ทะลุมิติตามหาคนตระกูลกง
ข้อมูลเบื้องต้น
ตระกูลกงรวมตัวกันที่แคว้นเทียนซานหู่
โดยแบ่งเป็นสองบ้าน พวกเขาอยู่กันอย่างมีความสุข
จู่ๆบุรุษตระกูลกงก็พบว่าตัวเองสามารเปิดมิติข้ามเวลาได้
ที่สำคัญพวกเขาได้เบาะแสว่าคนตระกูลกงที่หาย
อาจยังมีชีวิตอยู่ คราวนี้ก็วุ่นวายกันทั้งตระกูล
ผู้อาวุโสท่านต้องหยุด หน้าที่นี้เป็นของทายาทรุ่นใหม่
ขอพวกท่านจงรอพวกข้าอยู่ที่นี่เถิด
เริ่มอัพ1/11/2566
ฟรี10ตอนแรกจากนั้นติดเหรียญ2ตอนเว้น1ตอน
ตัวละคร
อ๋องกงต้าหมิงเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลกง แต่งงานกับฮูหยินนามเฉินเยี่ยนฟางมีลูกสองคนคนโตเป็นชายนามกงเฉิงอี้และลูกสาวกงหยางมี่
อ๋องกงต้าหมิงเป็นทายาทผู้อัญเชิญเทพที่เป็นแม่ทัพด้วย เขาจึงออกศึกบ่อยครั้งกับลูกชายคนโตและฮูหยินผู้เก่งเรื่องการต่อสู้ เฉินเยี่ยนฟางเป็นสตรีที่เก่งเรื่องการบ้านการเรือนและการต่อสู้นางก็ทำได้ดีฉะนั้นลูกสาวของนางจึงไม่แตกต่าง
ลูกชายคนโตของแม่ทัพกงต้าหมิงนั่นคือแม่ทัพกงเฉิงอี้แต่งงานกับฮูหยิน มีลูกเพียงคนเดียวชื่อกงอี้หยางต่อมากงอี้หยางแต่งงานกับองค์หญิงใหญ่หลงอวี้ถงหรือชื่อที่รู้กันแค่สองคนคือถงเถียนมีลูกสามคนลูกชายคนโตเป็นแม่ทัพหายสาบสูญในสงครามไปพร้อมกับผู้เป็นบิดา คนรองอ๋องกงอี้เจ๋อและคนสุดท้องท่านหญิงกงหนิงจินเสียชีวิตตั้งแต่เยาวัย
อ๋องกงอี้เจ๋อแต่งงานกับฮูหยินนามอี้หลันเหมยมีลูกสาวเพียงคนเดียวนามกงเหลียนฮวา
กลับจากชายแดนคราวหนึ่งอ๋องกงต้าหมิงพบชายหนุ่มคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัสอ๋องกงต้าหมิงกับอ๋องกงเฉิงอี้ผู้เป็นลูกชายคนโคช่วยเหลือชายหนุ่มด้วยการพากลับมารักษาจนหายแต่ชายหนุ่มจำชื่อเสียงเรียงนามของตนไม่ได้ท่านอ๋องจึงมอบนามและให้เขาได้อยู่ในตระกูลกง
เวลาผ่านไปหนุ่มนิรามกับลูกสาวคนเล็กรักใคร่ชอบพอกันท่านอ๋องและฮูหยินไม่ได้ขัดขวางเพราะแม้ชายหนุ่มจะไร้ความทรงจำแต่กลับมีความรู้ด้านการต่อสู้และอ่านเขียนได้จึงจัดงานแต่งงานให้ชายหนุ่มกับผู้เป็นลูกสาว ทั้งสองมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนชื่อกงจินหลาง
การศึกสงครามหนักหน่วงจนสุดท้ายท่านอ๋องกับฮูหยินและลูกชายคนโตก็เสียชีวิตทำให้ผู้เป็นลูกเขยนิรนามและแม่ทัพตระกูลอี้ไปยังชายแดนจัดการสะสางจนได้รับชัยชนะ เมื่อเสร็จศึกลูกสาวคนเล็กของท่านอ๋องกับครอบครัวที่ทำใจไม่ได้ ขอแยกตัวออกไป
