตัวคนเดียวของแท้ เคยคิดจะอุปการะเด็กมาเลี้ยงสักคน แต่ด้วยหน้าที่การงานที่ทำหามรุ่งหามค่ำก็ยังไม่มีโอกาสไปเลือกเด็กที่ถูกใจมาเลี้ยง อยากมีคนรู้ใจสักคน แต่ตั้งแต่อกหักมานับสิบปี เธอไม่เปิดใจให้ใคร รู้ตัวอีกทีชีวิตก็เลยเลขสามไปแล้ว จะเลี้ยงเด็กเลี้ยงต้อยอะไร เธอก็ไม่ได้สวยขนาดที่มั่นใจว่าเด็กจะไม่หลอกกินเงินอย่างเดียว ในใจลึกๆ ของบัวกัลยาก็กลัวอยู่บ้างกับเรื่องความรัก เพราะงั้นเลือกจะอยู่ตัวคนเดียวให้สบายใจดีกว่า
บัว กัลยา ทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายขาย ควบสองตำแหน่ง งานในแต่ละวันไม่ได้เยอะเท่าไร แต่งานตอนใกล้สิ้นเดือนก็กินแรงเธอไม่น้อยเหมือนกัน ใกล้สิ้นเดือนเมื่อไรเหมือนใกล้ตายทุกที บริษัทของเธอผลิตผ้ายีน ผ้าคอตตอน และผ้าอื่นๆ อีกมากมาย ส่งขายและส่งออกชั้นนำแหล่งหนึ่งของประเทศ บัวกัลยาทำงานที่นี่นานนับ 20 ปีได้ ถือว่าร่วมบุกเบิกมาพร้อมๆ บริษัท เลยนับว่าเป็นคนสำคัญที่ถูกไว้วางใจคนหนึ่งของบริษัททั้งทำงานเก่ง ขยัน และมีวาจาศิลป์ที่ดี เป็นตัวอย่างที่ดีให้พนักงานใหม่ได้ ทำให้หน้าที่การงานของเธอดีไม่น้อย และเงินเดือนก็เช่นกัน
ปมฝังใจของบัวกัลยาคือคนรักของเธอทิ้งไป คบกันมายาวนาน สมัยเรียนมัธยมด้วยซ้ำ พอจบมหาลัยทั้งคู่ต่างก็ทำงาน สายบัวย้ายอาศัยบ้านเดียวกับแฟน อยู่ด้วยกันสองปี ก็เลิกกัน เหตุเกิดจากฝ่ายชายมีคนใหม่ นาทีที่บอกเลิก บัวกัลยาเหมือนชีวิตพังทลายลง ตอนนั้นบัว กัลยารู้สึกเสียดายเวลามาก ที่เอาทุกอย่างไปทุ่มเทให้ผู้ชายคนนั้น จนลืมที่จะรักตัวเอง หลังเลิกกัน บัวกัลยานึกตัวเองมากขึ้น อยู่กับตัวเองและปิดประตูลงกลอนล็อกไว้แน่นหนาไม่ได้มีใครเข้ามาในใจเธออีกเลย พอรู้ตัวอีกทีอายุ 30 เข้าไปแล้ว และหลังจากนั้นโอกาสของเธอก็ดูจะหมดไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ล่วงเลยเข้าเลขสี่จนได้
เพราะงั้นชีวิตที่เหลือบัวกัลยา เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือและเตรียมพร้อมให้กับตัวเองไว้ในอนาคต รอยยิ้มเล็กๆ เมื่อมองดูยอดบัญชีเงินเดือนที่เข้าที่เข้ามาในเดือนนี้ รายได้แสนกว่าๆ เข้ามาต่อเดือน จะบอกว่ามากมันก็มาก แต่สำหรับบัวกัลยาแล้ว เมื่อหักเป็นกองทุนสะสม หักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว ก็เหลือใช้นิดหน่อยเท่านั้นเอง เงินเดือนครึ่งหนึ่งของเธอเก็บเข้าอีกบัญชีหนึ่งไว้เป็นกองทุนสะสม ส่วนที่เหลือครึ่งหนึ่งเป็นรายจ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน เช่นค่ารถ ค่าเช่าบ้าน ค่าเสื้อผ้า ค่าเครื่องใช้ต่างๆ ค่าน้ำ ค่าไฟในบ้าน ค่าจิปะถะ ที่บัว กัลยา จ่ายชำระเป็นการผ่อนเป็นงวดๆ ไป ไม่รีบๆ ต้องเก็บเงินก่อน เพราะงั้นบัว กัลยาจึงชอบการผ่อนของมาก ยิ่งผ่อน 0% ยิ่งชอบ
ตอนนี้เงินในบัญชีเก็บก็มีสิบล้านนิดๆ ไม่ต้องสงสัยว่ามันมากหรอก ไม่ใช่เงินของเธอทั้งหมด เกินครึ่งในนั้นเป็นเงินประกันของคุณพ่อคุณแม่ ที่พวกท่านทำไว้หลายตัว ตอนจากไปนั้นบัวกัลยาได้รับมันมา คนละสามล้านเลย บัวกัลยามีเงินในบัญชีเพิ่มขึ้น บวกกับบัวกัลยาไม่ได้ใช้เงินส่วนนั้นเท่าไร ฝากไว้ในบัญชี นานวันก็ได้เงินเพิ่ม ทั้งเงินเดือนของเธอก็ไม่ได้น้อย ส่วนหนึ่งถูกฝากเข้าบัญชี ทำงานมายี่สิบกว่าปี แน่นอนว่ารวมกับเงินประกันแล้ว เงินในบัญชีจะถึงสิบล้านก็ไม่แปลก เพื่อเป้าหมายใหม่ในชีวิตก็ไม่ต้องห่วงบั้นปลายชีวิตแล้ว บ้านพักคนชรารอเราอยู่
ย้อนกลับมาที่บัวกัลยา ตอนนี้เธอคลิกเข้าเว็บไซต์ชีวิตใหม่เรียบร้อยแล้ว หน้าจอขึ้นสีขาว กลางหน้าจอขึ้นตัวโหลดอยู่แถบหนึ่ง นับการโหลดไปเรื่อยๆ จนถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วหน้าจอก็เปลี่ยนโชว์หน้าเว็บขึ้นมา จ่าหัวเว็บว่า มีชีวิตใหม่กับระบบมิติย้อนวันวาน จากนั้นก็มีข้อมูลให้กรอก บัวกัลยาคิดว่าไม่น่ามีอะไร เลยลองกรอกลงไป เผื่อชีวิตจะดีขึ้น (สายมู) แต่ยิ่งกรอกยิ่งแปลกใจ ข้อมูลให้กรอกมีรายละเอียดมาก ถามถึงวันเกิด เวลาเกิด ราศี เลขบัญชี มีกี่บัญชีให้ตอบให้หมด ตรงการกรอกหมายเลขบัญชี ให้กรอกสามตัวแรกและสามตัวท้าย อีกบัญชีก็ให้กรอก สี่ตัวกลาง แต่ละบัญชีจะมีตำแหน่งกรอกไม่เหมือนกัน บัวกัลยาเห็นว่ายังคงปลอดภัยระดับหนึ่งเลยกรอกลงไป และมีให้เลือก ชายในฝัน และ ครอบครัวในฝัน จะเลือกที่ระบบกำหนดมาให้ หรือกรอกข้อมูลลงไปก็ได้ บัวกัลยานึกสนุก ในชีวิตนี้ไม่เคยมีแบบนี้มาให้เลือก บอกสเป็กชายในฝันของเธอ เธอไม่ขออะไรมาก รักเธอคนเดียว เชื่อฟังเธอ และขยันขันแข็ง เรียนรู้ไว (ไม่โง่) และอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ส่วนครอบครัว สายบัวอยากมีลูกสักสามสี่คน มีบ้าน มีรถ ญาติพี่น้องมิตรสหายดี แม้ความฝันดูจะเพ้อเจ้อไปหน่อย แต่ใครๆ ก็ปรารถนาแบบนี้กัน บัวกัลยาก็เป็น
หลังกรอกข้อมูลเรียบร้อย เว็บไซต์บันทึก แล้วขึ้นหน้าจอบอกไว้ว่ากำลังรันคิวให้คุณ บัวกัลยาถึงกับเอะใจ รันคิวอะไร มีคิวด้วยหรอ สักพักหน้าก็ขึ้นรูปฝ่ามือให้ด้านซ้ายบนหน้าจอ บนหน้าจอโชว์ข้อความว่า คิวของคุณคือ 999 โปรดวางฝ่ามือบนหน้าจอตามรูปที่ขึ้น อ่านจบบัวกัลยาก็บ้าจี้ วางมือทาบบนหน้าจอจริงๆ เมื่อวางลงไป คำเตือนขึ้นบอกว่า ระหว่างบันทึกข้อมูลห้ามดึงมือออกเด็ดขาด ตัวเลขนับถอยหลัง 10 9 8 … สายบัวรู้สึกเจ็บจิ๊ดๆ ตรงที่อุ้งมือซ้าย แต่ไม่ได้เจ็บมากขนาดที่จะชักมือออกมา บัวกัลยารอจนเลขถึง0 ระบบบอกว่าบันทึกข้อมูลเรียบร้อยถึงได้ดึงมือออกมา มีปานรูปดอกบัวปรากฏตรงอุ้งมือซ้ายเป็นสีชมพูอ่อนๆ เห็นไม่ค่อยชัด พอลูบๆ ถูๆ มันก็ไม่ได้จางหายไป นี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน
บัวกัลยามองกลับไปที่จอโน๊ตบุ๊คต่อ ตอนนี้ขึ้นข้อความไว้ว่า 'เพราะคุณคือผู้โชคดี ระบบมิติมีรางวัลสามข้อ จะให้หลังจากได้รับชีวิตใหม่ คิดให้ดีก่อนขอแล้วกันนะ' อ่านจบบัวกัลยาถึงกับสบถออกมา "แล้วระบบมิติมันคืออะไรละ" แม้จะเป็นเพียงการสบถ แต่เหมือนมันจะรับรู้ รูปแบบตัวหนังสือจัดเปลี่ยนใหม่ อธิบายให้เข้าใจถึงระบบมิติ พออ่านจนจบบัวกัลยาสรุปออกมาได้คร่าวๆ ดังนี้ ระบบมิติคือความนึกคิด และพื้นส่วนตัวของเจ้าของ สามารถเปิดใช้งานได้จากปราณดอกไม้ที่ให้มา สามารถโยกย้ายของในมิติได้ตามใจคิด เจ้าของสามารถเข้าพื้นที่มิติได้ พื้นที่มิติสามารถให้เจ้าของเข้าออกได้คนเดียว สิ่งมีชีวิตที่เดินได้ไม่สามารถอยู่ในมิติได้ เพราะเวลาในมิติจะเท่ากับศูนย์หรือเดินทางช้ามาก เข้ามิติจำเป็นต้องอยู่กับที่ เมื่อเข้าไปแล้วไม่สามารถเคลื่อนย้ายภายนอกได้ หมายความว่าถ้าเข้ามิติขณะรถกำลังวิ่งอยู่ ไม่สามารถจะเข้าได้ ต้องหยุดอยู่กับที่ แต่ทุกอย่างมีข้อยกเว้น หากเจ้าของไม่เข้ามิติก็สามารถใช้งานมิติได้เช่นกัน เพียงเจ้าของเปิดมิติขึ้นมา ระบบมิติจะโชว์หน้าจอตรงระดับสายตาของเจ้าของทันที ไม่ว่าจะนั่งรถอยู่ก็สามารถใช้งานได้
"แล้วรางวัลสามข้อละ" แค่พูดออกมาตัวหนังสือก็เปลี่ยนเป็นข้อความใหม่ เหมือนคุยตอบโต้กันได้ 'รางวัลจะได้ต่อเมื่อมีการถ่ายโอนย้ายเจ้าของสำเสร็จ ถึงตอนนั้นให้นึกถึงสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตัวเองเข้าไว้' อ่านข้อความจบหน้าจอก็พับหายไป เหมือนไม่อยากคุยด้วยแล้ว
