โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติตามหาคนตระกูลกง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 02 ธ.ค. 2566 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2566 เวลา 07.59 น. • freelife31t
เป็นตระกูลอัญเชิญเทพที่ไม่เป็นที่โปรดปราน เมื่อไม่เห็นค่าจะอยู่ทำไมโบกมือลาไปอยู่ที่ใหม่ สุดท้ายก็มีความสุขเพราะอยู่ถูกที่ จู่ๆคนที่คิดว่าตายอาจจะยังอยู่ หน้าที่ของทายาทต้องหาให้เจอ

ข้อมูลเบื้องต้น

ตระกูลกงรวมตัวกันที่แคว้นเทียนซานหู่

โดยแบ่งเป็นสองบ้าน พวกเขาอยู่กันอย่างมีความสุข

จู่ๆบุรุษตระกูลกงก็พบว่าตัวเองสามารเปิดมิติข้ามเวลาได้

ที่สำคัญพวกเขาได้เบาะแสว่าคนตระกูลกงที่หาย

อาจยังมีชีวิตอยู่ คราวนี้ก็วุ่นวายกันทั้งตระกูล

ผู้อาวุโสท่านต้องหยุด หน้าที่นี้เป็นของทายาทรุ่นใหม่

ขอพวกท่านจงรอพวกข้าอยู่ที่นี่เถิด

เริ่มอัพ1/11/2566

ฟรี10ตอนแรกจากนั้นติดเหรียญ2ตอนเว้น1ตอน

ตัวละคร

อ๋องกงต้าหมิงเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลกง แต่งงานกับฮูหยินนามเฉินเยี่ยนฟางมีลูกสองคนคนโตเป็นชายนามกงเฉิงอี้และลูกสาวกงหยางมี่

อ๋องกงต้าหมิงเป็นทายาทผู้อัญเชิญเทพที่เป็นแม่ทัพด้วย เขาจึงออกศึกบ่อยครั้งกับลูกชายคนโตและฮูหยินผู้เก่งเรื่องการต่อสู้ เฉินเยี่ยนฟางเป็นสตรีที่เก่งเรื่องการบ้านการเรือนและการต่อสู้นางก็ทำได้ดีฉะนั้นลูกสาวของนางจึงไม่แตกต่าง

ลูกชายคนโตของแม่ทัพกงต้าหมิงนั่นคือแม่ทัพกงเฉิงอี้แต่งงานกับฮูหยิน มีลูกเพียงคนเดียวชื่อกงอี้หยางต่อมากงอี้หยางแต่งงานกับองค์หญิงใหญ่หลงอวี้ถงหรือชื่อที่รู้กันแค่สองคนคือถงเถียนมีลูกสามคนลูกชายคนโตเป็นแม่ทัพหายสาบสูญในสงครามไปพร้อมกับผู้เป็นบิดา คนรองอ๋องกงอี้เจ๋อและคนสุดท้องท่านหญิงกงหนิงจินเสียชีวิตตั้งแต่เยาวัย

อ๋องกงอี้เจ๋อแต่งงานกับฮูหยินนามอี้หลันเหมยมีลูกสาวเพียงคนเดียวนามกงเหลียนฮวา

กลับจากชายแดนคราวหนึ่งอ๋องกงต้าหมิงพบชายหนุ่มคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัสอ๋องกงต้าหมิงกับอ๋องกงเฉิงอี้ผู้เป็นลูกชายคนโคช่วยเหลือชายหนุ่มด้วยการพากลับมารักษาจนหายแต่ชายหนุ่มจำชื่อเสียงเรียงนามของตนไม่ได้ท่านอ๋องจึงมอบนามและให้เขาได้อยู่ในตระกูลกง

เวลาผ่านไปหนุ่มนิรามกับลูกสาวคนเล็กรักใคร่ชอบพอกันท่านอ๋องและฮูหยินไม่ได้ขัดขวางเพราะแม้ชายหนุ่มจะไร้ความทรงจำแต่กลับมีความรู้ด้านการต่อสู้และอ่านเขียนได้จึงจัดงานแต่งงานให้ชายหนุ่มกับผู้เป็นลูกสาว ทั้งสองมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนชื่อกงจินหลาง

