โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกสาวชาวจีนในแคนาดา ฟ้องศาลเรื่องการ ถูกเลือกปฏิบัติในฐานะ ‘ลูกสาว’ หลังแม่ให้มรดก ‘ลูกชาย’ มากกว่าหลายเท่า ทั้งที่เธอเป็นคนดูแล กิจการของที่บ้านและดูแลแม่ที่ป่วย

Mirror Thailand

อัพเดต 30 ก.ย 2567 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 04.32 น.
ภาพไฮไลต์

แม้จะอยู่ในปี 2000s กันแล้ว แต่เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ก็สะท้อนได้ชัดเจนว่าค่านิยมการเลือกปฏิบัติระหว่าง ‘ลูกชาย’ กับ ‘ลูกสาว’ ในครอบครัวจีนยังคงเข้มข้น แม้แต่ในครอบครัวจีนที่อพยพไปอยู่ประเทศอื่นก็ตาม จินนี แลม (Ginny Lam) คือหญิงสาวเชื้อสายจีนในแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เธอตัดสินใจฟ้องศาลเมื่อแม่ของเธอมอบมรดกให้น้องชายของเธอ 2.9 ล้านเหรียญฯ ขณะที่ตัวเธอได้เพียง 170,000 เหรียญฯ ทั้งที่เธอเป็นคนดูแลกิจการของที่บ้าน และเป็นคนดูแลแม่จนถึงวาระสุดท้าย และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้รับสิ่งต่างๆ น้อยกว่าเพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงครอบครัวแลมย้ายมายังรัฐบริติชโคลัมเบียในแคนาดาเมื่อปี 1969 โดยพ่อของเธอเปิดร้านอาหารจีนที่ประสบความสำเร็จค่อนข้างดี ทั้งเขายังถูกล็อตเตอรี่เป็นเงิน 1 ล้านเหรียญฯ ในปี 1992 เขาจึงขายภัตตาคารและนำเงินที่ได้ไปลงทุน เก็บเงินจากค่าเช่าที่แทนนับจากนั้น และจินนี แลมก็เล่าว่าเธอเรียนรู้วิธีการทำธุรกิจของพ่ออย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด กระทั่งเมื่อพ่อของเธอเสียชีวิตลง อำนาจการควบคุมการไหลเวียนของเงินในบ้านตกเป็นของแม่เธอ ซึ่งมักให้เงินและทรัพย์สินของครอบครัวแก่ วิลเลียม (William) ผู้เป็นน้องชายเธอเสมอ

"เรามีโรงรถขนาดใหญ่สำหรับจอดรถสองคัน แต่แม่ก็บอกให้ฉันขยับรถออกไปจอดข้างนอกเพื่อที่น้องชายจะได้เอารถเข้ามาจอด" จินนีบอก "หรือเมื่อถึงเวลาอาหารเย็น แม่ก็มักเอาพวกเนื้อดีหรือปลาต่างๆ ไปวางไว้ตรงหน้าน้องเสมอ"

"น้องฉันเป็นผู้ชายและจะเป็นผู้สืบทอดตระกูลต่อไป พอฉันถามแม่ว่าทำไม แม่ก็ตอบว่า 'ก็นะ นี่คือธรรมเนียมของคนจีนเรา ทุกอย่างจะต้องเป็นของลูกชาย'"

และคำตอบของแม่ก็ทำให้เธอเจ็บปวดตลอดมา “ฉันรู้สึกเหมือนว่า ฉันทำอะไรผิดไป รู้สึกอับอายด้วย เหมือนกับว่า ฉันมีค่าอะไรล่ะ เมื่อฉันเป็นแค่ผู้หญิงน่ะ”

