โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสียง SMEs-อินฟลูฯชุมชน ถึง รมว.ดีอี ความท้าทาย ศก.ดิจิทัลจากฐานราก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ส.ค. 2567 เวลา 01.40 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2567 เวลา 01.40 น.

การผลักดันผู้ประกอบการรายเล็ก พ่อค้า แม่ค้า ระดับครัวเรือนให้เข้าสู่ระบบการค้าดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ จะคิดอาวุธให้เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ต้องสร้างส่วนแบ่งเศรษฐกิจดิจิทัลให้เป็น 30% ของ GDP

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) จึงมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการฐานราก CONNEXION : Digital Content-Driven E-Commerce Workshop โดยมุ่งเน้นการสร้างเนื้อหาการตลาดออนไลน์บนอีคอมเมิร์ซ และโซเชียลคอมเมิร์ซ เช่น TikTok ผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลในมิติการยกระดับให้เกิดการประกอบอาชีพใหม่ เช่น Digital Influencer และ Digital Content Creator อีดหนึ่งนโยบายสำคัญของกระทรวงดีอี ที่จะปั้นผู้ประกอบการครัวเรือนให้เข้าสู่สมรภูมิอีคอมเมิร์ซครบทั้ง 4 ภูมิภาค รวม กทม.

เช่นเดียวกับ SMEs ทั่วประเทศ การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ดิจิทัลเป็นเรื่องยากลำบาก ตัวแทนผู้ประกอบการจากภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ได้สะท้อนถึง“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ถึงความท้าทายและอุปสรรคในการทำตลาดออนไลน์

เสียงจากผู้ประกอบการ

ผู้ประกอบการรายเล็ก รายน้อยส่วนใหญ่ เป็นผู้ค้าสินค้าอาหารสด แห้ง แปรรูป และหัตถกรรม ที่เปิดหน้าร้านและขายในตลาด แน่นอนว่า “เชียงใหม่” เป็นเมืองท่องเที่ยวที่หลายคนรู้จักอยู่แล้ว แต่ในรอบปีมีไฮซีซั่นแค่ 3-4 เดือนเท่านั้น พอหมดสงกรานต์ เศรษฐกิจก็กลับมาซบเซา ดังนั้นการเข้าสู่การทำตลาดออนไลน์ ซึ่งการสร้างคุณค่าและทำให้เป็นที่รู้จักจึงสำคัญมาก

การส่งเสริมทักษะออนไลน์ เช่น กิจกรรมที่ DEPA ทำนี้ จึงควรทำอย่างต่อเนื่องและติดตามการพัฒนาของผู้ค้าที่เข้าร่วมโครงการ

ต่อมาคือการส่งเสริมการเปิดตลาดใหม่ ๆ ให้ผู้ค้ารายย่อย และสุดท้ายคือการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อผลักดันการผลิตและงบประมาณเสริมด้านการโฆษณาหรือทำตลาดออนไลน์

อีกปัญหาคือ องค์ความรู้ในการขายออนไลน์แต่ละเเพลตฟอร์มไม่เหมือนกัน Shoppe Lazada อย่างหนึ่ง TikTok อย่างหนึ่ง โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook ก็อีกแบบ การเรียนรู้ใช้เวลามากเกินไป มักทำให้ผู้ประกอบการหลงทาง หากจะสนับสนุนด้านความรู้ควรเป็นการส่งเสริมแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งให้ต่อเนื่อง

เสียงจากอินฟลูเอนเซอร์ในท้องถิ่น

“เชียงใหม่เป็นเมืองปราบเซียน ใครมาทำธุรกิจอะไรก็เจ๊งหมด” ผู้ที่ทำหน้าที่สื่อสาร และมีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ในเชียงใหม่รายหนึ่งกล่าวต่อ รมว.

สาเหตุเพราะคนที่มาทำธุรกิจพกไมนด์เซตมาจากกรุงเทพฯ ทำให้ไม่สามารถขายของให้คนในท้องถิ่นได้ รายได้จึงมาจากนักท่องเที่ยว และเมืองเชียงใหม่ก็มีช่วงท่องเที่ยวแค่ไม่กี่เดือน แต่ร้านค้าต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงงาน

คนทำคอนเทนต์ หรือเพจรีวิวต่าง ๆ จึงเป็นช่องทางแนะนำร้านค้า ผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ ในซอกซอยเสนอให้คนในเชียงใหม่เอง ทั้งนักท่องเที่ยวได้รู้จัก และเปิดตลาดได้

แต่คนทำคอนเทนต์เหล่านี้มักจะต้องทำฟรี เพราะเรตค่าจ้างรีวิวนั้นสูงมาก

ดังนั้นหากรัฐบาลสามารถสนับสนุนด้านการทำตลาด หรือการใช้คอนเน็กชั่น เพื่อให้เข้าถึงสถานที่สำคัญได้ จะเป็นเรื่องดีต่อการโปรโมต ทำตลาดออนไลน์ให้กับเมือง

“เราเคยไปถ่ายวิดีโอรีวิวอุทยานแห่งชาติ เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวให้ฟรี ๆ ก็ต้องจ่ายเงินเองเพื่อเข้าถึงอุทยาน”

การช่วยเหลือที่ไม่ยั่งยืน

รัฐมนตรี “ประเสริฐ” ตอบรับเสียงสะท้อนจากคนสองกลุ่มว่า เข้าใจดีถึงความต้องการที่อยากให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินธุรกิจ แต่การใช้เงินเพื่อสนับสนุนแบบปีต่อปี ไม่ทำให้ผู้ประกอบการโตแบบยั่งยืน