การศึกสงครามหนักหน่วงจนสุดท้ายท่านอ๋องกับฮูหยินและลูกชายคนโตก็เสียชีวิตทำให้ผู้เป็นลูกเขยนิรนามและแม่ทัพตระกูลอี้ไปยังชายแดนจัดการสะสางจนได้รับชัยชนะ เมื่อเสร็จศึกลูกสาวคนเล็กของท่านอ๋องกับครอบครัวที่ทำใจไม่ได้ ขอแยกตัวออกไป

กงจินหลางผู้เป็นลูกชายได้พบกับสหายนามว่าอี้ซานหู่ชายหนุ่มที่อยู่ในหมู่บ้านซานจือซิงหรือหมู่บ้านหุบเขา กงจินหลางได้ไปเที่ยวในหมู่บ้านของสหายแล้วก็พบกับหญิงสาวในหมู่บ้านที่อยู่กับมารดาที่เป็นหม้ายเพียงสองคน ศรรักปักใจทั้งสองแต่งงานกัน

ตระกูลกงตัดสินใจย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านของลูกสะใภ้ด้วยความเห็นใจและกงจินหลางกับฮูหยินมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนคือกงอี้ควาน

ส่วนสหายของกงจินหลางอย่างอี้ซานหู่ก็แต่งงานกับหญิงสาวนามว่าอิงลี่หงมีลูกหญิงชายสองคนคืออี้จื่อหลิงกับอี้ลู่หานเวลาผ่านไปกงอี้ควานก็ผูกสมัครรักใคร่กับอี้จื่อหลิงทั้งสองคนแต่งงานกันมีลูกหญิงชายสี่คนคือกงลี่อิน กงลี่หมิง กงเลี่ยงหวงและกงเลี่ยงรุ่ย

เซียนเลี่ยงลู่ซือ>โสรยา>กงลี่อิน

เทพกุนซือสวรรค์เทียนจวินซื่อ>กงลี่หมิง

เทพสงคราม>กงเลี่ยงหวง

เทพโชคชะตา>กงเลี่ยงรุ่ย

กงอี้ควาน ท่านพ่อ

อี้จื่อหลิง ท่านแม่

กงหยางมี่ ท่านย่าทวด

กงจินหลาง ท่านปู่

กงอี้หยาง(ท่านปู่ตายแล้ว) อดีตองค์หญิงใหญ่หลงอวี้ถง(ท่านย่า)

กงอี้เจ๋อ(ลูกคนรอง) อี้หลันเหมย(สะใภ้)

เทพแห่งความสุข<กงเหลียนฮวา

อี้ซานหู่ ท่านตา

อิงลี่หง ท่านยาย

อี้ลู่หาน ท่านน้า

ความสุขที่เรียบง่าย

“เสี่ยวหวงจับด้านนั้นไว้ดีๆเสี่ยวรุ่ยไล่ปลามาเลย ฮวาเอ๋อร์ช่วยจับฝั่งเสี่ยวหวงเลยฝั่งนี้พี่สาวไหว นั่นแหละได้แล้วได้แล้วยกขึ้นไม่ต้องยกขึ้นแบบนั้นยกมือขึ้นเฉยๆปลาจะได้ไม่กระโดดออกได้ลากมาเลยตามพี่ใหญ่มา”เสียงดังโวยวายจากท้องทุ่งนา

ตอนนี้หมู่บ้านกลางหุบเขาสามารถปลูกข้าวได้แล้วที่สำคัญจะหยอดก็ได้หรือว่าจะทำนาดำก็ได้หากเป็นเมื่อก่อนชาวบ้านคงเลือกที่จะหยอดข้าวมากกว่าแต่ตอนนี้น้ำท่าอุดมสมบูรณ์การทำนาดำได้ผลผลิตค่อนข้างดีกว่าทำให้พื้นที่ของหมู่บ้านเต็มไปด้วยพื้นดินสีโคลน

พอน้ำถูกผันมาจากลำธารเข้ามาส่งในเทือกนาก็มีปลาหลุดรอดเข้ามาพอสมควรเด็กๆก็ชวนกันเอาผ้าที่ถูกถักทอด้วยเชือกเป็นตาถี่ๆมาลากกับผืนน้ำผสมโคลนหรือเทือกนาได้ปลามาเยอะพอสมควรตัวไหนใหญ่ก็จะเอาไปกินแต่ถ้าตัวไหนเล็กกว่าจะเก็บไปปล่อยที่แม่น้ำให้มันกลับสู่ธรรมชาติ

