โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ย้อนรอย 5 เหตุการณ์ระทึก ลอบปองร้าย โดนัลด์ ทรัมป์

แนวหน้า

เผยแพร่ 26 เม.ย. เวลา 17.00 น.

เช้าตรู่ วันที่26 เม.ย. 69 (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจต่อชาวอเมริกันและทั่วโลก เมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่ง ฝ่าด่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บุกเข้าไปลั่นกระสุนกลางงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ณ โรงแรม Washington Hilton กรุง Washington, D.C. ซึ่งทรัมป์และภริยาไปร่วมงานด้วย อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องเชิญกับเหตุการ์ลอบปองร้ายหมายเอาชีวิต

ตลอดเส้นทางการเมืองที่ผ่านมา เขาได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลระดับสูงของสหรัฐ ที่เผชิญภัยคุกคามด้านความปลอดภัยมากที่สุดคนหนึ่ง ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ จะพาย้อนอดีตไปถึงเหตุการณ์ความพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐผู้ที่กำลังสร้างสงความปั่นป่วนให้กับคนทั้งโลกอยู่ในขณะนี้

เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2016 ที่นคร Las Vegas ระหว่างทรัมป์กำลังหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ชายชาวอังกฤษชื่อ Michael Steven Sandford วัย 20 ปี แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมภายในงาน จากนั้นพยายามแย่งปืนพกของตำรวจที่ยืนรักษาความปลอดภัยใกล้เวที เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมตัวได้ทันก่อนเกิดการยิง ภายหลัง Sandford ให้การว่าเขาตั้งใจจะสังหารทรัมป์ และเคยซ้อมยิงปืนมาก่อนหนึ่งวันเพื่อเตรียมก่อเหตุ เขาถูกตั้งข้อหาทางอาญาของรัฐบาลกลาง ก่อนภายหลังรับสารภาพและถูกส่งตัวรักษาทางจิตเวช เหตุการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณแรกว่าทรัมป์กำลังกลายเป็นเป้าหมายความเกลียดชังระดับอันตราย

เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2024 ที่เมือง Butler ระหว่างการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้ง มือปืนชื่อ Thomas Matthew Crooks อายุ 20 ปี ปีนขึ้นไปยังหลังคาอาคารนอกเขตรั้วงาน ก่อนใช้อาวุธไรเฟิลยิงหลายนัดมายังเวที กระสุนหนึ่งนัดเฉี่ยวใบหูขวาของทรัมป์จนมีเลือดไหล ขณะที่ผู้ร่วมชุมนุมเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกหลายคน หน่วยสไนเปอร์ของ ทีมอารักขาได้ยิงสังหาร Crooks เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ FBI เข้าตรวจค้นบ้าน รถยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ก่อเหตุ แต่แรงจูงใจยังไม่ชัดเจนแน่นอน แม้พบข้อมูลว่ามีการค้นหาเรื่องบุคคลทางการเมืองและเหตุลอบสังหารในอดีต เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนทั่วโลก และทำให้เกิดการสอบสวนใหญ่ต่อช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

เพียงสองเดือนต่อมา วันที่ 15 กันยายน 2024 ทรัมป์เผชิญภัยคุกคามอีกครั้งที่เมือง West Palm Beach ระหว่างเล่นกอล์ฟในสนามใกล้ที่พัก เจ้าหน้าที่ ทีมอารักขา ตรวจพบชายต้องสงสัยซ่อนตัวอยู่ตามแนวพุ่มไม้ใกล้สนาม พร้อมปืนไรเฟิลติดกล้องเล็ง กระเป๋า และอุปกรณ์ยังชีพ ผู้ต้องสงสัยถูกระบุชื่อว่า Ryan Wesley Routh ก่อนถูกจับกุมภายหลังขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเขาดักรอเป้าหมายล่วงหน้าเป็นเวลานาน หลักฐานจากโทรศัพท์และโซเชียลมีเดียบ่งชี้ว่าเขามีความคิดสุดโต่งและติดตามการเมืองอย่างเข้มข้น คดีนี้ถูกตั้งข้อหาพยายามลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีและข้อหาอาวุธปืนหลายกระทง

