โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ดีเซลพุ่ง 47 บาท! วิบากกรรมคนไทยใต้เปลวแดด 42 องศา

แนวหน้า

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 3.50 บาท มาอยู่ที่ 47.74 บาทต่อลิตรในเช้าวันนี้ ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขหน้าปั๊ม แต่เป็นต้นทุนที่ไหลเข้าไปในชีวิตประจำวันทันที ตั้งแต่ค่าเดินทางไปจนถึงราคาของกินของใช้ที่ต้องจ่ายทุกวัน

จังหวะเดียวกัน อุณหภูมิที่แตะระดับ 42 องศา ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขสภาพอากาศ แต่เป็นต้นทุนอีกด้านที่คนทำงานต้องแบกรับ ทั้งแรงกายที่ใช้มากขึ้น เวลาพักที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายจุกจิกที่ตามมาในแต่ละวัน

เมื่อดีเซลแพงขึ้นพร้อมกับอากาศที่ร้อนจัด ภาระจึงไม่ได้เพิ่มทีละด้าน แต่เพิ่มพร้อมกัน คนที่ต้องใช้รถทำมาหากินเริ่มเห็นชัดว่า รายได้เท่าเดิม แต่เงินที่เหลือในแต่ละวันลดลง

ภาพบนถนนยังเหมือนเดิม รถบรรทุก รถส่งของยังวิ่งต่อ แต่ต้นทุนต่อเที่ยวเพิ่มขึ้นทันที และต้นทุนนี้ไม่ได้จบที่คนขับ

จุดเชื่อมอยู่ตรงนี้ หากค่าขนส่งขยับ ราคาสินค้าปลายทางก็ขยับตาม และสุดท้ายก็ย้อนกลับมาที่ปากท้องของคนทั้งประเทศ

หากไล่ดูสาเหตุของการขึ้นราคา จะเห็นว่ามันเกิดจากแรงกดสองด้านที่มาชนกันในเวลาเดียว ไม่ใช่ปัจจัยเดียวโดด ๆ

ปัจจัยภายนอก ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ประเทศที่นำเข้าอย่างไทยจึงต้องรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยตรงและหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่ภายในประเทศ ก่อนหน้านี้ราคาดีเซลถูกพยุงผ่านกองทุนน้ำมัน ทำให้ราคาหน้าปั๊มต่ำกว่าต้นทุนจริงอยู่ช่วงหนึ่ง แต่เมื่อภาระกองทุนสูงขึ้น การอุดหนุนถูกปรับลดลง ราคาที่เห็นในวันนี้จึงขยับเข้าใกล้ต้นทุนจริงมากขึ้น

แรงจากตลาดโลกที่ดันขึ้น และแรงพยุงในประเทศที่ลดลงพร้อมกัน ทำให้ราคาปรับขึ้นในจังหวะเดียว และกระทบถึงผู้ใช้ทันทีโดยไม่มีช่วงให้ตั้งตัว

และในจังหวะเดียวกันนี้เอง ไม่ได้มีแค่ต้นทุนจริงที่ขยับ แต่พฤติกรรมในตลาดบางอย่างก็เริ่มเคลื่อนไหวตามมา

ผลกระทบที่ลงถึงระดับครัวเรือนเห็นชัดทันที ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหลายทางในเวลาเดียวกัน ทั้งค่าน้ำมัน ค่าอาหาร และค่าขนส่ง ขณะที่รายได้ของคนส่วนใหญ่ยังอยู่ที่เดิม

สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยต่อหน่วย กลายเป็นภาระที่ต้องจ่ายทุกวัน และไม่มีทางเลี่ยง เพราะเกี่ยวข้องกับการทำมาหากินโดยตรง

อากาศที่ร้อนจัดยิ่งซ้ำเติม คนทำงานกลางแจ้งต้องใช้แรงมากขึ้น ใช้น้ำมากขึ้น ใช้เวลาพักมากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในแต่ละวันโดยที่รายได้ไม่ได้เพิ่มตาม

ในจังหวะที่คนส่วนใหญ่กำลังประคองตัว กลับมีบางกลุ่มเลือกใช้สถานการณ์นี้เป็นช่องทางหากินอย่างไม่สนผลกระทบที่ตามมา

กักตุนของไว้ไม่ยอมปล่อย รอจังหวะขึ้นราคา ตั้งราคาสินค้าเกินต้นทุนทั้งที่ต้นทุนไม่ได้ขึ้นตามนั้น

อีกด้านหนึ่งคือการลักลอบนำน้ำมันเถื่อนเข้ามาหมุนในระบบ เพื่อลดต้นทุนตัวเองแล้วฟันกำไรส่วนต่าง พฤติกรรมแบบนี้ไม่เกี่ยวกับตลาด ไม่เกี่ยวกับต้นทุน แต่มันคือการเอาความเดือดร้อนของคนอื่นมาทำเงินตรง ๆ

และสุดท้าย คนที่ต้องจ่ายคือประชาชนที่ต้องซื้อของแพงขึ้นทุกวัน

ภาพรวมของปัญหาที่ชัดขึ้น ทำให้การรับมือจำเป็นต้องแยกให้ชัดระหว่างต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้กับพฤติกรรมที่ต้องควบคุมให้ได้

ต้นทุนจากตลาดโลกเป็นสิ่งที่เลี่ยงยาก และการพยุงราคาที่เคยมีอยู่ก็ถูกลดลงตามภาระของกองทุน ทำให้ราคาที่เห็นสะท้อนต้นทุนมากขึ้น นี่คือข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ

แต่สิ่งที่ยอมปล่อยไม่ได้คือพฤติกรรมในตลาด

การกักตุนสินค้า การโก่งราคา และการลักลอบน้ำมันเถื่อน ต้องถูกจัดการ ต้องถูกจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่แค่ตรวจสอบหรือออกคำเตือนแล้วจบ

รัฐต้องแสดงให้เห็นว่าการหากินบนความเดือดร้อนของประชาชนมีต้นทุน ต้องถูกจัดการจริง ไม่ปล่อยให้คนบางกลุ่มใช้ช่องว่างของสถานการณ์มาทำกำไรโดยไม่มีความรับผิดชอบ

ฝั่งผู้ประกอบการ การตั้งราคาต้องอิงต้นทุนจริง ไม่ใช่เห็นจังหวะแล้วขึ้นตามกันไปหมด ขณะที่ประชาชนต้องปรับตัวภายใต้เงื่อนไขที่ต้นทุนสูงขึ้น

ดีเซลที่แพงขึ้นกับแดดที่ร้อนจัดกำลังบีบชีวิตคนพร้อมกัน หากไม่จัดการทั้งระบบ ภาระก็จะยังไหลไปกองอยู่ที่คนตัวเล็กเหมือนเดิม.

- ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...