โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐฯใน 3 ประเทศ ลั่นพร้อมเปลี่ยนภูมิภาคเป็นนรก

Thai PBS

อัพเดต 7 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (11 มิ.ย.2569) CNN รายงาน สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง หลังอิหร่านเปิดปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศของตะวันออกกลางเป็นคืนที่ 2 ติดต่อกัน ภายหลังสหรัฐฯ ดำเนินการโจมตีเป้าหมายทางทหารหลายแห่งภายในอิหร่าน

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แถลงว่า ดำเนินการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ใน 3 ประเทศ ได้แก่ คูเวต บาห์เรน และจอร์แดน โดยระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตอบโต้ต่อการโจมตีของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ขณะที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ เป็นผลจากการที่อิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐฯ ถูกยิงตก รวมถึงความล่าช้าในการเจรจาข้อตกลงระหว่าง 2 ประเทศ

การโจมตีครั้งนี้เป็นการลงโทษอิหร่าน ที่ดึงเช็งและใช้เวลานานเกินไปในการเจรจาข้อตกลง สหรัฐฯ จึงจำเป็นต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพื่อให้รัฐบาลเตหะรานยอมลงนามในเอกสารยุติความขัดแย้ง และการโจมตีจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ หากยังไม่มีความคืบหน้า

คูเวตปิดน่านฟ้า บาห์เรนเปิดสัญญาณเตือนภัย

สำหรับสถานการณ์ในภูมิภาค จอร์แดนประกาศเตือนชาวอเมริกันให้หลบภัย ส่วน IRGC อ้างว่าสามารถทำลายสิ่งอำนวยความสะดวก และเครื่องบินรบจำนวนมากที่ฐานทัพอากาศอัลอัซรักได้ คูเวตประกาศปิดน่านฟ้าชั่วคราว และเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อตอบสนองต่อวัตถุต้องสงสัย ขณะที่บาห์เรนมีการเปิดสัญญาณไซเรนเตือนภัยในหลายพื้นที่

ในอีกด้านหนึ่ง อิหร่านยังเพิ่มแรงกดดันด้วยการประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก จะถูกปิดสำหรับเรือทุกลำ อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว โดยยืนยันว่าเรือพาณิชย์ยังสามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้ตามปกติ

พล.ต.เซเยด มาจิด มูซาวี ผู้บัญชาการหน่วยอากาศยานของ IRGC เตือนว่า หากช่องแคบฮอร์มุซถูกทำให้ไม่ปลอดภัย อิหร่านพร้อมจะทำให้ทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง เปลี่ยนเป็นนรกทุกพื้นที่ภายในประเทศ

ขณะที่เสียงระเบิดยังคงดังขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วอิหร่าน ภายหลังการโจมตีของสหรัฐฯ สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดในหลายเมืองใกล้กรุงเตหะราน ได้แก่ อาบเยก การ์ชัก นาซาราบัด และคาราจ รวมถึงพื้นที่ทางตอนใต้ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เช่น สิริก บันดาร์อับบาส เกาะเคชม และเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนี้ ยังมีรายงานการระเบิดในเมืองชีราซ จังหวัดฟาร์สด้วย

UN ชี้ "หยุดยิง" กลายเป็นเพียง "ไฟที่หรี่ลง"

ด้าน อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ โดยระบุว่า ภาวะหยุดยิงในภูมิภาคขณะนี้เป็นเพียง "ไฟที่หรี่ลง" มากกว่าจะเป็นการยุติความขัดแย้งอย่างแท้จริง พร้อมเตือนว่าความรุนแรงอาจขยายตัวจนกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ หากทุกฝ่ายไม่เร่งหาทางออกผ่านกระบวนการทางการทูต

การโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางของอิหร่านนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ CENTCOM ยืนยันว่าได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีรอบใหม่ภายในอิหร่านแล้ว โดยระบุว่าเป้าหมายหลักคือระบบเฝ้าระวังทางทหาร ระบบสื่อสาร และระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ถูกมองว่า เป็นภัยคุกคามต่อกองกำลังสหรัฐฯ และเรือพาณิชย์ระหว่างประเทศในภูมิภาค

พร้อมย้ำว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตอบสนองต่อสิ่งที่สหรัฐฯ เรียกว่าการรุกรานอย่างต่อเนื่องและไร้เหตุผลของอิหร่าน ท่ามกลางความกังวลของนานาชาติว่า ความขัดแย้งครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงาน และความมั่นคงของโลกในวงกว้าง

อ่านข่าว :

ผลตรวจแอลกอฮอล์พุ่ง 104 ผช.ผู้ใหญ่บ้านขับรถชนเด็ก 2 ขวบเสียชีวิต

“จิรายุ – คริส” ยื่น ป.ป.ช.สอบ “ชัชชาติ” ปม “ระบบอากง” ทุจริตแต่งตั้งโยกย้าย ขรก.สังกัด กทม.

อย่าเผลอจับ เตือน "แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส" พิษรุนแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

PromptPay คว้ารางวัลนานาชาติ Cross-Border QR Payment

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปคำพิพากษาคดีประหารชีวิต 2 จำเลย คดีวางระเบิดย่านราชประสงค์

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ระอุ! จับสัญญาณประท้วงต้าน "ผู้อพยพ" ในสหราชอาณาจักร

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ด่วน ศาลสั่งประหารชีวิต 2 จำเลย คดีระเบิดย่านราชประสงค์ปี 2558

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...