จากนั้นในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026 เกิดเหตุที่ Mar-a-Lago รีสอร์ตส่วนตัวของทรัมป์ที่ฟลอริดา ชายติดอาวุธรายหนึ่งพยายามบุกรุกเข้าสู่เขตรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่ โดยมีรายงานว่าเขาพกปืนยาวและวัตถุไวไฟ เจ้าหน้าที่ อารักขา ออกคำสั่งให้หยุดหลายครั้งแต่ไม่ปฏิบัติตาม ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ชื่อผู้ก่อเหตุไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการในช่วงแรก เนื่องจากรอแจ้งญาติและตรวจสอบประวัติ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็น “ผู้ก่อเหตุเดี่ยว” และยังไม่พบเครือข่ายสนับสนุน ขณะเกิดเหตุทรัมป์ไม่ได้อยู่ภายในรีสอร์ต

เหตุการณ์ล่าสุดและสร้างความตื่นตระหนกอย่างมาก เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 25 เมษายน 2026 ที่งานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ณ โรงแรม Washington Hilton กรุง Washington, D.C. ซึ่งทรัมป์เข้าร่วมพร้อมภริยาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน ชายผู้ก่อเหตุถูกระบุชื่อโดยสื่อหลายแห่งว่า Cole Tomas Allen อายุ 31 ปี จากรัฐแคลิฟอร์เนีย เขาพก ปืนลูกซอง ปืนพก และมีดหลายเล่ม ก่อนพุ่งเข้าหาจุดคัดกรองของ ทีมอารักขา บริเวณล็อบบี้โรงแรม มีรายงานว่าเขายิงปืนหลายนัดใส่เจ้าหน้าที่ หนึ่งนายถูกกระสุนที่เสื้อเกราะและรอดชีวิต จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าชาร์จตัวและจับกุมไว้ได้ ขณะที่ผู้ร่วมงานต้องหมอบใต้โต๊ะและอพยพออกจากห้องจัดเลี้ยงอย่างโกลาหล

หลังเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่กรุงวอชิงตันระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานว่ามีผู้ร่วมขบวนการ และเชื่อว่าผู้ต้องหาลงมือเพียงลำพัง ข้อหาที่ตั้งเบื้องต้นคือทำร้ายเจ้าพนักงานของรัฐบาลกลาง ใช้อาวุธปืนในการก่ออาชญากรรมรุนแรง และครอบครองอาวุธโดยผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันสื่อบางแห่งรายงานว่ามีการตรวจสอบเอกสารหรือข้อความที่อาจบ่งชี้แรงจูงใจทางการเมือง แต่ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ทรัมป์ถูกอพยพออกจากงานอย่างปลอดภัย ก่อนกลับไปแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวในคืนเดียวกันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ทำให้เขาหวาดกลัว

เมื่อพิจารณาทั้ง 5 เหตุการณ์ จะเห็นชัดว่าภัยคุกคามต่อทรัมป์เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ตั้งแต่เวทีหาเสียง สนามกอล์ฟ รีสอร์ตส่วนตัว ไปจนถึงงานเลี้ยงระดับชาติในเมืองหลวง รูปแบบผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็น “หมาป่าเดียวดาย” ที่ลงมือเอง ใช้อาวุธปืนเป็นหลัก และเลือกจังหวะที่ทรัมป์ปรากฏตัวต่อสาธารณะ นี่ไม่เพียงสะท้อนความแตกแยกทางการเมืองของสหรัฐฯ แต่ยังชี้ว่า ทรัมป์กลายเป็นหนึ่งในนักการเมืองอเมริกันที่ต้องเผชิญภัยคุกคามรุนแรงที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...