ข้อสงสัยของบัวกัลยาเต็มหัวไปหมด ตอนนี้คนตอบก็ไม่อยู่แล้ว ทำได้แค่ทดสอบของจริง บัว กัลยามองปานรูปดอกบัวสีชมพูอ่อน บนอุ้งมือซ้าย พอสัมผัสดูก็ไม่เกิดอะไรขึ้น จนต้องพูดคำพูดขึ้นมาว่า “เปิด” แม้จะเป็นเสียงเบาที่ลองพูดดู ก็มีมิติช่องว่างที่เป็นหน้าจอเกิดขึ้น มันเป็นเหมือนกล่องๆ หนึ่งที่มีแต่พื้นสีดำทั้งห้อง จอภาพนั้นเกิดขึ้นตรงหน้าในระดับสายตาของบัวกัลยาจริงๆ มองสังเกตดูข้างในเหมือนมีตัวหนังสืออะไรสักอย่างบอกไว้ เพียงแต่มันเป็นตัวเล็กมากจนอ่านไม่ออก บัวกัลยาจึงพูดว่า “เข้าไป” พูดจบร่างของบัวกัลยาก็หายเข้าไปในมิติจริงๆ รอบด้านของสายบัวเป็นสีดำไปหมด “คำว่าเข้าเป็นรหัสเข้ามิติสินะ งั้นคำว่าออกก็เป็นการออกมิติ” พูดยังไม่ทันจบ ร่างของบัวกัลยาก็ออกมาข้างนอกอย่างที่เปล่งเสียงออกมา แต่ระหว่างที่พูดต้องสัมผัสปานดอกบัวนั้นด้วย “เข้า” บัวกัลยาลองอีกครั้ง ครั้งนี้เข้ามาในมิติ บัว กัลยาเดินสำรวจรอบๆ แม้รอบๆ จะเป็นพื้นสีดำสนิท แต่บัวกัลยาอยากรู้ว่าผนังของมิติที่ว่านั้นมีอยู่หรือไม่ พอเดินจากจุดที่เข้ามา กว้างไปตรงหน้า 20 ก้าวก็เจอกับผนัง ย้อนกลับมา 20 ก้าว และเดินไปต่ออีก 20 ก้าวก็เจอผนัง ไปซ้ายขวา จากจุดตรงกลางก็20 ก้าวเหมือนกัน สรุปได้ว่ามิติกล่องนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีความกว้างมากพอสมควร บัว กัลยาเป็นคนสูง สูงถึง 175ซม. แต่ก็ไม่รู้ว่าเพดานมีความสูงเท่า ยกแขนขึ้นสุดแขนก็ยังไม่แตะเพดาน ดูท่ามิตินี้ก็คงจะสูงมากพอสมควร
บัวกัลยาหันไปสนใจ ข้อความตัวเล็กที่อ่านจากข้างนอกไม่ชัด พอเข้ามาในมิติถึงได้อ่านได้ชัดเจน เพราะขนาดตัวหนังสือค่อนข้างใหญ่ ตัวหนังสือสีแดงปรากฏขึ้นว่า “นับเวลาถอยหลังไปวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2537 เวลานับถอยหลัง 4 วัน 23 ชั่วโมง 50 นาที” บัว กัลยาอ่านจบก็ต้องตกตะลึง นี่หมายความว่าอย่างไร ที่บอกว่าจะให้ชีวิตใหม่คือการย้อนไปเกิดใหม่งั้นหรอ ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือวันที่ 16 ตุลาคมเป็นวันเกิดของเธอ จะให้เธอไปเกิดใหม่จริงๆ หรอ แล้วตอน พ.ศ.2537 เธออายุแค่สองขวบเองนะ พูดจายังไม่รู้เรื่องเลย จะให้เธอไปทำอะไร “แบบนั้นก็ฆ่ากันเถอะ ไปเป็นเด็กพูดไม่รู้เรื่องแบบนั้น ไม่เอาด้วยหรอก ออกๆๆๆ” บัวกัลยารีบออกจากมิติทันที
เมื่อยืนอยู่กลางห้องนอน บัวกัลยา ก็แทบจะไม่อยากเชื่อเรื่องที่เกิดขึ้น ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป เพียงขอให้เรื่องนี้เป็นความฝันพอตื่นขึ้นมา ปานดอกบัวนี่ก็จะหายไป แต่ก่อนนอนเป็นประจำที่บัวกัลยาไม่ลืมที่จะประโลมครีมบำรุงผิวพรรณ แม้จะอายุ 40+ แล้ว แต่ร่างกายและใบหน้าของบัว กัลยานั้นยังเหมือนหญิงสาว 30ต้นๆ เพราะตัวช่วยอย่างครีมแพงๆ พวกนี้ที่ทำให้ทุกวันนี้ใครต่อใครยังไม่ด่าเธอว่าหญิงแก่ไม่ได้ ทั้งพร้อมลุกไปชงน้ำผึ้งมะนาวกินก่อนนอน
แต่ด้วยความอยากลองดู ว่ามิติช่องว่างนั้นจะเก็บของแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ก็ได้ส่งน้ำร้อนหนึ่งแก้วเข้าไปไว้ในมิติ มือจับหูแก้วน้ำร้อนไว้ โดยยังไม่ทันได้พูดว่าเก็บ เพียงแค่นึกว่าจะเก็บแก้วน้ำร้อนในมือไปไว้ในมิติ แก้วน้ำร้อนมันก็หายเข้าไปในมิติแล้ว นี่หมายความว่าไม่ต้องพูดเพียงแค่ใช้จิตใต้สำนึกสั่งการมันก็จะเก็บเข้าไปเอง ลองพูดคำว่า “เปิด” ก็เห็นภาพมิติขึ้นมาตรงหน้า เป็นภาพที่โชว์แก้วน้ำร้อนอยู่ด้านใน ลองใช้นิ้วมือแตะๆ ที่รูปแก้วน้ำร้อนนั้น แก้วน้ำก็ปรากฏออกมาที่โต๊ะข้างๆ ทันที เรื่องนี้ก็ชักสนุกขึ้น เมื่อบัวกัลยาอยากลองว่าถ้าส่งแก้วน้ำร้อนนี้เข้าไป รอดูว่าพรุ่งนี้มาเกิดดูมันยังจะร้อนอยู่อีกหรือไม่ พอส่งแก้วน้ำเข้ามิติไปแล้วก็เดินไปนอนที่เตียงและหลับไป โดยลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านั้นเพียงขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความฝัน แต่บัวกัลยากลับใช้งานจริงๆ เรื่องที่เกิดขึ้นเลยถือว่าเลยตามเลย…
ตอนที่ 1 ใช้เงินให้เกิดประโยคสูงสุด
เช้าวันถัดมา บัวกัลยาตื่นมาด้วยใบหน้าเหนื่อยอ่อน ช่วงนี้ของสิ้นเดือนร่างกายมักจะทนรับไม่ไหว ยิ่งอายุเยอะยิ่งเหนื่อยง่าย แต่ถึงอย่างนั้น เพื่อรักษาประวัติอันดีงามของพนักงานดีเด่น สามปีซ้อน บัวกัลยาต้องตื่นในเวลาตีห้าครึ่งของทุกวันที่ไปทำงานให้ได้ เพื่อที่อาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านและขับรถไปถึงที่ทำงานได้ทันเวลา
บ้านเช่าที่บัวกัลยาเช่าอยู่ ค่อนข้างห่างไกลกับที่ทำงานอยู่มาก แต่สายบัวก็ยังเลือกบ้านเช่าหลังนี้ เพราะทำเลที่ตั้งโอเค มันเป็นบ้านเช่าในหมู่บ้านจัดสรรแหล่งหนึ่งในย่านความเจริญ ซึ่งมันปลอดภัยดีสำหรับสาวโสดตัวคนเดียวอย่างเธอ
บัวกัลยาไม่คิดที่จะซื้อบ้านเป็นของตัวเอง เพราะกลัวว่าวันใดวันหนึ่งเกิดเหตุให้ตัวเองต้องตัวเองจากโลกใบนี้ไป มรดกชิ้นใหญ่ชิ้นนี้คงจะหาใครมารับแทนไม่ได้แล้ว และบ้านพักอาศัยในสมัยนี้ก็หาซื้อได้ยาก โครงการบ้านใหม่มีหลายที่ก็จริง แต่ราคามันสูงมากๆ คนสมัยนี้เลือกเช่าบ้านมากกว่าการซื้อบ้านเป็นของตัวเองซะอีก ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้กลับมีสิ่งหนึ่งที่แพงมากๆ นั้นคือที่ดิน คนไทยในสมัยนี้แทบไม่มีที่ดินเป็นของตัวเองกันแล้ว เพราะอะไรน่ะหรอ
เพราะมันขายได้เงินดีอย่างไรล่ะ ใครบ้างจะไม่ชอบเงิน
บัวกัลยายังทำเหมือนทุกวันตามที่ออกไปทำงาน คือต้องแวะซื้ออาหารเช้าเป็นประจำ บัวกัลยาเคยเป็นโรคกระเพาะ และความทรมานของมันทำให้บัวกัลยาไม่กล้าอดอาหารอีกตั้งแต่ป่วยครั้งนั้น อย่างไรทางผ่านก็มีร้านอาหารเจ้าประจำมากมายรอเธออยู่ทุกเช้า เธอยอมเสียเวลาเล็กน้อยเพื่อตัวเองไม่เจ็บไม่ป่วยอีก
ระหว่างทางได้เปิดฟังวิทยุจากเครื่องเสียงรถยนต์ที่เมื่อก่อนไม่เคยจะฟังสักครั้ง วันนี้กลับมีใจอยากฟังขึ้นมา พอเปิดก็ได้ยินเสียงเพลงเก่าๆ ที่ดังสมัยพ่อแม่รักกันใหม่ๆ ทำให้บัว กัลยาคิดอะไรออกมาได้ หลังจากที่เธอตื่นมา เธอก็ลืมเรื่องนี้ไปสนิท มิติในตัวเธอ ปานดอกบัวที่ยังอยู่
“เปิด” บัวกัลยาพูดออกมาระหว่างที่จอดรถติดสัญญาณไฟ มือที่จับพวงมาลัยแตะเข้าที่รูปปานดอกบัวที่ไม่ได้จางหายไปอย่างที่คิด ภาพมิติปรากฏ แก้วน้ำยังวางอยู่ในมิตินั้นเหมือนเดิม ลองใช้มือจับออกมาก็ได้แก้วน้ำติดมือออกมาด้วยเช่นกัน แก้วน้ำยังคงร้อนอุ่นในอุณหภูมิของเมื่อวาน ไม่ได้มีความเย็นเพิ่มเข้ามาเลย ปริมาณน้ำก็เท่าเดิม และ น้ำไม่มีการตกตะกอนหรือแยกชั้นใดๆ ทั้งสิ้น ช่องมิตินี้รักษาสภาพเดิมของสิ่งของนั้นไว้งั้นสินะ
“นี่มันเรื่องจริงหรอ” บัวกัลยา พึมพำ มองไปที่เวลาสีแดงตัวเล็กๆ นั้น “4 วัน 17 ชั่วโมง 12 นาที เวลาลดลงไปด้วย ไม่สิ หากเป็นเรื่องจริงแล้วรู้ขนาดนี้แล้ว ฉันยังไม่เตรียมตัว มีหวังได้ไปตายแน่ๆ” บัวกัลยาคิดได้ดังนั้น ในใจจึงวางแผนการที่จะทำต่อจากนี้ เป็นวันนี้คงไม่ทันแล้ว ให้เริ่มต้นก็ไม่รู้จะเอาแบบไหนก่อนดี ในหัวมีเรื่องเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง
แตร่!