กงจินหลางผู้เป็นลูกชายได้พบกับสหายนามว่าอี้ซานหู่ชายหนุ่มที่อยู่ในหมู่บ้านซานจือซิงหรือหมู่บ้านหุบเขา กงจินหลางได้ไปเที่ยวในหมู่บ้านของสหายแล้วก็พบกับหญิงสาวในหมู่บ้านที่อยู่กับมารดาที่เป็นหม้ายเพียงสองคน ศรรักปักใจทั้งสองแต่งงานกัน
ตระกูลกงตัดสินใจย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านของลูกสะใภ้ด้วยความเห็นใจและกงจินหลางกับฮูหยินมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนคือกงอี้ควาน
ส่วนสหายของกงจินหลางอย่างอี้ซานหู่ก็แต่งงานกับหญิงสาวนามว่าอิงลี่หงมีลูกหญิงชายสองคนคืออี้จื่อหลิงกับอี้ลู่หานเวลาผ่านไปกงอี้ควานก็ผูกสมัครรักใคร่กับอี้จื่อหลิงทั้งสองคนแต่งงานกันมีลูกหญิงชายสี่คนคือกงลี่อิน กงลี่หมิง กงเลี่ยงหวงและกงเลี่ยงรุ่ย
เซียนเลี่ยงลู่ซือ>โสรยา>กงลี่อิน
เทพกุนซือสวรรค์เทียนจวินซื่อ>กงลี่หมิง
เทพสงคราม>กงเลี่ยงหวง
เทพโชคชะตา>กงเลี่ยงรุ่ย
กงอี้ควาน ท่านพ่อ
อี้จื่อหลิง ท่านแม่
กงหยางมี่ ท่านย่าทวด
กงจินหลาง ท่านปู่
กงอี้หยาง(ท่านปู่ตายแล้ว) อดีตองค์หญิงใหญ่หลงอวี้ถง(ท่านย่า)
กงอี้เจ๋อ(ลูกคนรอง) อี้หลันเหมย(สะใภ้)
เทพแห่งความสุข<กงเหลียนฮวา
อี้ซานหู่ ท่านตา
อิงลี่หง ท่านยาย
อี้ลู่หาน ท่านน้า
ความสุขที่เรียบง่าย
“เสี่ยวหวงจับด้านนั้นไว้ดีๆเสี่ยวรุ่ยไล่ปลามาเลย ฮวาเอ๋อร์ช่วยจับฝั่งเสี่ยวหวงเลยฝั่งนี้พี่สาวไหว นั่นแหละได้แล้วได้แล้วยกขึ้นไม่ต้องยกขึ้นแบบนั้นยกมือขึ้นเฉยๆปลาจะได้ไม่กระโดดออกได้ลากมาเลยตามพี่ใหญ่มา”เสียงดังโวยวายจากท้องทุ่งนา
ตอนนี้หมู่บ้านกลางหุบเขาสามารถปลูกข้าวได้แล้วที่สำคัญจะหยอดก็ได้หรือว่าจะทำนาดำก็ได้หากเป็นเมื่อก่อนชาวบ้านคงเลือกที่จะหยอดข้าวมากกว่าแต่ตอนนี้น้ำท่าอุดมสมบูรณ์การทำนาดำได้ผลผลิตค่อนข้างดีกว่าทำให้พื้นที่ของหมู่บ้านเต็มไปด้วยพื้นดินสีโคลน
พอน้ำถูกผันมาจากลำธารเข้ามาส่งในเทือกนาก็มีปลาหลุดรอดเข้ามาพอสมควรเด็กๆก็ชวนกันเอาผ้าที่ถูกถักทอด้วยเชือกเป็นตาถี่ๆมาลากกับผืนน้ำผสมโคลนหรือเทือกนาได้ปลามาเยอะพอสมควรตัวไหนใหญ่ก็จะเอาไปกินแต่ถ้าตัวไหนเล็กกว่าจะเก็บไปปล่อยที่แม่น้ำให้มันกลับสู่ธรรมชาติ
“เด็กๆไปล้างเนื้อล้างตัวกันได้แล้วถ้าแม่ของหลานๆเห็นสภาพนี้ท่าทางจะลมจับ”ท่านน้าอี้ลู่หานเอ่ยกับบรรดาหลานๆตัวน้อยปีนี้เด็กๆอายุได้ห้าปีไปเมื่อสามวันที่แล้ว