“เด็กๆไปล้างเนื้อล้างตัวกันได้แล้วถ้าแม่ของหลานๆเห็นสภาพนี้ท่าทางจะลมจับ”ท่านน้าอี้ลู่หานเอ่ยกับบรรดาหลานๆตัวน้อยปีนี้เด็กๆอายุได้ห้าปีไปเมื่อสามวันที่แล้ว

เกือบปีที่ผ่านว่าอี้ลู่หานถูกอี้จื่อหลิงผู้เป็นพี่สาวเคี่ยวกรำให้ศึกษาตำราลงอักขระเพื่อป้องกันตัวเอง เขาเพิ่งได้รู้จักศาสตร์วิชาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เขารู้ดีว่าพี่สาวห่วงใยเขามากแม้จะเหนื่อยล้าเขาจึงไม่คิดบ่น วันนี้เขารับหน้าที่ดูแลหลานๆทั้งห้าคน

“อินเอ๋อร์ ฮวาเอ๋อร์หลานทั้งสองล้างมือแขนและขาพอไม่ต้องลงไปทั้งตัวเหมือนหวงเอ๋อร์กับรุ่ยเอ๋อร์ หลานทั้งสองเป็นสตรีแม้ยังเด็กก็ต้องระวังตนนะ”อี้ลู่หานตักเตือน

“เจ้าค่ะ”สองเสียงประสานกัน จากนั้นทั้งห้าก็พากันเดินกลับไปยังบ้านของพวกเขา

“ท่านทวด ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านอาสะใภ้พวกเรากลับมาแล้วเจ้าค่ะ/ขอรับ”กงลี่อินและน้องๆส่งเสียงก่อนที่จะเข้าบ้าน ตอนนี้บ้านกงบ้านอี้ ย้ายออกมาสร้างบ้านหลังใหม่อยู่ในระแวกเดียวกันแล้วทำให้เวลาไปไหนมาไหนด้วยกันสะดวก

เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนบ่นกงลี่อินและกงเหลียนฮวาต่างแยกย้ายไปยังบ้านของตนเพื่อจัดการกับตัวเองและเปลี่ยนชุดก่อนที่ท่านแม่จะบ่น

ส่วนกงเลี่ยงหวงกับกงเลี่ยงรุ่ยนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเพราะทั้งคู่ซักชุดของตัวเองจากลำธารเรียบร้อยแล้ว วิธีการจัดการดูแลตัวเองนี้พวกเขาล้วนคิดได้กันเองเพื่อแบ่งเบาภาระของท่านแม่

กงเหลียนฮวาก็พลอยเรียนรู้เรื่องราวแบบนี้จากญาติของตนไปด้วยแม้ว่าจะมีบ่าวที่จะมาดูแลก็ตาม แต่ละวันพวกเขาก็ใช้ชีวิตอย่างเช่นชาวบ้านทั่วไปอย่างมีความสุข

การมีสัมมาอาชีพและได้อยู่กับคนที่รักนี่คงเป็นสิ่งที่พวกเขาปรารถนาที่สุดแม้ในใจลึกๆจะรู้ว่าครอบครัวของเขายังมีอีกหลายอย่างที่ค้างคาใจอย่างเช่นการหายตัวไปของท่านปู่ท่านย่าซึ่งเป็นพ่อแม่ของท่านพ่อของกงอี้ควานและเหมือนว่าท่านทวดผู้ชายเองก็ไม่ได้ตายไปอย่างที่พวกเขารู้เรื่องพวกนี้ท่านทวดเพิ่งบอกกับหลานสาวถึงความสงสัยนี้

ครอบครัวของกงเหลียนฮวาก็ไม่ได้แตกต่างกันแม้จะบอกว่าท่านแม่ทัพของทั้งสองน่าจะเสียชีวิตในสนามรบแต่ก็ไม่ได้มีร่างกลับคืนมาในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ถูกจับเป็นตัวประกันในต่างแคว้น

เรื่องนี้ยังเป็นปริศนาและเป็นชนวนให้อดีตองค์หญิงใหญ่ตัดสายสัมพันธ์กับตระกูลของตนที่ไม่มีเสด็จพ่อและเสด็จแม่รวมถึงน้องชายแท้ๆอยู่แล้ว

ฮ่องเต้ต่างมารดาไม่ใส่ใจสิ่งที่นางทุกข์ใจทั้งที่สามีของนางถามคุณประโยชน์ให้แคว้นมากมายแท้ๆ เมื่อไม่พบศพความหวังก็ยังคงมีอยู่แม้เวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ตาม

