โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพจดังไขความลับ บรูไน ใช้น้ำมันดีเซลลิตรละ 8 บาท ถูกสุดในอาเซียน

แนวหน้า

เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 17.00 น.

เพจดังไขความลับ บรูไน ใช้น้ำมันดีเซลลิตรละ 8 บาท ถูกสุดในอาเซียน

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก "ลงทุนแมน" ได้โพสต์บทความ เรื่องดีเซลลิตรละ 8 บาท เบื้องหลัง บรูไน ประเทศที่เติมน้ำมันถูกสุด ในอาเซียน โดย ลงทุนแมน

โดยเนื้อหา ระบุว่า "นึกภาพว่า ถ้าวันนี้เราขับรถเข้าปั๊ม แล้วจ่ายค่าน้ำมันดีเซลเพียงลิตรละ 8 บาท หรือเติมน้ำมันเต็มถังด้วยเงินไม่กี่ร้อยบาท..

เรื่องนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย แต่มันเกิดขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้านของเราในอาเซียน

อย่าง “บรูไน” ประเทศที่ครองแชมป์ราคาน้ำมันถูกที่สุดในอาเซียนมาอย่างยาวนาน

แล้วทำไม บรูไน ถึงทำราคาน้ำมันให้ต่ำขนาดนี้ได้ ?

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

หากเราลองกางราคาน้ำมันหน้าปั๊มของแต่ละประเทศในอาเซียน (ข้อมูล ณ วันที่ 26 มีนาคม 2569)

จากข้อมูลจะพบว่า บรูไน เป็นประเทศที่ราคาน้ำมันถูกสุดในอาเซียน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลนั้น ถูกกว่าประเทศไทยเกือบ 5 เท่า และถูกกว่าสิงคโปร์เกือบ 13 เท่าเลยทีเดียว..

สิงคโปร์ : ราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 87.25 บาท ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 100.26 บาท

ลาว : ราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 62.35 บาท ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 64.14 บาท

เมียนมา : ราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 59.87 บาท ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 68.26 บาท

กัมพูชา : ราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 55.72 บาท ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 57.76 บาท

ฟิลิปปินส์ : ราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 54.50 บาท ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 66.71 บาท

ไทย : ราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 41.05 บาท ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 38.94 บาท

เวียดนาม : ราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 37.08 บาท ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 47.16 บาท

มาเลเซีย : ราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 31.96 บาท ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 45.59 บาท

อินโดนีเซีย : ราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 24.00 บาท ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 28.32 บาท

บรูไน : ราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 13.54 บาท ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 7.92 บาท

และตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่บรูไนแทบไม่เคยขยับไปไหนเลย ขณะที่ราคาน้ำมันตลาดโลกมีความผันผวน

โดยรัฐบาลบรูไนเลือกที่จะแช่แข็งราคาน้ำมันนี้ มาตั้งแต่ช่วงปี 2543 จนกลายเป็นสวัสดิการพื้นฐาน ที่ทำให้คนในบรูไนแทบไม่เคยรู้จักน้ำมันแพง

เบื้องหลังอะไร ที่ทำให้ประเทศนี้ มีราคาน้ำมันถูกสุดในอาเซียน ?

คำตอบแรกคือ “แต้มต่อ” ทางทรัพยากร

แม้บรูไนจะมีขนาดพื้นที่เล็กกว่าจังหวัดชุมพร แต่กลับมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบสูงถึง 1,100 ล้านบาร์เรล หรือมากกว่าประเทศไทยเกือบ 4 เท่า

นอกจากนี้ บรูไนยังเป็นพันธมิตรสำคัญในกลุ่ม OPEC+ ทำให้มีความสามารถในการบริหารจัดการปริมาณการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด

โดยปี 2567 ที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมมีมูลค่ามากถึง 274,000 ล้านบาท หรือราว 90% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด และมากกว่าครึ่งของ GDP ทั้งประเทศ

คำตอบต่อมาคือ “ประชากร” ที่น้อยมาก

บรูไนมีประชากรเพียง 460,000 คน หรือน้อยกว่าเขตบางแคในกรุงเทพฯ เสียอีก แต่มีขนาดเศรษฐกิจสูงถึง 512,000 ล้านบาท

ส่งผลให้ รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรอยู่ที่ 1.1 ล้านบาทต่อปี สูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน เป็นรองเพียงสิงคโปร์เท่านั้น

ซึ่งเมื่อรายได้มหาศาลจากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ถูกนำมาหารด้วยจำนวนประชากรที่น้อย

รัฐบาลจึงมีส่วนเกินมากพอ ที่จะจัดสวัสดิการ แบบรัฐสวัสดิการโดยสมบูรณ์ ทั้งเรียนฟรี รักษาพยาบาลฟรี ไม่เก็บภาษีเงินได้

และรวมถึงการ “อุดหนุนราคาน้ำมัน” เพื่อให้ประชาชนแบกรับค่าครองชีพต่ำที่สุด

อีกปัจจัยที่บีบให้รัฐบาลต้องอุดหนุนราคาพลังงาน คือระบบขนส่งสาธารณะที่ยังไม่ครอบคลุม

ทำให้ชาวบรูไนจำเป็นต้องพึ่งพารถยนต์ส่วนตัว จนกลายเป็นประเทศที่มีอัตราการเป็นเจ้าของรถยนต์สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก

แปลว่า หากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบเชิงลบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจของประเทศทั้งระบบทันที

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ บริบทของบรูไนนั้นแตกต่างจากประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียนอย่างสิ้นเชิง

โดยบรูไนเป็นผู้ผลิตน้ำมันสุทธิ (Net Exporter) ที่มีประชากรน้อยมาก

ขณะที่ประเทศอื่น ส่วนใหญ่มีประชากรมากกว่าหลายสิบเท่า และมีภาระทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนกว่า การอุดหนุนราคาในระดับนี้ จึงเป็นโมเดลที่เฉพาะตัวและเลียนแบบได้ยาก

ทั้งนี้ เหรียญย่อมมีสองด้าน แม้วันนี้บรูไนจะดูเหมือนสวรรค์ของผู้ใช้รถ แต่ทรัพยากรใต้ดินย่อมมีวันหมดไป

รัฐบาลบรูไนจึงจำเป็นต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจให้หลากหลายขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มากเกินไป

เพราะหากวันหนึ่งรายได้หลักจากฟอสซิลหายไป หรือกระแสโลกเปลี่ยนไปสู่พลังงานสะอาด เมื่อนั้นรัฐบาลอาจไม่สามารถแบกรับภาระการอุดหนุนน้ำมันมหาศาลแบบในวันนี้ได้อีกต่อไป.. "

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...