เสียงแตรรถบีบดังลั่นดึงสติให้บัวกัลยาให้กลับมา ไฟเขียวแล้ว บัวกัลยาเหยียบคันเร่งรถไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
บัวกัลยาแวะร้านโจ๊กเจ้าเก่าที่ชอบมาซื้อไปกินในตอนเช้า จนตอนนี้สนิทกับอาแป๊ะกับเมียเจ้าของร้านไปแล้ว ทุกครั้งที่แวะร้านนี้บัวกัลยามักจะซื้อไปฝากลูกน้องด้วยเสมอ เพราะราคาไม่ได้สูงมาก หัวหน้าแผนกได้เงินเดือนสูงอย่างเธอ แบ่งปันลูกน้องเล็กๆ น้อยๆ บ้างก็ไม่เสียหายอะไรมาก
บัวกัลยาถ่ายรูปร้านโจ๊กเข้าไลน์กลุ่มแผนกของเธอ ทั้งฝั่งจัดซื้อและฝั่งขาย ความจริงสองแผนกนี้งานยุ่งมากๆ แต่บัวกัลยาเองไม่ได้เป็นคนที่ทำงานตรงๆ เป็นหัวหน้าฝ่ายแค่สั่งงานและตรวจสอบความเรียบร้อย งานเลยไม่หนัก (ยกเว้นสิ้นเดือน) บอสเลยให้ดูสองแผนกไปด้วยความไว้วางใจ
อ่านข้อความออดอ้อนของเหล่าลูกน้องทั้งหลาย และสติ๊กเกอร์ขอบคุณที่ส่งมาให้ ในความคิดของบัวกัลยา แอบคิดว่านี้อาจจะเป็นการเลี้ยงอาหารเช้าครั้งสุดท้ายของเธอในโลกใบนี้แล้วก็ได้
บัวกัลยา มองสองผัวเมียชราที่ทำงานอย่างขยัน ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ถามออกมา “อาแป๊ะ! หนูถามหน่อยดิ อาแป๊ะอยู่ไทยนานแล้วปะ ตอนที่พ.ศ. 2537 38 เนี่ยอาแป๊ะอยู่ไหน” บัวกัลยาอยากรู้ข้อมูลของสมัยนั้น ตอนบัวกัลยาเกิด อายุเพียง 2 ขวบยังไม่รู้เรื่องรู้ราวเลย อะไรแพง อะไรค้าขายได้บ้าง
“โอ้วว ตอนนั้นแปะอยู่ไทยแล้วล่ะอาบัว ตั้งรกรากที่ไทยหลายปีแล้วปี 2538 2539 ตอนนั้นแปะยังเป็นหนุ่มๆ อยู่เลยนะ”
“งั้นอาแป๊ะพอจำได้ไหม ช่วงนั้นอะไรแพง อะไรขายแล้วแพงมากๆ ขายได้ราคาดีๆ อ่ะ” บัวกัลยาวางแผนว่าหากหาได้ในตอนนี้จะขนไปขายในยุคนั้นดู ก็ไม่รู้ว่าราคาสินค้าในตอนนี้มันจะถูกรึเปล่า แต่รู้ไว้ก่อนก็มีช่องทางทำมาหากินแล้วไม่ใช่หรอ
“โอ๊ย ตอนนั้นน่ะหรอ ยุครุ่งเรืองของแป๊ะเลย แป๊ะขายรองเท้าอะไรนะสะกงสกอลล์นั้นนะ แป๊ะไปขนมาจากจีนเลยนะ ขายคู่หนึ่งได้เป็นสี่ห้าร้อยเลยนะ ไม่ก็ขายกระเป๋า สมัยนั้นวัยรุ่นเขาฮิตกระเป๋าเป้กัน แบรนด์ดังๆ เอ้าดอล์มั้งนั่นแหละๆ ยุคนั้นแป๊ะขายของเก็บเงินซื้อเสื้อผ้า แฟชั่นช่วงนั้นนี่พลาดไม่ได้เลย กางเกงยีนขาม้าขากระดิ่งนั้น ใครใส่ออกบ้านรับรองได้เป็นเป้าสายตาแน่นอน อาแป๊ะใส่ไปจีบล่ะ ต้องเท่ไว้ก่อน ใช่สิ..ตอนนั้นกางเกงยีนนี่แพงมากๆ เลยนะอาบัว”
“กางเกงยีนหรอคะ” บัวกัลยาตาโตขึ้นมาทันที
นี่มันใกล้ตัวเลยไม่ใช่หรอ แม้ไม่ได้ขายเป็นกางเกง แต่บริษัทบัวกัลยาขายผ้าเป็นเมตร ถ้าเอาไปขายที่นั่นราคาจะต่ำไปได้หรอในเมื่อราคากางเกงมันแพงอย่างที่อาแป๊ะว่า บัวกัลยาคิดในใจ
“จริงจ้ะ ตอนนั้นป้าก็ขายหวีสับอีวีท ขายทีก็อันเกือบร้อย ขายคนรวยหน่อยร้อยกว่าบาทได้เลย เดี๋ยวนี้ อันห้าบาทยังไม่มีใครจะซื้อเลย คิดถึงสมัยนั้นเนาะแปะ” เมียของอาแป๊ะเสริมขึ้น ยิ่งทำให้หูของบัวกัลยาผึ่งขึ้นมาทันที อันละห้าบาทตอนนี้ สมัยนั้นขายได้อันละร้อย โอ๊ยยยย เงินทองทั้งนั้น ต้องไปหาซื้อก่อน ว่าแต่หวีอะไรนะ…
“ได้แล้วอาบัว วันนี้ก็เลี้ยงลูกน้องตามเคยละสิ” เมียอาแป๊ะยกถุงโจ๊กร้อนๆ ในถุงหิ้วใหญ่ที่ใส่เกือบๆ ยี่สิบถุงในนั้น จะว่าไปบัวกัลยาก็ชอบกินโจ๊กร้านอาแป๊ะมาก หากว่าต้องจากไปคงต้องคิดถึงมากแน่ๆ
“อาแป๊ะขา อีกสองวันหนูจะไปเลี้ยงเด็กกำพร้า ไปทำกับเพื่อนน่ะค่ะ เลยว่าจะสั่งโจ๊กอาแป๊ะไปด้วย 150 ถุงได้ไหมคะ” บัวกัลยา ตัดสินใจ ในเมื่อเธอมีมิติที่รักษาสภาพอยู่แล้ว โจ๊กร้อนๆ ก็มีให้เธอกินไปอีกนาน ถึงตอนนั้นรออาแป๊ะมาเปิดร้านโจ๊ก เธอก็จะได้มากินร้านโจ๊กอาแป๊ะอีก
“ทำไมไม่เอาเป็นหม้อไปเลยละหนูบัว แป๊ะให้ยืมหม้อได้นะ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ เอาเป็นถุงนี่แหละค่ะ จะได้แจกง่ายด้วย ตามนี้นะคะ อีกสองวันหนูจะมารับตอนเช้า จ่ายเงินไว้วันนี้เลยค่ะ” บัวกัลยาตัดสินใจแล้ว ใครก็เปลี่ยนไม่ได้แล้ว ในเมื่อบอกเป็นถุงอาแป๊ะก็พยักหน้าตามนั้น เมื่อคิดเงินในส่วนของวันนี้ และ 150 ถุงที่สั่งไว้เรียบร้อย ก็เดินทางไปที่ทำงานต่อ
ในบริษัทไม่ได้มีกฎว่าจะไม่ขายผ้าให้พนักงาน แถมยังจะให้ในราคาที่เกินต้นทุนมาเล็กน้อยเท่านั้น เพียงแต่ต้องสั่งผ้าจากโรงงานให้มากกว่า 5 ม้วน ม้วนหนึ่งก็มีเป็นสิบเมตรแล้ว การจะซื้อครั้งหนึ่งของพนักงานเลยไม่สามารถจะซื้อได้ หากไม่นำไปขายหรือแปรรูปก็ไม่มีใครค้าขายกันหรอก
แต่วันนี้บัวกัลยากลับสั่งรายการผลิตเพิ่ม เป็นรายการที่เธอจะซื้อเอง ในใบรายการสั่งซื้อเป็นผ้ายีนเบอร์1 เบอร์2 เบอร์3 เป็นผ้ายีนแท้ไม่ผสมอะไร เพียงแต่คนละสีตามความชอบ ยุคนั้นน่าจะใช้แบบนี้ ราคาต่อเมตรตามตลาดตอนนี้ 450-500 ได้ราคาโรงงาน 200 บัวกัลยาเลยสั่งสีละ 1,000 ม้วน ขายหมดนี้หวังว่าจะได้เงินคืนมาเท่าที่เสียไปนะ
รายการผ้ายังมีผ้ายีนอีกหลายเกรด และผ้าชนิดอื่นที่ดูจะทำเงินได้ ราคาตามเกรดสินค้า เพราะซื้อครั้งใหญ่ บริษัทเลยขายให้ในราคาทุนไป ถือเป็นเงื่อนไขพิเศษสำหรับบัวกัลยาพนักงานรุ่นบุกเบิก เป็นเงินทั้งหมดแปดล้านบาท
บัวกัลยาต้องไปทำการโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทให้เรียบร้อย ถึงจะเริ่มการผลิต เงินจำนวนมากคงโอนผ่านแอพพิเคชั่นไม่ได้ สายบัวต้องไปทำเรื่องที่ธนาคารในวันนี้โดยเงื่อนไขคือของบัวกัลยาขอให้ส่งสินค้าภายใน 4 วันนี้เท่านั้น บัวกัลยารู้ความสามารถในการจัดสินค้าของบริษัทให้ได้ 4 วันถือว่าไม่เร็วมาก แต่ก็ให้ช้ากว่านั้นไม่ได้แล้ว มันเป็นวันสุดท้ายที่เหลืออยู่ของเธอ บริษัทเลยลัดคิวให้ก่อน เพราะสินค้าส่งรายอื่นก็ยังไม่ถึงกำหนดรับของ
บัวกัลยาตัดสินใจลาออก โดยให้เหตุผลว่าจะไปเปิดร้านขายผ้า เพราะหาแหล่งขายได้แล้ว และจะเป็นคู่ค้ากับบริษัทตลอด ซึ่งไม่รู้ว่าในอนาคตจะทำได้ไหม หากผ้าหมดสต๊อกแล้วยังจะสามารถสั่งของจากยุคนี้ได้หรือไม่ หากว่าได้คงเป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก แต่ว่าถึงตอนนั้นค่อยลองดูอีกที
บัวกัลยาจำเบอร์โทรแผนกขายได้ดีอยู่แล้ว ขอเพียงที่นี่ไม่เปลี่ยนเบอร์ ไม่แน่อาจติดต่อกันได้อีก อะไรก็เกิดขึ้นได้ ขนาดเธอยังจะย้อนเวลาเลย บัวกัลยาคิดในใจ พยักหน้าให้กับความคิดตัวเอง