เกือบปีที่ผ่านว่าอี้ลู่หานถูกอี้จื่อหลิงผู้เป็นพี่สาวเคี่ยวกรำให้ศึกษาตำราลงอักขระเพื่อป้องกันตัวเอง เขาเพิ่งได้รู้จักศาสตร์วิชาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เขารู้ดีว่าพี่สาวห่วงใยเขามากแม้จะเหนื่อยล้าเขาจึงไม่คิดบ่น วันนี้เขารับหน้าที่ดูแลหลานๆทั้งห้าคน
“อินเอ๋อร์ ฮวาเอ๋อร์หลานทั้งสองล้างมือแขนและขาพอไม่ต้องลงไปทั้งตัวเหมือนหวงเอ๋อร์กับรุ่ยเอ๋อร์ หลานทั้งสองเป็นสตรีแม้ยังเด็กก็ต้องระวังตนนะ”อี้ลู่หานตักเตือน
“เจ้าค่ะ”สองเสียงประสานกัน จากนั้นทั้งห้าก็พากันเดินกลับไปยังบ้านของพวกเขา
“ท่านทวด ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านอาสะใภ้พวกเรากลับมาแล้วเจ้าค่ะ/ขอรับ”กงลี่อินและน้องๆส่งเสียงก่อนที่จะเข้าบ้าน ตอนนี้บ้านกงบ้านอี้ ย้ายออกมาสร้างบ้านหลังใหม่อยู่ในระแวกเดียวกันแล้วทำให้เวลาไปไหนมาไหนด้วยกันสะดวก
เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนบ่นกงลี่อินและกงเหลียนฮวาต่างแยกย้ายไปยังบ้านของตนเพื่อจัดการกับตัวเองและเปลี่ยนชุดก่อนที่ท่านแม่จะบ่น
ส่วนกงเลี่ยงหวงกับกงเลี่ยงรุ่ยนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเพราะทั้งคู่ซักชุดของตัวเองจากลำธารเรียบร้อยแล้ว วิธีการจัดการดูแลตัวเองนี้พวกเขาล้วนคิดได้กันเองเพื่อแบ่งเบาภาระของท่านแม่
กงเหลียนฮวาก็พลอยเรียนรู้เรื่องราวแบบนี้จากญาติของตนไปด้วยแม้ว่าจะมีบ่าวที่จะมาดูแลก็ตาม แต่ละวันพวกเขาก็ใช้ชีวิตอย่างเช่นชาวบ้านทั่วไปอย่างมีความสุข
การมีสัมมาอาชีพและได้อยู่กับคนที่รักนี่คงเป็นสิ่งที่พวกเขาปรารถนาที่สุดแม้ในใจลึกๆจะรู้ว่าครอบครัวของเขายังมีอีกหลายอย่างที่ค้างคาใจอย่างเช่นการหายตัวไปของท่านปู่ท่านย่าซึ่งเป็นพ่อแม่ของท่านพ่อของกงอี้ควานและเหมือนว่าท่านทวดผู้ชายเองก็ไม่ได้ตายไปอย่างที่พวกเขารู้เรื่องพวกนี้ท่านทวดเพิ่งบอกกับหลานสาวถึงความสงสัยนี้
ครอบครัวของกงเหลียนฮวาก็ไม่ได้แตกต่างกันแม้จะบอกว่าท่านแม่ทัพของทั้งสองน่าจะเสียชีวิตในสนามรบแต่ก็ไม่ได้มีร่างกลับคืนมาในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ถูกจับเป็นตัวประกันในต่างแคว้น
เรื่องนี้ยังเป็นปริศนาและเป็นชนวนให้อดีตองค์หญิงใหญ่ตัดสายสัมพันธ์กับตระกูลของตนที่ไม่มีเสด็จพ่อและเสด็จแม่รวมถึงน้องชายแท้ๆอยู่แล้ว
ฮ่องเต้ต่างมารดาไม่ใส่ใจสิ่งที่นางทุกข์ใจทั้งที่สามีของนางถามคุณประโยชน์ให้แคว้นมากมายแท้ๆ เมื่อไม่พบศพความหวังก็ยังคงมีอยู่แม้เวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ตาม