สิ่งที่เราสนับสนุนได้ในเรื่องแรก คือ การเปิดตลาดใหม่ ๆ กระทรวงดีอี และกระทรวงพาณิชย์ได้จับมือกันเปิดตลาดต่างประเทศให้กับสินค้าเกษตรและสินค้าของ SMEs ไทยจำนวนมาก เพื่อให้ส่งออกและพัฒนาต่อยอดได้

อีกเรื่องคือ มาตรการช่วยเหลือด้านภาษี สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่กำลังเข้าสู่ออนไลน์ จำเป็นต้องเผชิญกับการเก็บข้อมูลเพื่อคำนวณภาษี คิดว่าสิ่งนี้รัฐบาลจะช่วยหารือและแบ่งเบาภาระได้ในทางอ้อม

ส่วนเรื่องการพัฒนาเมืองก็เข้าใจอย่างดีว่า การท่องเที่ยวเป็นรายได้สำคัญของประเทศ เช่น ช่วงสงกรานต์ ก็เป็นไฮไลต์ของเชียงใหม่ รัฐบาลจึงอยากขยายเทศกาลให้ได้นานเป็นเดือน

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วของจะขายได้ ต้องสร้างคอนเทนต์ให้ได้ ยกระดับให้เกิดการประกอบอาชีพใหม่ เช่น Digital Influencer และ Digital Content Creator เป็นหนึ่งในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล อยากให้ผู้ประกอบการประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างยอดขาย รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน ตลอดจนการเรียนรู้การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสัญชาติไทยอย่างแพลตฟอร์ม eTailligence เพื่อช่วยกำหนดทิศทางการทำการตลาดได้เหมาะสม

ส่วนเรื่องของการสนับสนุนการใช้งานอินฟลูเอนเซอร์เพื่อช่วยขายสินค้านั้น กระทรวงดีอี และ DEPA ได้พัฒนาแพลตฟอร์มที่รวบรวมอินฟลูฯด้านต่าง ๆ ไว้ รวมถึงบัญชีผลิตภัณฑ์ดิจิทัลมีขึ้นทะเบียนอย่างมีมาตรฐาน และมี “คูปอง” ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการดิจิทัลในการพัฒนาการขายได้

“ที่สำคัญ วันนี้เทรนด์ของโลกมาทางไลฟ์คอมเมิร์ซ ผู้ประกอบการขายของเองได้ ต้องเปลี่ยนตัวเองไปเป็นอินฟลูฯ สร้างฐานแฟนในสินค้าของตน สินค้าของผู้ประกอบการหลายอย่างดี วันนี้เราจึงต้องฝึกฝนเทคนิคการถ่ายภาพสินค้า การสร้าง Storytelling การ Live ขายสินค้า การเปิดร้านค้าใน Social Commerce เช่น TikTok และ Facebook เพื่อผลักดันสินค้าและบริการท้องถิ่นสู่ตลาดโลก การใช้ข้อมูลวิเคราะห์ช่องทางขายสินค้าออนไลน์ด้วยแพลตฟอร์ม eTailligence รวมถึงเป็นการสร้าง Micro Influencer หน้าใหม่ให้กับท้องถิ่น”

สร้างอีโคซิสเต็มดิจิทัลเพิ่ม

“ประเสริฐ” กล่าวด้วยว่า จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภาคเหนือ ทั้งเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับโลกที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และอยู่ในลำดับต้น ๆ ที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มคนที่ทำงานผ่านระบบออนไลน์และใช้ชีวิตแบบอิสระ หรือ Digital Nomad ซึ่งคนเหล่านี้ทำงานที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทที่อยู่ไกลออกไปครึ่งโลก

จึงต้องทำอย่างไรถึงจะดึงคนเหล่านี้มาร่วมทำงานให้คนในชุมชนท้องถิ่น

“คิดว่าจะหารือเรื่องการให้สิทธิพลเมือง หรือ Citizenship แก่ดิจิทัลโนแมดเหล่านี้แลกกับเงื่อนไขการทำงานร่วมกับชุมชน และเสริมสร้างระบบนิเวศดิจิทัล”

ขณะเดียวกันชุมชนเทคโนโลยีดิจิทัลที่เชียงใหม่เองมีความโดดเด่น โดยเฉพาะการรวมกลุ่มกันของกลุ่มนักพัฒนา Web3 และ Blockchain มาประยุกต์ใช้พัฒนาเมืองและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล ส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะน่าอยู่อย่างเต็มรูปแบบ

“รัฐบาลมีแนวคิด Lanna Digital Hub ศูนย์กลางเทคโนโลยีภาคเหนือ และทราบว่า ชุมชนเทคโนโลยีที่เชียงใหม่เคยรวมตัวกันอยู่แล้ว และกำลังก่อร่างสร้างตัวใหม่ จึงได้ฝากการหนุนเสริมด้านกำลังคน คือ เปลี่ยนดิจิทัลโนแมดให้หันมาทำงานที่ช่วยเหลือชุมชนได้”

และต่อมาคือ เรื่องเงินทุน ซึ่ง “ประเสริฐ” กล่าวว่า ปีนี้รัฐบาลได้อนุมัติเงินเพิ่มให้กับกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจระดับต้นของ DEPA เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว แต่โดยส่วนตัวรู้สึกว่ายังน้อยอยู่ และควรมีสักพันล้านบาท เพื่อช่วยสตาร์ตอัพให้ตั้งตัวได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เสียง SMEs-อินฟลูฯชุมชน ถึง รมว.ดีอี ความท้าทาย ศก.ดิจิทัลจากฐานราก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...