หลังทำสัญญาซื้อขายเรียบร้อย ทำเรื่องลาออกเรียบร้อย เธอก็มาลาเพื่อนๆ พี่น้องที่อยู่ด้วยกันมายาวนาน บางคนเปรียบเหมือนน้องสาวของเธอไปแล้วจริงๆ ร้องไห้สะอึกสะอื้นตอนรู้ข่าวว่าเธอลาออก บัว กัลยาทำอะไรไม่ได้หากว่าอนาคตไม่ได้เกิดการย้อนอดีต เธอจะกลับมาทำงานที่นี่ต่อแน่นอน เจ้านายยังบอกให้เธอกลับมาเลย
ออกบริษัทตอนเที่ยงนิดๆ บัวกัลยาแวะกินข้าวเที่ยงก่อนจะตรงไปที่ธนาคาร ทำการโอนเงินแปดล้านเข้าบริษัท เหลือเงินไว้ในบัญชีเพียง ห้าแสนบาท ที่เหลือนอกจากนั้นถอนออกมาทั้งหมด เจ้าหน้าที่พนักงานถามบัวกัลยาว่าใช้เงินไปทำอะไร กลัวว่าถูกหลอกไปทำอะไร บัวกัลยายิ้มแล้วบอกว่า "เอาไปลงทุนชีวิตจริงๆ” บัวกัลยาเป็นลูกค้าที่นี่มายาวนาน กินดอกเบี้ยที่นี่ไม่น้อย หากเกิดใหม่แล้วสาขานี้ก่อตั้งแล้ว เธอคงจะกลับมาฝากที่นี้อีกแน่
เมื่อได้เงินเสร็จแล้ว บัวกัลยากลับมาที่รถคู่ใจเพื่อนยากที่ผ่อนมานาน อีกแค่สองปีก็จะหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเก็บเข้ามิติได้ไหม คงจะเต็มแน่ๆ เสียดายไม่น้อย บัวกัลยาคิด โดยที่ลืมไปแล้วว่าตัวเองยังผ่อนไม่หมด
บัวกัลยาแบ่งเงินจำนวนหนึ่งเข้ามิติ เงินตั้งมากมายไม่สามารถแบกไปไหนมาไหนในมือได้ ยังดีที่มีมิติ ต่อให้ใครดักปล้นก็เอาไปไม่ได้ ในใจมีความคิดว่าเอาเงินไปเลยก็ได้ แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าปีพ.ศ.ที่ผลิตล้วนเป็นปีในอนาคต ไม่สามารถใช้ได้ หากเอาไปใช้คงโดนข้อหาผลิตเงินปลอมแน่
วันนี้เหลือเวลาว่างเพียงครึ่งวัน บัวกัลยาตัดสินใจตามหาสินค้าที่อาแป๊ะกับเมียบอกเมื่อเช้า ตอนนี้อาจมีหลงเหลือให้เอาไปขาย หรือเอาไว้ใช้บ้างก็ได้ ก่อนออกรถบัวกัลยาก็หาข้อมูลตามอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง นึกถึงสมัยนั้น คงไม่มีอินเทอร์เน็ตแน่ๆ ยิ่งไม่มีคือสัญญาณโทรศัพท์ดีๆ ความสะดวกสบายแบบนี้จะหาได้ที่ไหน คิดแล้วมันเศร้าใจ
“อ้อหวีแบบนี้ รองเท้าอันนี้ กระเป๋า โอเคเคยเห็นที่ตลาดสามเพ็งมั้ง ลองไปดูก่อน” บัวกัลยาบอกตัวเองก่อนจะขับรถตรงออกจากลานจอดรถธนาคารออกมา
เมื่อบัวกัลยาถึงตลาดก็เดินดูแต่ละโซน ที่นี่เน้นขายเป็นส่งมากกว่าปลีก การซื้อแต่ละครั้งยิ่งซื้อมากก็ได้ราคาที่ถูก บัว กัลยาเดินเข้าร้านกิ๊ฟช็อป ถามหาหวีสับอีวีทอยู่หลายร้าน ส่วนมากเจอแต่ของก็อปที่ไม่ได้มีแบรนด์ติดด้วย แบบนี้นำไปขายได้แต่ก็ไม่ได้ราคาเท่าไร
เดินไปสองสามร้านก็เจอ ร้านนี้มีอยู่แปดร้อยชิ้น เก็บไว้นานเพราะไม่ได้ขายแล้ว ตอนที่บัว กัลยาสอบถามหายังตกใจ ตั้งสติไปค้นหลังร้านไม่นานก็ได้กลับมาพร้อมของในมือ บัวกัลยาซื้อมาทั้งหมด พร้อมของเรียนแบบอีกสองร้อยชิ้นไว้ขายพวกชาวบ้าน
บัวกัลยาหยิบกิ๊บดำอีกหลายแผง จำได้ตอนเรียนใช้มันตลอด หากกลับไปอายุ 2 ขวบจริงคงต้องได้ใช้ ยางหมัดผมที่น่ารักอีกหลายชิ้น กิ๊ฟหนีบผมที่วัยรุ่นสมัยนี้ชอบใช้ใส่ตะกร้าอีกเกือบยี่สิบชิ้น อย่างไรก็ต้องได้ใช้ รู้สึกได้ย้อนเวลาไปช่วงวัยรุ่นที่มาเลือกซื้อของพวกนี้ หยิบของเพลินจนเต็มตะกร้าถึงพอใจ พอจ่ายเงินเสียเงินไม่ถึงสามพันบาทด้วยซ้ำ
บัวกัลยาเห็นว่าเสียเงินไม่มาก ผ่านร้านไหน เห็นว่าขายถูกก็เดินเข้าไปเหมามาหมด เช่นมีร้านหนึ่ง ขายกระเป๋าใส่เหรียญเล็กๆ ถุงใหญ่ กลับขายถุงนั้นแค่ 10 บาทเท่านั้น ในแต่ละถุงมีกระเป๋า 50 ใบ บัวกัลยาซื้อทั้งหมดที่วางขาย มี10 ถุงใหญ่ ก่อนจะจ่ายเงินแล้วฝากไว้ก่อน
เดินตามหาร้านรองเท้าสกอลล์ต่อ แต่ผ่านร้านไหนก็ซื้อจนข้าวของเต็มมือไปหมด พอถึงช่วงที่ไม่มีคนก็ส่งของเข้ามิติไปสองสามถุงพอให้หิ้วได้ไหวต่อ เดินไปมาสองชั่วโมงก็หมดแรงจะเดินต่อ รองเท้าก็หาไม่เจอเลยถอดใจ ไปขนข้าวของที่ซื้อกลับบ้าน พอถึงที่รถก็ส่งข้าวของทั้งหมดเข้ามิติไป ค่อยไปจัดระเบียบอีกที
สรุปของที่ได้จากสามเพ็ง สินค้ากิ๊ฟช็อปไว้ใช้เองและขาย กระเป๋าหลากหลายใบหลายแบบที่คิดว่าน่าจะขายได้ ชุดเครื่องเขียน สีไม้สีน้ำ สมุดลายน่ารัก พวกตุ๊กตาที่จำความได้ว่ามีแล้วในสมัยนั้น หมวก เสื้อผ้า ทั้งหมดล้วนเป็นของที่บัวกัลยาจะนำไปขายทั้งนั้น เดินมาทั้งวันหมดแรงก็กลับบ้าน
พอถึงบ้านก็ล้มนอนอย่างหมดแรง บัวกัลยาอาบน้ำแล้วนอนพัก ก่อนจะตื่นขึ้นมาในช่วงเย็นอีกที หายตัวเข้าไปจัดระเบียบข้างในมิติ พอจัดเสร็จก็รู้สึกว่าใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เงินที่หมดไปก็แค่หมื่นนิดๆ เท่านั้นเอง ของที่ได้มาเลยมีเพียงเท่านี้สินะ
หลังออกจากมิติมาก็นั่งเขียนรายการสินค้าที่จะซื้อวันพรุ่งนี้ อาหาร ยา เครื่องนุ่งห่ม ครีมบำรุง เครื่องอำนวยความสะดวก บางอย่างก็เลือนดูในแอพขายของออนไลน์ พ.ศ.นี้ การค้าขายเร็วมาก การขนส่งก็รวดเร็วเช่นกัน สั่งของวันนี้ ไม่แน่อีกสองสามวันก็น่าจะมาส่ง น่าจะทันก่อนที่จะไปแน่
ก่อนอื่นบัวกัลยาเลือนดูเลือกกล่องที่เอาไว้ใส่ของ เพราะของที่ซื้อมาค่อนข้างจุกจิ๊ก เธอเลยอยากจะเก็บลงกล่องลัง เขียนกำกับไว้ เวลาหาของจะได้หาได้ง่าย กดสั่งกล่องสามขนาดมาอย่างละ 100 ใบ พร้อมทั้งเซตซีลกล่องที่ต้องใช้ปิดปากกล่องด้วย
กดเข้าดูหน้าร้านเจอพวกถุงพลาสติดใส่ที่ไว้แพ็คขนมสวยๆ ไม่แน่อนาคตอาจต้องใช้งานก็กดสั่งมา ทั้งแก้วพลาสติกที่มีก็กดมาเป็นจำนวนร้อยแพ็ค ทักแชทแม่ค้าไปบอกว่าขอให้ของถึงบ้านในภายใน 2-3 วัน แม่ค้าตอบตกลงเธอจึงกดสั่งมาทั้งหมด
จากนั้นก็เห็นอะไรก็หน้ามืดตามัวสั่งของมาหมด ทั้งถุงซิปล็อก ถุงแก้ว ถุงสุญญากาศ เครื่องซีลสุญญากาศ บลาๆ ด้วยความหัวการค้าในตัวมีแต่จะหาเงินและขายของ สิ่งของหลากหลายที่สั่งในออนไลน์มักจะเป็นของที่เกี่ยวกับการค้าขายทั้งสิ้น
เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดที่เพิ่มความสะดวกสบายก็กดสั่งมาด้วย ก่อนสั่งต้องดูว่าอยู่ในประเทศแม่ค้าพร้อมส่งถึงสั่ง กะว่าเงินห้าแสนในบัญชีไม่หมดจะไม่ยอมหยุด แม้กระทั่งเครื่องบดกระเทียมด้วยมือก็กดสั่งมา แต่พอเช็คยอดเงินคงเหลือ หายไปแค่ห้าหมื่นนิดๆ เท่านั้นเอง ไฟในใจเจ้าแม่แห่งการช็อปมันลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