ตั้งแต่เปิดผนึกพลังเทพีกุ้ยหลันท่านทวดก็หน้าตาและร่างกายที่เด็กลงกว่าเดิมมากนัก ช่วงเวลาที่ผ่านมาเหมือนความทุกข์ในใจของทุกคนผ่อนคลายลงแล้ว กงลี่อินได้เห็นว่าตระกูลกงหน้าตาดีทุกคนเลย
ผ่านช่วงอายุห้าปีมาสามวันแล้วเหมือนว่าตอนนี้มิติเกมกำลังเปลี่ยนไปสิ่งที่กงลี่อินกลัวที่สุดคือต้าซือหรือเกมมาสเตอร์จะหายไป
“สวัสดีผู้เล่นกงลี่อิน”
“สวัสดีต้าซือ ตอนนี้มิติเกมสวยงามมากเลยนะ โรงงาน โรงเรือน ห้องเก็บของทุกอย่างสมบูรณ์พูนสุขมาก หากมิติเกมนี้จะไม่เปลี่ยนไปได้หรือไม่ เรากลัวว่าต้าซือจะหายไป”
“ไม่ได้หรอกทุกอย่างมีเวลาของมัน เรากำลังจะบอกเรื่องนี้กับผู้เล่นกงลี่อินมิติเกมนี้จะถูกหลอมรวมกับมิติสรวงสวรรค์ และหลังจากนั้นมิตินี้จะขยายเพิ่มขึ้นและระบบกำลังถูกหลอมรวมภายใน ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง”
กงลี่อินพูดอะไรไม่ออกที่จู่ๆมิติก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้เธอเหมือนคนโดนหมัดน็อค ข้างตัวมีเสี่ยวมี่และเสี่ยวม่านคอยปลอบใจ
ตอนนี้รอบๆตัวของกงลี่อินเหมือนมีสีหลากสีหมุนวนไม่สามารถที่จะออกไปด้านนอกได้และไม่อาจทำอะไรได้เช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นเธอเลือกนั่งลงแล้วเช้าสู่ขั้นตอนชำระจุดตันเถียน เพราะหลังจากพลังเซียนเทพของเธอเกิดนั้น เธอไม่ได้ใส่ใจในการเดินพลังมากนักเพราะมัวแต่เล่นสนุกไปกับน้องๆ
เสี่ยวเมียวมี่หรือเสี่ยวมี่บอกว่าที่เธอดึงพลังเซียนออกมาได้เพราะเป็นพลังตกค้างรอเวลาถูกปลุก แต่พลังเทพนี้เสี่ยวมี่ก็ไม่แน่ใจว่าเพิ่งมาหรือจริงๆแล้วมันมีมาตลอดก็ไม่อาจรู้ได้
ทุกคนบอกว่าเธอโชคดีที่มีพลังเซียนและพลังเทพ แต่ใครจะรู้ว่าพลังเหล่านี้บางทีก็สร้างความปวดหัวให้เจ้าของและครอบครัวไม่น้อยเลยจริงๆ
จู่ๆก็พลังปะทุพร้อมกัน
ในขณะที่กงลี่อินมีสิ่งต่างๆและพลังเกิดขึ้นมากมายอีกสี่คนก็ไม่ได้ต่างกันเลย เพราะจู่ๆพวกเขาก็รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตน
กงลี่หมิงเปิดประตูออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเคาะประตูของกงเลี่ยงหวงและกงเลี่ยงรุ่ยก่อนที่พวกเขาจะไปเคาะห้องพี่สาวของตนแต่นางกลับไม่เปิดประตู
“หรือพลังของพี่ใหญ่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว”
“เป็นไปได้เพราะพลังของพวกเราที่คิดว่าพอพลังธาตุกำเนิดจะไม่มีอะไรต่อยังเกิดอาการประหลาดแบบนี้”
“ข้าว่าพวกเรารีบบอกท่านพ่อท่านแม่กันเถอะ ส่วนท่านทวดน่าจะกำลังพักผ่อนอย่ากวนท่านแลย”