ตั้งแต่เปิดผนึกพลังเทพีกุ้ยหลันท่านทวดก็หน้าตาและร่างกายที่เด็กลงกว่าเดิมมากนัก ช่วงเวลาที่ผ่านมาเหมือนความทุกข์ในใจของทุกคนผ่อนคลายลงแล้ว กงลี่อินได้เห็นว่าตระกูลกงหน้าตาดีทุกคนเลย

ผ่านช่วงอายุห้าปีมาสามวันแล้วเหมือนว่าตอนนี้มิติเกมกำลังเปลี่ยนไปสิ่งที่กงลี่อินกลัวที่สุดคือต้าซือหรือเกมมาสเตอร์จะหายไป

“สวัสดีผู้เล่นกงลี่อิน”

“สวัสดีต้าซือ ตอนนี้มิติเกมสวยงามมากเลยนะ โรงงาน โรงเรือน ห้องเก็บของทุกอย่างสมบูรณ์พูนสุขมาก หากมิติเกมนี้จะไม่เปลี่ยนไปได้หรือไม่ เรากลัวว่าต้าซือจะหายไป”

“ไม่ได้หรอกทุกอย่างมีเวลาของมัน เรากำลังจะบอกเรื่องนี้กับผู้เล่นกงลี่อินมิติเกมนี้จะถูกหลอมรวมกับมิติสรวงสวรรค์ และหลังจากนั้นมิตินี้จะขยายเพิ่มขึ้นและระบบกำลังถูกหลอมรวมภายใน ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง”

กงลี่อินพูดอะไรไม่ออกที่จู่ๆมิติก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้เธอเหมือนคนโดนหมัดน็อค ข้างตัวมีเสี่ยวมี่และเสี่ยวม่านคอยปลอบใจ

ตอนนี้รอบๆตัวของกงลี่อินเหมือนมีสีหลากสีหมุนวนไม่สามารถที่จะออกไปด้านนอกได้และไม่อาจทำอะไรได้เช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นเธอเลือกนั่งลงแล้วเช้าสู่ขั้นตอนชำระจุดตันเถียน เพราะหลังจากพลังเซียนเทพของเธอเกิดนั้น เธอไม่ได้ใส่ใจในการเดินพลังมากนักเพราะมัวแต่เล่นสนุกไปกับน้องๆ

เสี่ยวเมียวมี่หรือเสี่ยวมี่บอกว่าที่เธอดึงพลังเซียนออกมาได้เพราะเป็นพลังตกค้างรอเวลาถูกปลุก แต่พลังเทพนี้เสี่ยวมี่ก็ไม่แน่ใจว่าเพิ่งมาหรือจริงๆแล้วมันมีมาตลอดก็ไม่อาจรู้ได้

ทุกคนบอกว่าเธอโชคดีที่มีพลังเซียนและพลังเทพ แต่ใครจะรู้ว่าพลังเหล่านี้บางทีก็สร้างความปวดหัวให้เจ้าของและครอบครัวไม่น้อยเลยจริงๆ

จู่ๆก็พลังปะทุพร้อมกัน

ในขณะที่กงลี่อินมีสิ่งต่างๆและพลังเกิดขึ้นมากมายอีกสี่คนก็ไม่ได้ต่างกันเลย เพราะจู่ๆพวกเขาก็รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตน

กงลี่หมิงเปิดประตูออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเคาะประตูของกงเลี่ยงหวงและกงเลี่ยงรุ่ยก่อนที่พวกเขาจะไปเคาะห้องพี่สาวของตนแต่นางกลับไม่เปิดประตู

“หรือพลังของพี่ใหญ่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว”

“เป็นไปได้เพราะพลังของพวกเราที่คิดว่าพอพลังธาตุกำเนิดจะไม่มีอะไรต่อยังเกิดอาการประหลาดแบบนี้”

“ข้าว่าพวกเรารีบบอกท่านพ่อท่านแม่กันเถอะ ส่วนท่านทวดน่าจะกำลังพักผ่อนอย่ากวนท่านแลย”

“ผลั๊วะ”ประตูของท่านทวดและท่านพ่อท่านแม่ก็เปิดพร้อมๆกัน

“เด็กๆเกิดอะไรขึ้นพ่อรู้สึกถึงความแปรปรวนของพลังแล้วพี่สาวของลูกไปไหน”ท่านพ่อกงอี้ควานเอ่ยถาม