แวะไหลไปเรื่อยๆ เห็นพวกเครื่องนอนเลยคิดว่าควรซื้อไปด้วย สมัยนี้เตียงนอนยางพาราคือดีมาก เวลาขนย้ายก็ไม่ยาก เธอเปลี่ยนไปเปิดแอพมือโปรเรื่องบ้าน แอพที่เธอชอบใช้อยู่บ่อย เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเธอ เตียงนอนใหม่ก็ซื้อจากที่นี้ มีบริการติดตั้งและส่งฟรีถึงบ้าน บัวกัลยามีความคิดว่าจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจากยุคนี้ไปใช้ด้วยบางส่วน เพื่อความสะดวกสบาย แค่เสียบปลั๊กมันก็ใช้งานได้แล้ว แม้มันอาจจะดูขัดตาอยู่บ้าง หรือคนสงสัย เข้ากรุงเทพรอบสองรอบก็บอกพวกชาวบ้านได้แล้วว่าได้มาจากกรุงเทพ ถึงแม้ว่าจะไม่เอาออกมาใช้ได้เลยทันที แต่มันก็ต้องมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเอาออกมาใช้สักวัน เมื่อตกลงกับตัวเองได้ บัวกัลยาก็ไล่ดูแต่ละหัวข้อของร้านแอพ
หมวดแรกเข้าห้องนอน บัวกัลยาเลือกที่นอนก่อนเลย รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีนวัฒกรรมป้องกันฝุ่นไร แม้ไม่รู้ว่าจะจริงมากน้อยแค่ไหน แต่ก็หยิบใส่รถเข็นมา6ลูก คิดว่าต้องได้แบ่งให้พ่อแม่ใช้ด้วย และเปลี่ยนใหม่อีก 10-20 ปีหลังจากนั้นอีกสี่อัน เพราะยุคนั้นจะหาของแบบนี้ไม่น่าจะมีให้ซื้อได้
ดูอย่างอื่นเช่นโคมไฟ โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า บัวกัลยาคิดว่าไม่จำเป็นเท่าไร กดสั่งชุดเครื่องนอนครบชุดเพิ่มอีกสี่ห้าชุดคละสี หมอนและหมอนข้าง ผ้าห่มชั้นใน เลือกเพิ่มอย่างละสิบชุด และยังเจอผ้าห่มหนาตุ่นๆ ที่ใช้ในสมัยก่อนกำลังลดราคาล้างสต๊อกก็กดมาด้วย บัวกัลยาจำได้ดีตอนเด็กในฤดูหนาว หนาวมากจนไม่อยากออกจากบ้าน เพราะงั้น ซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นไปด้วยดีไหมนะ
เข้าหมวดห้องน้ำ ก็อยากจะกดสั่งเครื่องทำน้ำอุ่นไปเลยสิคะ แม้ไม่ได้ใช้ได้ทันที แต่ผ่านไปสักสี่ห้าปีค่อยเอาออกมาใช้ก็ได้ ปัญหาคือจะติดตั้งเองได้หรือไม่เท่านั้น บัวกัลยาส่ายหัว กดสั่งมาอย่างหน้าตาย เพราะความกลัวหนาวขึ้นสมองสั่งมาใช้ก่อน เรื่องที่เหลือค่อยว่ากันมีหลัง อยากได้อ่างอาบน้ำ ชักโครกแบบทันสมัย สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่กดใส่รถเข็น ของบางอย่างก็ต้องรอให้มันตามยุคตามสมัยจริงๆ
บัวกัลยากดซื้อผ้าขนหนูมีอีก 20 ผืนใหญ่ มีแบบที่เธอชอบมาก แม้ราคาจะค่อนข้างสูงแต่การใช้งานมันดีมากกว่า ตามด้วยข้าวของเครื่องใช้ในห้องน้ำเล็กๆ น้อยๆ
เข้าหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า บัวกัลยายิ้มหวานส่งไปที่จอไอแพ็ด ก่อนจะกดสินค้าใส่รถเข็นตามรายการแทบทุกอย่าง ไมโคเวฟ 2 ตัว ตู้อบขนมเครื่องใหญ่ เครื่องเล็ก เครื่องปั่นยี่ห้อดัง ทนทาน แรงดี บัวกัลยากดใส่ตะกร้าถึง 3 เครื่องจุๆ ถ้าเกิดมันเสียหายก็มีสำรองไว้ก่อนที่ถึงยุคที่เจริญหาซื้อได้ กดเลือกต่อ เครื่องปั่นน้ำผลไม้ เครื่องแยกกากน้ำผลไม้ เครื่องทำไอศกรีมอันนี้ความชอบส่วนตัว
กดเลือกพัดลม ไม่ว่าตัวเล็กตัวใหญ่ตั้งโต๊ะแบบพกพาเหมาไปให้หมด พัดลมไอน้ำก็เอาไป ถ้ามีห้องส่วนตัวหน้าร้อนดึกๆ ก็เอามาเปิดใช้ เช้ามาก็เก็บเข้ามิติ ไม่มีใครรู้หรอก เครื่องดูดฝุ่นแบบมือแบบเครื่อง ทั้งหุ่นยนต์ดูดฝุ่นก็เอาไปด้วย ตู้เย็นหลังใหญ่สองฝาเปิดก็ซื้อไปด้วย ตู้แช่อีกสองหลัง ตู้แช่น้ำที่ขายตามร้านสะดวกซื้อ2หลัง นอกจากนั้นยังเครื่องกรองน้ำอีก 2 เครื่อง ไม่รู้ว่าระบบน้ำประปาจะเข้าเมื่อไร ไม่มีก็ไม่เป็นไร ซื้อไปก่อน
เลยมากาน้ำร้อนแบบกดแบบสมัยก่อน แบบต้มความเร็วสูง และแบบต้มกาแฟ อย่างละ 2ชุด หม้อไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า หม้อหุงข้าว เตารีด ที่สำคัญเครื่องซักผ้าระบบสองถัง 2 เครื่อง และอัตโนมัติอีกเครื่อง สิบปีหลังจากนั้นคงได้เอาออกมาใช้เครื่องอัตโนมัติ ส่วนสองถังน่าจะมีใช้กันแล้ว เครื่องเสียงที่ยังใส่แผ่นซีดีได้ ลำโพงชุดใหญ่ โทรทัศน์ 3 เครื่อง แต่ละเครื่องต่างกันตามยุคสมัย เครื่องที่ดูเก่าที่สุดราคาอยู่ที่เกือบหมื่น
จบที่เครื่องสำรองไฟ เครื่องปั่นไฟ แผงโซล่าเซลล์ที่ราคาสูงพร้อมแบตเตอรี่เก็บไฟ ซื้อได้สองแผงเท่านั้น ก็น่าจะใช้ได้อะนะ ซื้ออุปกรณ์แคมป์ปิ้งไปด้วย พวกเต็นท์ก็มีขาย สายบัวเลยจัดมาด้วยสองหลัง เตาแก๊สปิกนิก หม้อปิกนิกสมัยนั้นคงหาแบบนี้ยาก เล็กกะทัดรัดใช้งานได้จริง เก้าอี้พับ โต๊ะพับได้สักสองตัว เครื่องบดกาแฟทำมือ แม้สมัยนั้นจะหาซื้อได้ แต่ซื้อไปตอนนี้ก็ค่าเท่ากัน
ออกนอกบ้านไปแล้ว วกเข้าในบ้านอีกรอบ สำรวจดูว่าขาดตกอะไรไปอีกบ้าง ความจริงอยากได้คอมพิวเตอร์ไปด้วย แต่หารุ่นเก่าไม่ได้เลย เลยคิดว่าจะเอาเจ้าโน๊ตบุ๊คที่บ้านนี่แหละไป เพิ่งซื้อมาใหม่ด้วยน่าจะใช้ได้เหมือนกัน
ไล่ดูสินค้าที่เหลือเจอตู้เซฟนิรภัย เลยหยิบใส่รถเข็นเพิ่มอีกสองตู้ ดูยอดรวมในการสั่งซื้อเป็นเงิน แปดแสนกว่าบาท ถือว่าการลงทุนนี้ต้องคุ้มค่าในอนาคตแน่นอน เมื่อกดสั่งซื้อทางนั้นก็โทรมาสอบถาม บัวกัลยาตอบว่าจะเข้าไปจ่ายเงินในวันพรุ่งนี้ ของต้องถูกจัดส่งภายใน2วัน
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย พรุ่งนี้ยังเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน เงินที่เหลือในมือ เกือบเจ็ดแสน ต้องใช้ให้หมด ดูว่าจะได้อะไรมาบ้างในวันพรุ่งนี้ สำหรับวันนี้ นอนก่อนแล้วกัน
-------------------------------------------
เพราะหลังจากเกิดใหม่
ชีวิตที่รออยู่คือความลำบาก
คนเคยสบาย จะให้ย้อนไปในความล้าหลัง
ก็ขอไม่ทน! ในเมื่อมีเงินอยู่กับมือ
ก็ต้องรู้จักใช้เงินใช่ไหมล่ะ
ตายไปเอาเงินไปไม่ได้
ก็เอาของที่สร้างความสะดวกสบายไปแล้วกัน
ฝากไว้ให้คิด…
ตอนที่ 2 ความสะดวกสบายต้องมาก่อน
เช้าวันนี้ก่อนที่บัวกัลยาจะตื่น ก็ฝันเห็นเด็กเล็กๆ สามคนนั่งหัวเราะกันอยู่ใบแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มีเด็กคนหนึ่งเป็นเด็กผู้หญิง หน้าตาน่ารักแต่เนื้อตัวมอมแมมมาก เด็กผู้ชายอีกสองคนที่นั่งข้างๆ มีคนหนึ่งหน้าตาคล้ายเด็กผู้หญิงมาก เนื้อตัวหน้าตามอมแมมไม่ต่างกันเท่าไรนัก มีรอยน้ำมูกที่เช็ดลวกๆ แห้งกรังข้างแก้มด้วย เด็กผู้ชายอีกคนดูโตขึ้นกว่าหน่อย หน้าตาหล่อน่ารัก เห็นได้ชัดว่าโตขึ้นจะหล่อเหลาแค่ไหนแต่ตอนนี้สภาพมอมแมมไม่ต่างจากน้องๆ เลย
เสียงหัวเราะดังกล้องในโสตประสาท บัวกัลยาพยายามมองไปรอบๆ เห็นเพียงพื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ต้นอะไรสักอย่าง มีบ้านหลังหนึ่ง ไม่สิกระท่อมหลังหนึ่งไม่ใหญ่มากเหมือนอยู่ในสวน บ้านสวนหรอ?