“ผลั๊วะ”ประตูของท่านทวดและท่านพ่อท่านแม่ก็เปิดพร้อมๆกัน
“เด็กๆเกิดอะไรขึ้นพ่อรู้สึกถึงความแปรปรวนของพลังแล้วพี่สาวของลูกไปไหน”ท่านพ่อกงอี้ควานเอ่ยถาม
“ร่างกายของพวกเราแปรปรวนขอรับลูกคาดว่าพลังที่แฝงน่าจะกำลังปะทุ”กงลี่หมิงเอ่ย
“ส่วนพี่ใหญ่ลูกคาดว่าพลังของนางน่าจะปะทุแล้วคงกำลังจัดการกับตัวเองอยู่ขอรับ”กงเลี่ยงรุ่ยเอ่ยต่อ
“เช่นนั้นหลานแยกไปตามห้องของตัวเองเถิดหากชักช้าธาตุจะแปรปรวนได้”ท่านทวดกงหยางมี่เอ่ย
“ขอรับ ท่านทวดหากพวกเราพลังปะทุคาดว่าฮวาเอ๋อร์ก็น่าจะพลังปะทุเช่นกัน”พวกเขาตอบรับแล้วกงเลี่ยงหวงจะเอ่ยขึ้นมาก่อนที่พวกเขาจะแยกไปตามห้อง
“เดี๋ยวหลานไปดูฮวาเอ๋อร์เองขอรับท่านย่า ฮูหยินพี่ฝากด้วยเดี๋ยวพี่มา”กงอี้ควานบอก
“เจ้าค่ะท่านพี่”อี้จื่อหลิงกับท่านย่ากงหยางมี่พากันไปนั่งยังห้องโถงเพื่อรอเด็กๆ
“ป๊อก ป๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้นอี้จื่อหลิงกับท่านย่ามองหน้ากัน
“เดี๋ยวหลานไปดูเองเจ้าค่ะ”อี้จื่อหลิงบอกท่านย่า ก่อนจะมองผ่านตาแมวที่นางใช้อักขระสร้างไว้เมื่อเห็นเป็นใครก็เปิดประตูให้
“ท่านพ่อเข้ามาก่อนเจ้าค่ะรีบมามีอะไรหรือเจ้าคะ”อี้ซานหู่บิดาของนางและเป็นท่านตาของเด็กๆนั่นเอง
“พ่อเห็นบ้านกงอี้เจ๋อบอกว่าพลังของกงเหลียนฮวาปะทุก็เลยห่วงเด็กๆ คาราวะท่านอาหญิงขอรับ”
“นั่งก่อนสิซานหู่เด็กๆบ้านเราก็พลังปะทุเหมือนกันอาให้พวกเขาอยู่ในห้องแล้วก็เลยส่งอี้ควานไปดูบ้านโน้น”
“เด็กๆจะเป็นอะไรหรือเปล่าขอรับท่านอาหญิง”
“ไม่เป็นไรหรอก เราทำได้แค่อรอดูเท่านั้น นั่งก่อนหรือไปบอกกับที่บ้านเจ้าก่อนไหม”
“งั้นเดี๋ยวหลานไปบอกท่านยายของเด็กๆก่อนนะขอรับ”ท่านทวดพยักหน้าใจจริงอยากให้พ่อตาของหลานชายรออยู่บ้านแต่ก็รู้ว่าเพราะเป็นท่านตาคงไม่อาจตัดใจเรื่องห่วงหลานได้
ยังดีที่พวกเขาตั้งรับมาพอสมควรเพราะแม้ตอนอายุสี่ปีสีต่างๆที่เกิดขึ้นเด่นชัดเป็นของกงเหลียนฮวากับกงลี่อินส่วนหลานชายอีกสามคนนั้นพลังไม่ได้เกิดขึ้นเต็มที่เพียงรับรู้ว่าตัวเองมีพลังธาตุอะไรก็เท่านั้นแต่ว่าตอนนี้ทุกๆคนน่ากำลังเผชิญกับพลังที่เกิดขึ้นมาอย่างเต็มที่แล้ว
“กงอี้เจ๋อใจเย็นเถิดฮวาเอ๋อร์เก่งอยู่แล้วไม่เป็นไรหรอก”กงอี้ควานปลอบใจญาติหนุ่ม
กงอี้เจ๋อจะเอ่ยพูดบางอย่างก่อนจะคิดได้ว่ากงอี้ควานน่าจะลำบากใจกว่าเขาอีกเพราะลูกสี่คนพลังปะทุเช่นกันความห่วงย่อมทวีคูณ