“ร่างกายของพวกเราแปรปรวนขอรับลูกคาดว่าพลังที่แฝงน่าจะกำลังปะทุ”กงลี่หมิงเอ่ย

“ส่วนพี่ใหญ่ลูกคาดว่าพลังของนางน่าจะปะทุแล้วคงกำลังจัดการกับตัวเองอยู่ขอรับ”กงเลี่ยงรุ่ยเอ่ยต่อ

“เช่นนั้นหลานแยกไปตามห้องของตัวเองเถิดหากชักช้าธาตุจะแปรปรวนได้”ท่านทวดกงหยางมี่เอ่ย

“ขอรับ ท่านทวดหากพวกเราพลังปะทุคาดว่าฮวาเอ๋อร์ก็น่าจะพลังปะทุเช่นกัน”พวกเขาตอบรับแล้วกงเลี่ยงหวงจะเอ่ยขึ้นมาก่อนที่พวกเขาจะแยกไปตามห้อง

“เดี๋ยวหลานไปดูฮวาเอ๋อร์เองขอรับท่านย่า ฮูหยินพี่ฝากด้วยเดี๋ยวพี่มา”กงอี้ควานบอก

“เจ้าค่ะท่านพี่”อี้จื่อหลิงกับท่านย่ากงหยางมี่พากันไปนั่งยังห้องโถงเพื่อรอเด็กๆ

“ป๊อก ป๊อก”เสียงเคาะประตูดังขึ้นอี้จื่อหลิงกับท่านย่ามองหน้ากัน

“เดี๋ยวหลานไปดูเองเจ้าค่ะ”อี้จื่อหลิงบอกท่านย่า ก่อนจะมองผ่านตาแมวที่นางใช้อักขระสร้างไว้เมื่อเห็นเป็นใครก็เปิดประตูให้

“ท่านพ่อเข้ามาก่อนเจ้าค่ะรีบมามีอะไรหรือเจ้าคะ”อี้ซานหู่บิดาของนางและเป็นท่านตาของเด็กๆนั่นเอง

“พ่อเห็นบ้านกงอี้เจ๋อบอกว่าพลังของกงเหลียนฮวาปะทุก็เลยห่วงเด็กๆ คาราวะท่านอาหญิงขอรับ”

“นั่งก่อนสิซานหู่เด็กๆบ้านเราก็พลังปะทุเหมือนกันอาให้พวกเขาอยู่ในห้องแล้วก็เลยส่งอี้ควานไปดูบ้านโน้น”

“เด็กๆจะเป็นอะไรหรือเปล่าขอรับท่านอาหญิง”

“ไม่เป็นไรหรอก เราทำได้แค่อรอดูเท่านั้น นั่งก่อนหรือไปบอกกับที่บ้านเจ้าก่อนไหม”

“งั้นเดี๋ยวหลานไปบอกท่านยายของเด็กๆก่อนนะขอรับ”ท่านทวดพยักหน้าใจจริงอยากให้พ่อตาของหลานชายรออยู่บ้านแต่ก็รู้ว่าเพราะเป็นท่านตาคงไม่อาจตัดใจเรื่องห่วงหลานได้

ยังดีที่พวกเขาตั้งรับมาพอสมควรเพราะแม้ตอนอายุสี่ปีสีต่างๆที่เกิดขึ้นเด่นชัดเป็นของกงเหลียนฮวากับกงลี่อินส่วนหลานชายอีกสามคนนั้นพลังไม่ได้เกิดขึ้นเต็มที่เพียงรับรู้ว่าตัวเองมีพลังธาตุอะไรก็เท่านั้นแต่ว่าตอนนี้ทุกๆคนน่ากำลังเผชิญกับพลังที่เกิดขึ้นมาอย่างเต็มที่แล้ว

“กงอี้เจ๋อใจเย็นเถิดฮวาเอ๋อร์เก่งอยู่แล้วไม่เป็นไรหรอก”กงอี้ควานปลอบใจญาติหนุ่ม

กงอี้เจ๋อจะเอ่ยพูดบางอย่างก่อนจะคิดได้ว่ากงอี้ควานน่าจะลำบากใจกว่าเขาอีกเพราะลูกสี่คนพลังปะทุเช่นกันความห่วงย่อมทวีคูณ

“อี้เจ๋อนั่งก่อนเถอะลูก อี้ควานไปดูเด็กที่บ้านก่อนก็ได้นะหลาน ทางโน้นก็น่าห่วงเหมือนกัน”