"แม่จ๋า แม่จ๋าาาา" เสียงเล็กของเด็กผู้หญิงตะโกนเสียงดังมองมาทางที่บัวกัลยามองอยู่ เสียงนั้นดังจนปวดหู ทำให้บัวกัลยาตื่นขึ้นมา
บัวกัลยานึกย้อนถึงเหตุการณ์ในฝัน หรือว่านี้จะเป็นสถานที่ที่เธอจะไปเกิดใหม่ เด็กนั้นดูไปดูมาก็น่าจะอายุ 2 ขวบได้นะ เธอต้องไปเกิดในเด็กสองขวบจริงๆ หรอเนี่ย
"ชั่งเถอะๆ พูดรู้เรื่องก็พอแล้ว" บัวกัลยาไม่คิดมากอีกต่อไป อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เธอเตรียมตัวพร้อมก็พอแล้ว
บัวกัลยาไม่นอนต่อ ตื่นแล้วก็ตื่นเลย เวลายามเช้าหมดไปกับการจัดระเบียบบ้านใหม่ แม้บ้านหลังนี้เป็นบ้านเช่า แต่บัวกัลยาก็อยู่กับมันมาเกือบสิบปีได้ เธอเข้ามาอยู่ในสภาพบ้านที่ไม่มีอะไร ข้าวของในบ้านเรียกได้ว่าเป็นของบัวกัลยาทั้งหมด จะทิ้งไว้ที่นี่ก็ทำใจไม่ลง ไม่รู้ว่าจากไป บ้านหลังนี้จะเป็นอย่างไร ไม่มีคำตอบใดๆ สำหรับเรื่องนั้น ที่บัวกัลยาทำได้คือเลือกว่าจะเอาอะไรไปด้วยเท่านั้น
หากมีโอกาสอีกครั้ง รอเมื่อโครงการบ้านจัดสรรแห่งนี้สร้าง เธอจะมาจับจองบ้านหลังนี้ และทำให้มันเป็นของตัวเองแน่ เธออ่านป้ายโครงการหน้าหมู่บ้านแล้ว โครงการบ้านจัดสรรนี้ก่อสร้างต้นปี พ.ศ.2550 ถ้ามีโอกาสนั้นอีกครั้ง เธอไม่ปล่อยไว้แน่
สายขึ้นมาหน่อย หลังจากทำกับข้าวและนั่งกินข้าวเสร็จเรียบร้อยก็ขึ้นไปอาบน้ำแปรงฟัน วันนี้บัวกัลยาต้องไปซื้อของเข้ามิติเตรียมการไว้ บัวกัลยาเลือกใส่เสื้อผ้าที่มันสบายและคล่องตัว ด้านบนสวมเสื้อไหมพรมแขนกุ๊ดสีส้ม ด้านล่างเป็นกางเกงยีนสีคลาสสิกเอวสูงที่ชอบใส่
พร้อมกับมีเสื้อแขนยาวกันแดดตัวบางหนึ่งตัว ผมมัดเป็นหางม้ารวบขึ้นหลวมๆ แต่งหน้าบางๆ ลงกันแดดไว้เท่านั้น เขียนคิ้ว ทาปากสีส้มอ่อนๆ เพิ่มความสดใส หาหมวกแก๊ปสักใบใส่เพื่อช่วยบังแสงให้ใบหน้า สุดท้ายเลือกหยิบกระเป๋าสะพายข้างขนาดใหญ่ขึ้นมาสะพาย กระเป๋าต้องใบใหญ่พอที่มั่นใจว่าใส่เงินได้เป็นแสนๆ ก่อนจะมองกระจกอีกครั้งเสริมความมั่นใจ เดินออกบ้านพร้อมกุญแจรถในมือ
อันดับแรก บัวกัลยาเลือกที่จะไปจ่ายชำระเงินค่าเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายที่เธอเลือกใส่รถเข็นเมื่อคืนก่อน บัวกัลยาขับรถออกไปตามเส้นทางจีพีเอส เมื่อถึงก็ตรงเข้าหาแคชเชียร์จัดการเคลียร์ชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ เขายังให้เลือกของแถมได้อีกสามชิ้น เป็นของแถมที่ไม่ได้มีราคาอะไรมาก บัวกัลยาเลือกอยู่นาน ส่วนมากเป็นของที่มีอยู่แล้ว บางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องใช้
สะดุดกับไฟติดผนังที่มีแผงโซล่าเซลล์ด้วย นึกถึงบ้านสวน ไม่รู้ว่ารอบบ้านจะมืดเพียงใด มีติดบ้านไว้ก็น่าจะดี พอตกลงเลือกสิ่งนี้ เขาก็ให้มาเป็นคู่ ได้มาหกตัว หลังจ่ายชำระเงินเสร็จ บัวกัลยานัดแนะวันเวลา และที่อยู่บ้านให้ไป วันส่งคือวันพรุ่งนี้ ตอนบ่ายสามโมง เพราะบางตัวสินค้าต้องไปยืมสาขาอื่นมาให้ก่อน
เพราะฝ่ายการเงินทำเรื่องนานจนกินเวลาไปเกือบสองชั่วโมง เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย บัวกัลยาก็รีบตรงไปที่ห้างสรรพสินค้าก่อน เสียเวลาเดินซื้อของเพลินๆ ไปถึงสองชั่วโมง บัวกัลยาต้องรีบทำเวลาขึ้นมา ซื้อเครื่องสำอางครีมบำรุง เครื่องนุ่งห่ม และหาซื้อพวกยาไว้
พอมาถึง บัวกัลยามุ่งตรงไปร้านเครื่องสำอางก่อน แบรนด์นี้เธอใช้เป็นประจำและดีต่อผิวของเธอมาก ซื้อทีไรก็จะมาที่ร้านนี้เป็นประจำ
"พี่เอาเซตสกินแคร์นี้20เซตมีของพอไหมจ๊ะ พี่จะซื้อไปฝากเพื่อนๆ" พนักงานพยักหน้าตอบว่ามี บัวกัลยาก็ไม่เกรงใจต่อไป สั่งเซตบำรุงรอบตา บำรุงริมฝีปาก บำรุงผิว ป้องกันแสงแดด ลดกระฝ้า และเซรัมอีกหลายตัว
"ที่สั่งในแต่ละอย่างสั่งอย่างละยี่สิบชุดนะคะ" บัวกัลยาไม่กลัวว่ามันจะหมดอายุเพราะมิติรักษาสภาพเดิมอยู่แล้ว กลัวก็แต่จะไม่พอใช้ แต่เอาแค่นี้ก็หมดไปแสนกว่าแล้ว หลังจากคิดเงินแล้วก็ต้องให้พนักงานช่วยขนไปไว้ที่รถให้ด้วย เพื่อที่บัวกัลยาจะเก็บเข้ามิติได้ ของตั้งมากมายแบกไปมาก็ไม่ไหว
หลังจากนั้นก็ไปร้านเครื่องสำอางอีกที่ต่อ เลือกรองพื้น แป้งฝุ่น แป้งพับ อายไลเนอร์ บลัชออน มาสคาร่า ลิปสติกหลายเฉดสี และน้ำยาล้างเครื่องสำอาง แม้ไม่รู้ว่าจะได้ใช้ไหม แต่มีไว้ติดตัวหน่อยเพื่อเสริมความมั่นใจดีกว่า จ่ายไปทั้งหมดก็หมื่นนิดๆ ได้ถุงใหญ่ออกจากร้านมาสามถุง
บัวกัลยาหาห้องน้ำเข้าเพื่อส่งของเข้ามิติ พอดีกับที่ไม่มีคนในห้องน้ำพอดี บัวกัลยาเลือกห้องน้ำหนึ่งห้อง เข้าห้องแล้วปิดประตูทันที ส่งถุงเครื่องสำอางทั้งหลายเข้ามิติทันที แล้วก็ออกห้องน้ำมา เธอไม่ได้ปวดฉี่อะไร จะอยู่ให้นานไปทำไม ดูเวลาที่ข้อมือ ผ่านไปแล้วอีกสองชั่วโมง เวลาช้อปนี่มันเพลินจริงๆ
พักเที่ยงบัวกัลยาหาอะไรกินง่ายๆ ในห้าง เพราะยังต้องไปเดินเลือกเสื้อผ้าต่อ เสื้อผ้าที่ว่าไม่ใช่ของตนหรอก แต่เป็นของเด็กที่เห็นในฝัน สภาพที่เห็น ไม่ใช่แค่หน้าตามอมแมมเท่านั้น เสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูเก่าจนดูไม่ได้ ให้เธอไม่อยู่สภาพนั้นรับไม่ได้จริงๆ ซื้อเสื้อผ้าไปสักสองสามชุดละกัน
เมื่อกินอิ่มก็มีแรงเดินต่อ บัวกัลยาตรงไปฝั่งเด็กเล็กทันที เลือกเสื้อผ้าเด็กสองขวบจนถึงห้าขวบ สำหรับของผู้หญิง และของเด็กผู้ชายทั้งสองนั้นด้วย บัวกัลยาเลือกแบบทั้งที่มีลายเป็นตัวหนังสือ และแบบที่มีลายเป็นตัวการ์ตูน แต่ไม่ใช่ตัวการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์ เสื้อผ้าลายน่ารักมาก บัวกัลยาใช้เวลาเลือกนานพอสมควร