“อี้เจ๋อนั่งก่อนเถอะลูก อี้ควานไปดูเด็กที่บ้านก่อนก็ได้นะหลาน ทางโน้นก็น่าห่วงเหมือนกัน”
“ขอรับท่านอาหญิง หากมีอะไรท่านน้าให้คนไปตามหลานได้ตลอดเวลานะขอรับ”กงอี้ควานเอ่ยคำลาเขาเดินออกมาสวนกับหานอี้ฮ่าวพอดี
“คาราวะพี่ชายอี้ควานขอรับ”หานอี้ฮ่าวเอ่ยทัก
“สวัสดีหานอี้ฮ่าว ท่านอาหญิงกับอี้เจ๋ออยู่ด้านในแหนะ เดี๋ยวข้าขอตัวก่อนนะ”กงอี้ควานเอ่่ยก่อนแยกตัวกลับบ้านของตน
พวกเขาเฝ้ารอให้พลังของเด็กๆปะทุจนสำเร็จตอนใกล้เช้าแล้ว
ตอนนี้สิ่งที่หมุนรอบตัวของกงลี่อินได้สงบลงพร้อมกับเสียงดัง"ปัง"จากร่างของนาง กงลี่อินลืมตาก็พบว่ามิติได้เปลี่ยนไปแล้ว
“โอ้โหนี่คือโฉมหน้าที่แท้จริงของมิติสินะสวยมากเสี่ยวม่านเสี่ยวมี่พวกเจ้าน่ารักจัง”กงลี่อินอุทานเมื่อเห็นแมวน้อยทั้งสองในตอนนี้พวกเขาทั้งสองไม่ใช่แมวน้อยขนสั้นสีขาวกับสีดำอีกต่อไปแต่กลับกลายเป็นเจ้าแมวขนขาวฟรุ้งฟริิ้งน่าเอ็นดู
“อยากสำรวจมิติจัง เอ๊ะเหมือนว่าพลังของเราเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ตกลงพลังของเรามีอะไรกันบ้างเนี่ย”กงลี่อินมองไปรอบๆรู้สึกตื่นตาตื่นใจก่อนจะรู้สึกได้ว่าร่างกายของตัวเองเหมือนมีพลังเพิ่มขึ้นมากกว่าตอนแรก
“เห็นทีเจ้านายคงต้องออกไปด้านนอกก่อนอย่าเพิ่งสำรวจเลยครับเพราะตอนนี้น้องๆของเจ้านายก็พลังปะทุเช่นกัน”เสี่ยวมี่เอ่ย
“ฮะนี่เจ้ารอง เจ้าสามและเจ้าเล็กพวกเขาพลังปะทุด้วยหรอแล้วอย่างนี้จะอันตรายหรือเปล่า”
“ไม่รู้ว่าอันตรายหรือไม่แต่ไม่ใช่แค่คุณชายทั้งสามคุณหนูกงเหลียนฮวาก็พลังปะทุเช่นกันเจ้าค่ะ”
“อะไรนะก็พลังของเหลียนฮวาปะทุขึ้นพร้อมกับเราคราวก่อนแล้วไม่ใช่หรออย่าบอกนะว่านางมีพลังแฝงเหมือนกับที่เรามีแล้วอย่างนี้พลังของพวกเราจะเหมือนกันไหม”
“ไม่เหมือนขอรับแต่จะเป็นพลังอะไรนั้นเจ้านายจะต้องออกไปพิสูจน์เองข้าไม่อาจบอกท่านได้เพราะข้าเองก็อยู่กับท่านยังไม่ได้สัมผัสคุณหนูคนแล้วบรรดาคุณชายขอรับ”
“ถ้างั้นเดี๋ยวเราออกไปก่อนดีกว่าส่วนมิตินี้เดี๋ยวค่อยเข้ามาสำรวจแล้วอย่างนี้ของในมิติเกมพวกฟาร์มไก่โรงงานต่างๆของเราที่เคยสะสมไว้ตั้งแต่มิติเกมอยู่ตรงไหนกันนะแล้วต้าซือหละ”
“เจ้านายไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะของพวกนั้นยังคงอยู่แต่มันถูกจัดเป็นสัดส่วนไม่ได้อยู่ในมิติสวนสวรรค์ตรงนี้เท่านั้น ส่วนท่านต้าซือข้าไม่อาจทราบได้เจ้าค่ะ”
“ต้าซืออะเฮ่อออเป็นแบบนี้เอง งั้นเดี๋ยวค่อยสำรวจมิติและค้นหาต้าซือกันไปหาน้องๆก่อน”แล้วพวกเขาก็ออกจากมิติ