“ขอรับท่านอาหญิง หากมีอะไรท่านน้าให้คนไปตามหลานได้ตลอดเวลานะขอรับ”กงอี้ควานเอ่ยคำลาเขาเดินออกมาสวนกับหานอี้ฮ่าวพอดี

“คาราวะพี่ชายอี้ควานขอรับ”หานอี้ฮ่าวเอ่ยทัก

“สวัสดีหานอี้ฮ่าว ท่านอาหญิงกับอี้เจ๋ออยู่ด้านในแหนะ เดี๋ยวข้าขอตัวก่อนนะ”กงอี้ควานเอ่่ยก่อนแยกตัวกลับบ้านของตน

พวกเขาเฝ้ารอให้พลังของเด็กๆปะทุจนสำเร็จตอนใกล้เช้าแล้ว

ตอนนี้สิ่งที่หมุนรอบตัวของกงลี่อินได้สงบลงพร้อมกับเสียงดัง"ปัง"จากร่างของนาง กงลี่อินลืมตาก็พบว่ามิติได้เปลี่ยนไปแล้ว

“โอ้โหนี่คือโฉมหน้าที่แท้จริงของมิติสินะสวยมากเสี่ยวม่านเสี่ยวมี่พวกเจ้าน่ารักจัง”กงลี่อินอุทานเมื่อเห็นแมวน้อยทั้งสองในตอนนี้พวกเขาทั้งสองไม่ใช่แมวน้อยขนสั้นสีขาวกับสีดำอีกต่อไปแต่กลับกลายเป็นเจ้าแมวขนขาวฟรุ้งฟริิ้งน่าเอ็นดู

“อยากสำรวจมิติจัง เอ๊ะเหมือนว่าพลังของเราเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ตกลงพลังของเรามีอะไรกันบ้างเนี่ย”กงลี่อินมองไปรอบๆรู้สึกตื่นตาตื่นใจก่อนจะรู้สึกได้ว่าร่างกายของตัวเองเหมือนมีพลังเพิ่มขึ้นมากกว่าตอนแรก

“เห็นทีเจ้านายคงต้องออกไปด้านนอกก่อนอย่าเพิ่งสำรวจเลยครับเพราะตอนนี้น้องๆของเจ้านายก็พลังปะทุเช่นกัน”เสี่ยวมี่เอ่ย

“ฮะนี่เจ้ารอง เจ้าสามและเจ้าเล็กพวกเขาพลังปะทุด้วยหรอแล้วอย่างนี้จะอันตรายหรือเปล่า”

“ไม่รู้ว่าอันตรายหรือไม่แต่ไม่ใช่แค่คุณชายทั้งสามคุณหนูกงเหลียนฮวาก็พลังปะทุเช่นกันเจ้าค่ะ”

“อะไรนะก็พลังของเหลียนฮวาปะทุขึ้นพร้อมกับเราคราวก่อนแล้วไม่ใช่หรออย่าบอกนะว่านางมีพลังแฝงเหมือนกับที่เรามีแล้วอย่างนี้พลังของพวกเราจะเหมือนกันไหม”

“ไม่เหมือนขอรับแต่จะเป็นพลังอะไรนั้นเจ้านายจะต้องออกไปพิสูจน์เองข้าไม่อาจบอกท่านได้เพราะข้าเองก็อยู่กับท่านยังไม่ได้สัมผัสคุณหนูคนแล้วบรรดาคุณชายขอรับ”

“ถ้างั้นเดี๋ยวเราออกไปก่อนดีกว่าส่วนมิตินี้เดี๋ยวค่อยเข้ามาสำรวจแล้วอย่างนี้ของในมิติเกมพวกฟาร์มไก่โรงงานต่างๆของเราที่เคยสะสมไว้ตั้งแต่มิติเกมอยู่ตรงไหนกันนะแล้วต้าซือหละ”

“เจ้านายไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะของพวกนั้นยังคงอยู่แต่มันถูกจัดเป็นสัดส่วนไม่ได้อยู่ในมิติสวนสวรรค์ตรงนี้เท่านั้น ส่วนท่านต้าซือข้าไม่อาจทราบได้เจ้าค่ะ”

“ต้าซืออะเฮ่อออเป็นแบบนี้เอง งั้นเดี๋ยวค่อยสำรวจมิติและค้นหาต้าซือกันไปหาน้องๆก่อน”แล้วพวกเขาก็ออกจากมิติ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...