มุมหนึ่งพวกหนังสือเสริมพัฒนาการวัยเด็ก แม้ตัวเธอไม่ต้องเรียนรู้ แต่เด็กชายสองคนนั้นจะเติบโตมาโง่ไม่ได้ ครอบครัวเดียวกัน เธอจะแบกภาระไว้คนเดียวไม่ได้
บัวกัลยาเลือกหนังสือไปหลายเล่ม ทั้งภาษาไทยอังกฤษและภาษาจีนที่เป็นภาษานิยมในช่วงนี้ หนังสือคณิตศาสตร์ คณิตคิดเร็ว สมุดภาพวาดเขียน และสมุดหนังสืออีกหลายๆ เล่ม
บัวกัลยาเลือกของเล่นเสริมพัฒนาการไปเพิ่มอีกหลายอย่าง บัวกัลยาไม่เคยเลี้ยงเด็กเล็กมาก่อน แต่ครั้งนี้บัวกัลยาจริงจังอย่างมากในการเลือกของเล่นแต่ละอย่าง และยังมีรถเข็นสำหรับเด็กเพิ่มมาอีก ดูแล้วตอนนี้เธอเหมือนคุณแม่มือใหม่เลยจริงๆ เมื่อได้ของครบแล้ว ชำระเงินก็ประมาณหมื่นกว่าบาท สี่ห้าถุงใหญ่ๆ ถูกหิ้วออกจากร้าน บัวกัลยาใช้แผนเดิม เข้าห้องน้ำอีกครั้ง
ในห้าง มีร้านขายยาอยู่หลายร้าน แต่ติดที่ว่าการซื้อยาพวกนี้ จะซื้อเป็นจำนวนมากๆ ไม่ได้ บัวกัลยาจึงเดินเข้าเดินออกร้านยาหลายร้านกว่าจะได้มาครบและอยู่ในความพอใจก็ใช้เวลาอยู่นาน
ยาที่ได้เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ต้องมีไว้ติดบ้าน ยาบรรเทาปวดลดไข้ ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ขับเสมหะ ยาดม หรือยาทาแก้วิงเวียน หน้ามืด คัดจมูก แก้เมารถ เมาเรือ ยาสำหรับโรคปาก และลำคอ ยาแก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ยาแก้ท้องเสีย ยาระบาย ถ่ายพยาธิ ยาบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ แมลงกัดต่อย ยาสำหรับโรคตา ยาสำหรับโรคผิวหนัง ยารักษาแผลติดเชื้อไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และยาบำรุงร่างกาย ทั้งหมดนี้บางตัวยาต้องมีของสำหรับเด็กด้วย
เพราะอยากได้ให้มีใช้ให้เพียงพอจึงต้องแลกกับความยุ่งยากมาเล็กน้อย หมดๆ ไปเกือบห้าหมื่น ยาบางตัวราคาก็ไม่ได้น้อยๆ เลย อยากตัดใจไม่ซื้อแต่ก็กลัวเกิดอะไรขึ้นแล้วไม่มีใช้ เพราะงั้นป้องกันเอาไว้นั่นแหละดีแล้ว
ผ่านร้านหนังสือ ก็แวะเข้าไปอีกสักหน่อย เวลาว่างของบัวกัลยาชอบอ่านหนังสือมาก ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็อ่านได้ ยิ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวยิ่งชอบ มีครั้งหนึ่งติดซีรี่เกาหลีมาก อยากไปเที่ยวบ้านเมืองเขาจนถึงขั้นหาหนังสือมาอ่าน ฝึกภาษาเกาหลีจนพูดได้ พอสื่อสารได้ฟังออก ในที่สุดก็ได้ไปเที่ยวสมใจ ปีก่อนๆ ยังไปจีนกับญี่ปุ่นมาอีกด้วย การเดินทางเที่ยวนั้นมันเหมือนได้ปลดปล่อยจริงๆ
รอบนี้บัวกัลยาไม่ได้จะมาเลือกหนังสือท่องเที่ยว แต่หาหนังสือทำไร่ทำสวน ปลูกผัก เลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้ง แม้แต่หนังสือทำกังหันน้ำก็เอาไป เพราะบัวกัลยาไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เลย มีตัวช่วยหน่อยมันก็ดีน่าจะดีขึ้น
หลังออกห้างสรรพสินค้า บัวกัลยาก็ตรงไปที่ห้างแม็คโครที่อยู่ใกล้ๆ ที่นี่ขายสินค้าเป็นแพ็ค เวลาเลือกซื้อก็จะได้ซื้อเป็นลังๆ ไปเลย และเขายังมีบริการส่งถึงบ้านถ้าเราซื้อเยอะมากๆ
พอเข้ามา ก็แจ้งเจตจำนงว่าอยากซื้อของเป็นลังจำนวนมาก รถเข็นคงไม่พอ บัวกัลยาเลยได้พนักงานเดินตามมาด้วยคนหนึ่ง ซึ่งเอาไว้บันทึกรายการสินค้า และเพราะความทันสมัย ระบบจดบันทึกไปด้วยก็คำนวณยอดเงินให้ด้วยทันที เลือกปรับเปลี่ยนได้ ยกเลิกแก้ไขได้ ซึ่งมันสะดวกสุดๆ
ใบรายการต่างๆ ที่จดมาก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป บัวกัลยาเห็นสิ่งไหนก็เลือกแทบทุกอย่าง "น้องเอาตามที่พี่บอกนะ เอาสบู่ก้อนนกแก้วสีเขียวนี่ 2 ลัง เอาสบู่เหลวยี่ห้อนี้ สีชมพู มีแบบเติมไหมคะ เอา 5 ลัง สบู่เหลวเด็กสีชมพูกับสีม่วง เอาอย่างละ 3 ลัง แชมพูขวดใหญ่เอาสูตรเย็นกับผมมีน้ำหนักอย่างละ 5 ลัง ครีมนวดก็ด้วย ยาสีฟัน 5 ลัง ยาสีฟันเด็กอีก 5 ลัง แปรงฟันเอาสามแพ็คนี้ พี่เอาใส่รถเข็นจ่ายแยกละกันได้ ต่อมาผงซักฟอก 10 ลัง น้ำยาปรับผ้านุ่ม 10 ลังเหมือนกันเอาถุงใหญ่เลยนะ น้ำยาล้างจาน…" หลังจากนั้นก็มีอีกหลายรายการ ที่สั่งยกลัง ทีละ 5 ลังๆ
พวกของใช้ในครัว เกลือ น้ำตาล น้ำปลา ซีอิ๋วขาวดำ ซอสหอยนางรม น้ำมัน ผงปรุงรส กะปิ ปลาร้ายี่ห้อดัง ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ น้ำจิ้มสุกี้ น้ำส้มสายชู พวกเครื่องปรุงอย่างน้อยๆ ก็มีไว้เติมในบ้าน ไม่ต้องออกไปหาซื้ออีกสักพักใหญ่
บัวกัลยาชอบทำขนมด้วยเช่นกัน แต่การทำขนมสมัยนั้นมันยุ่งยาก ซื้อที่นี่ไปเลยก็ดี เนย นม ผงวุ้น ผงฟู กลิ่นวลิลา แป้งต่างๆ รอบนี้สั่งยกลังแค่อย่างละ2 ลังเท่านั้น ยกเว้นเนยกับนม สั่งมากหน่อย 10 ลังไปเลย ทั้งยังมีข้าวสาร อาหารแห้งเผื่อไว้ฉุกเฉิน
ทิชชูแห้ง ทิชชูเปียก สำลี่ทำความสะอาดก็จำเป็น ถึงตอนนั้นได้ไปเป็นเด็กสองขวบยังไม่ได้ใช้ แต่โตมาอย่างไงก็ต้องได้ใช้อยู่ดี ผ้าอนามัยสูตรเย็นไม่ใช่จะผลิตออกมาง่ายๆ คงอีกหลังจากนั้นตั้ง 20 ปีเลยมั้ง เพราะงั้นเอาไปเลย 5 ลังใหญ่ๆ เผื่อให้แม่ใช้ด้วย บัวกัลยาตกลงกับตัวเอง เธอยังคิดว่าจะเอาแพมเพิสไปด้วย แต่ก็ตัดสินใจไม่เอาไป เพราะให้เธอกลับไปใส่แพมเพิสอีกครั้งนั้น ให้ตายก็ไม่ใส่แน่นอน แค่นมผงที่จะเอาไปชงกิน เธอยังเลือกแล้วเลือกอีก เธอต้องได้กินของที่อร่อยที่สุด!
เลือกไปเลือกมาก็ครบกระบวนการ ไม่มีอะไรให้เลือกอีกแล้ว พนักงานเดินตามจนเหนื่อย ถามว่าจะเอาไปทำอะไรมากมาย บัวกัลยาได้แต่ยิ้มแล้วบอกว่าบริจาค แม้บ้างอย่างดูไม่น่าใช่ของบริจาคเช่นเส้นสปาเกตตีกับน้ำซอสกระป๋องอย่างละลังนั้น และพวกเครื่องดื่มแอลที่ยกลังเป็นยี่สิบลังนั้นอีก ใช่ของบริจาคที่ไหนกัน
รอบนี้จบไปที่ สี่แสนเกือบๆ ห้าแสนได้ บัวกัลยายิ้มอย่างภูมิใจในการใช้เงินคุ้มค่าของวันนี้ เงินเหลือในกระเป๋าอีกสองแสนนิดๆ ไว้ไปจัดการเรื่องอาหารพรุ่งนี้ ส่วนวันนี้กลับไปนั่งรอสินค้าที่จะเข้ามาส่งในเย็นวันนี้ จากแม็คโคร
"เล่นเอาขาลากเลยเถอะวันนี้ อยากไปนวดดด" บัวกัลยาคิดถึงการนวดเป็นที่สุด แต่ก็ต้องไปรอรับของที่บ้าน เก้าอี้นวดที่บ้านคงมีประโยชน์ไม่น้อยแล้วละ
ตกเย็นก่อนเวลาเลิกงาน รถบรรทุกคันใหญ่ก็เข้ามาจอดหน้าบ้าน พวกข้าวของที่สั่งยกลังของเธอมาส่งแล้ว พอดีที่ระแวงบ้านของเธอไม่มีเพื่อนบ้านที่สนใจเรื่องของบ้านอื่นมากนัก เลยไม่ต้องเปิดปากอธิบายอะไรกับใครให้มากความ สินค้าจำนวนหลายร้อยลังถูกยกเข้าวางในโถงลานจอดรถจนเต็มล้นไปด้านข้างของบ้าน บัวกัลยายืนถือกระดาษใบสั่งซื้อตามรายการที่ขนลงมา
เมื่อขนเสร็จเรียบร้อยพวกพนักงานส่งของก็พากันกลับเป็นช่วงหัวค่ำพอดี บัวกัลยาใช้เวลาไม่นานเก็บของเข้ามิติ อาศัยความมืดนี้ไม่แม้แต่จะเปิดไฟบ้านให้สว่าง หลังเก็บเรียบร้อยก็เปิดไฟหน้าบ้าน เอารถคันรักเข้าจอดลานจอดรถตามเดิม
บัวกัลยาเลือกที่จะอาบน้ำกินข้าวเย็นก่อน แล้วเริ่มจัดข้าวของในมิติ บัวกัลยาแบ่งฝั่งเป็นสองฝั่ง ด้านหนึ่งจะเก็บผ้ายีนที่ซื้อมา อีกด้านก็เป็นของใช้ที่มากมายพวกนี้ ขั้นตอนการจัดเรียงก็ไม่ยุ่งยากเท่าไรแค่ใช้นี้ใช้นิ้วเขี่ยไปมาต่อขึ้นให้สูงเข้าไว้ แน่นอนว่าบัวกัลยาไม่ได้เข้าไปแบกของเอง อาศัยภาพมิติที่แสดงออกมาแล้วจิ้มของจัดเรียงเอง ของทุกชิ้นหันหน้าออกมาโชว์ชื่อบอกว่าเป็นอะไร
บัวกัลยาต้องแบ่งไว้อีกครึ่งเพื่อไว้สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะมาพรุ่งนี้ โชคดีที่มิติไม่ได้จำกัดความสูงของเพดาน เธอเรียงสูงขึ้นไปเท่าไรก็ดูท่าว่ายังไม่มิดขอบเลย พอจัดเสร็จพื้นวางยังเหลืออีกมาก
คืนนี้บัวกัลยาไม่ลืมที่จะหาข้อมูลการปลูกผักเพิ่ม ทั้งยังดาวน์โหลดคลิปมากมายจากยูทูปไว้เต็มเอ็กซ์เทอนอลฮาร์ดไดรฟ์ ฮาร์ดไดรฟ์นี้มีอยู่แล้ว มีช่วงที่เธอบ้าซีรี่เลยอยากเก็บไว้เป็นของตัวเอง ดาวน์โหลดมาเก็บไว้แต่นั่นก็ซื้อก่อนที่จะมีแอพดูซีรี่มากมายออกมา ฮาร์ดไดรฟ์ที่ถูกเก็บไว้มานานจึงถูกดึงมาใช้อีกรอบ
คลิปมากมายที่ดาวน์โหลดมา ทั้งวิธีปลูกผักธรรมดา ไปตลอดจนปลูกผักแต่ละฤดู วิธีการปลูกพืชแบบไฮโดรคลอนิกซ์ที่เป็นที่นิยมกันในสมัยนี้ ทั้งวิธีทำน้ำหมักต่างๆ โปรตีนพืชอื่นๆ ถูกดาวน์โหลดมาให้เรียบ ไม่ว่ากับช่องไหน แนวคนไหนก็เก็บมาก่อน
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาบัวกัลยาเรียนรู้ที่จะขายอย่างเดียวไม่เคยเลยที่จะได้มาสัมผัสแบบนี้ เพราะงั้นความรู้ด้านนี้ของเธอจึงอ่อนเอามากๆ ร้อยกว่าคลิปที่รอดาวน์โหลด ตามไปถึงการทำอาหารต่างๆ ที่น่าสนใจ บัวกัลยากดดาวน์โหลดทิ้งไว้ก่อนจะเข้านอน พรุ่งนี้เช้าก็คาดว่าน่าจะดาวน์โหลดกันเสร็จหมดเสร็จ
"ดูท่าชีวิตจะไม่ง่าย พรุ่งนี้ไปแวะร้านเกษตรสักหน่อยดีกว่า" บัวกัลยาเพิ่มรายการที่จะทำเข้าไปก่อนจะหลับตามนอนไปด้วยความเหนื่อยอ่อนของวันนี้
ในฝันบัวกัลยายังเห็นภาพเด็กสามคนนั่งอยู่ที่แคร่ใต้ต้นไม้เหมือนเดิม แต่คราวนี้เด็กผู้หญิง 2 ขวบนอนนิ่งไม่ไหวติ้ง เหมือนกำลังนอนหลับกลางวันอยู่งั้นแหละ แต่ไม่ว่าเด็กผู้ชายข้างๆ จะปลูก จะเรียกอย่างไรเด็กน้อยก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมา จนเธอเดินเข้าไป "แม่จ๋า แม่จ๋า ช่วยน้องที" เด็กผู้ชายที่โตกว่าเดินมาหน้าเธอจับมือแล้วพูดขึ้นว่า "พี่บัว…" ก่อนที่จะได้ยินอะไรต่อ เสียงนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น
เด็กน้อยในฝันเรียกชื่อเธอ..หรือว่าเธอไม่ได้ไปเกิดเป็นเด็กสองขวบกันนะ แต่เด็กน้อยนั้นก็น่าสงสารมากๆ เหมือนกับว่าร่างนอนแน่นิ่งไร้วิญญาณไปแล้ว "นี่มันเรื่องบ้าอะไร" บัวกัลยาเลิกใส่ใจ อย่างไงก็ต้องไปที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นใคร เธอก็จะเตรียมพร้อมให้ดีที่สุด
ที่บัวกัลยาต้องปลุกตัวเองตื่นแต่เช้าทั้งๆ ที่ไม่ต้องไปทำงานแบบนี้ เพราะวันนี้ต้องไปเอาโจ๊กที่สั่งไว้ หากไปสายอาแป๊ะคงสงสัยเข้า บัวกัลยารีบอาบน้ำแต่งตัว ครั้งนี้ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว พร้อมยีนสีเข็มเอวสูงขาบาน มัดผมขึ้นเป็นจุกดังโงะ ก่อนจะแต่งเติมหน้าป้องกันแดดนิดหน่อย สะพายกระเป๋าใบไม่เล็กไม่ใหญ่มาก พอที่จะใส่เงินได้นิดหน่อย รอบนี้บัวกัลยาไม่คิดจะพกเงินเป็นแสนในกระเป๋า เลือกจะเก็บในมิติแทน วันนี้ไปเดินที่คนพลุกพล่านการรักษาความปลอดภัยต่ำ เซฟตัวเองดีที่สุด
ขับรถเช้าๆ รถไม่ติดมากเท่าไร เมื่อลงรถก็ทำเป็นรีบเพราะมาถึงสาย อาแป๊ะก็ส่งโจ๊ก 150 ถุงให้อย่างไม่สงสัย บัวกัลยาตัดสินใจใช้เวลาตอนเช้าไปกับการไล่กว้านซื้ออาหารสำเร็จรูปที่ตัวเองชอบไปกิน เช่น ต้มยำไข่ยักษ์ลาวา บัวกัลยาเดินไปสั่งหน้าร้าน 50 ถุง ก่อนจะเดินเลยไปสั่งร้านไข่ตุ๋นทรงเครื่องอีก 50 ถ้วย ผัดไทยเจ้าประจำ 50 ห่อ ซาลาเปาไส้ทะลักอีก 50 ชิ้น ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน 50 ชิ้น เปี๊ยะไข่เค็มลาวา 50 ชิ้น และแซนด์วิชโบราณไส้ทะลักอีก 50 กล่อง ไม่สั่งเยอะเพราะไม่ได้สั่งล่วงหน้า กลัวเสียเวลาด้วย กว่าจะได้ของครบก็เวลาเลยไปแปดเก้าโมงกว่าแล้ว
บัวกัลยาเลือกไปร้านเกษตรแห่งหนึ่งก่อน ที่นี่เป็นร้านใหญ่พอสมควร พอเข้าไปก็ได้รับบริการอย่างดี ด้วยความที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการเกษตรเลย จึงให้พนักงานแนะนำ บัวกัลยามีความสนใจในการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์มาก พนักงานเลยให้หนังสือคู่มือเล่มหนามาหนึ่งเล่ม ก่อนจะพาไปอธิบายพวกข้าวของและสูตรน้ำหมักต่างๆ พร้อมขายให้ บัวกัลยาก็เหมามาก่อนเป็นจำนวน 20 ลัง พร้อมซื้อเมล็ดพืชที่ใช้ปลูกด้วย ฟองน้ำ ถาดรองน้ำ กล่องโฟม หรือแม้แต่ผ้าแสลมคุ้ม การทดลองก็ต้องมีถูกมีผิดบ้าง ซื้อมาเยอะๆ ก่อนแล้วกัน
ที่เหลือนอกจากนั้นบัวกัลยายังซื้อพวกเมล็ดพืชผักหลายชนิดที่ไปปลูกบนดินด้วย ปุ๋ยแต่ละสูตร และสูตรพิเศษของร้าน ซึ่งตัวนี้เป็นปุ๋ยที่เร่งการเติบโตของพืช บัวกัลยาเลยซื้อไปทั้งหมด 100 กระสอบ แม้เจ้าของจะบอกว่ามันเป็นรุ่นแรก หรือเรียกว่ารุ่นทดลองนั้น แต่การใช้งานมัน แค่ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็เห็นผลแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อเยอะ ใช้หมดค่อยกลับมาซื้อใหม่ แต่ใครจะรอได้อีก บัวกัลยาตัดสินใจซื้อไปให้หมดในวันนี้
อีกทั้งเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อความสะดวกสบายในการเกษตรเช่นเครื่องพ้นยาแบบแบตเตอรี่ เครื่องขุดหลุมปลุกผักเล็กๆ ในใจอยากจะซื้อโดรนพ้นน้ำ แต่ราคาก็เอื้อมไม่ถึง แถมนวัฒกรรมก็ก้าวไกลไปมาก รอให้รวยอีกหน่อยค่อยซื้อหามาใช้เอาก็ได้ ออกจากร้านการเกษตรก็หมดไปเกือบๆ แสนบาท นัดให้ส่งของตอนบ่ายสี่โมงเย็นของวันนี้เลย หลังพวกของจากบ้านมือโปรมาส่งวันนี้ เวลาที่เหลือคือไปตลาดซื้ออะไรอีกนิดหน่อย ให้กลับถึงบ้านทันเวลาของที่มาส่ง บัวกัลยามุ่งหน้าตรงไปตลาดใหญ่แห่งหนึ่ง ระหว่างทางเห็นร้านให้เช่ารถอยู่ใกล้ๆ ตลาดนี่เอง หากเช่ารถสักกระบะสักคันมันจะสะดวกต่อเธอแน่นอน ในเวลาเร่งรีบแบบนี้ ต้องทำเวลาหน่อยแล้ว..