จินนีเล่าว่าเธอเป็นคนดูแลกิจการของครอบครัวทุกอย่าง ท่ามกลางท่าทีไม่เห็นด้วยของแม่ที่อยากให้เธอถอยกลับไปเป็นแม่บ้านอย่างเดียว "แม่มักพูดว่า 'จีนนี อย่าทำตัวฉลาดไปนักเลย เดี๋ยวก็ไม่มีผู้ชายคนไหนมาเอาหรอก ผัวก็คงจะหนีเธอไปสักวันถ้าเธอประสบความสำเร็จมากไปหรือฉลาดมากไป อยู่แต่บ้านเฉยๆ เถอะ ไปหางานเป็นเสมียนทำไป แล้วก็มีลูกชายสักคน ต้องเป็นลูกชายเท่านั้นนะ' แม่บอกฉันแบบนี้เสมอ" เธอว่า

แม่เริ่มป่วยในช่วงท้ายของชีวิต และจินนีนั่นเองที่เป็นคนคอยดูแลแม่จนวาระสุดท้าย แม่ของเธอเสียชีวิตในปี 2021 ด้วยวัย 74 ปี และจินนีก็พบว่าพบว่าแม่ของเธอเขียนพินัยกรรมยกสมบัติเกือบทั้งหมดให้น้องชาย และด้วยความรู้สึกว่าการตัดสินใจของแม่ไม่เป็นธรรม จินนีจึงเข้าไปคุยกับน้องชายของเธอ เพื่อจะพบว่าน้องชายหาได้ยี่หระความเจ็บปวดของเธอแต่อย่างใด

"น้องบอกว่า 'แล้วไงล่ะ ก็แม่เขาอยากให้ผมนี่' ฉันเลยบอกน้องว่า 'พี่รู้ว่าแม่ต้องการแบบนี้ แต่เธอเปลี่ยนมันได้นี่ อำนาจอยู่ที่เธอนะ' ซึ่งแน่ล่ะว่าน้องก็ตอบกลับฉันมาว่า 'ผมไม่เปลี่ยนหรอก' คำพูดสุดท้ายที่เขาพูดกับฉันค่ะ 'อยากได้ก็ไปฟ้องสิ' ฉันเลยทำตามที่เขาท้าเสียเลย"

"ฉันรู้ว่าตอนนี้ คนจีนยุคใหม่ปฏิเสธขนบความเชื่อเก่าๆ ที่เชื่อกันว่าลูกชายดีกว่าลูกสาวแล้ว" จินนีบอก "และฉันก็หวังให้ผู้หญิงอีกมากไม่ต้องมาเจอแบบฉัน ที่รู้สึกราวกับว่าแค่เกิดเป็นผู้หญิงก็ถือเป็นเรื่องน่าอับอายเสียเหลือเกิน"

จินนีตัดสินใจฟ้องศาลสูงรัฐบริติชโคลัมเบียด้วยประเด็นเรื่องการถูกเลือกปฏิบัติทางเพศ โดยทนายของเธอกล่าวว่า ในกรณีนี้ ศาลไม่ได้พิจารณาเรื่องความใกล้ชิดสนิทสนมหรือดูว่าใครเป็นผู้ดูแลบุพการีมากกว่ากัน แต่พิจารณาจากการที่ครอบครัวแลมเป็นครอบครัวที่ปฏิบัติต่อลูกแตกต่างกันจากพื้นฐานทางเพศ (gendered household) ทั้งตัวแม่ก็ยังมีความเชื่อล้าสมัยเกี่ยวกับบทบาทและสิทธิที่แตกต่างกันระหว่างลูกชายกับลูกสาว

ทั้งนี้ ศาลมีคำสั่งแก้ไขพินัยกรรม โดยระบุให้มอบทรัพย์สิน 85 เปอร์เซ็นต์แก่แลม ซึ่งเธอยืนยันว่า การออกมาฟ้องร้องครั้งนี้หาได้มีชนวนมาจากความโลภทรัพย์สมบัติหรือหวังร่ำรวยจากเงินมรดก หากแต่เป็นเรื่องการขัดขืนต่อธรรมเนียมและความเชื่ออันไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากเพศ "ประเด็นไม่ใช่เรื่องของเงินเลย มันคือเรื่องของการที่เราออกมาบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ถูกต้อง เราไม่ควรยอมรับการปฏิบัติต่อลูกสาวราวกับพวกเธอเป็นพลเมืองชั้นสองหรือไม่มีความสลักสำคัญใดๆ แค่เพราะเราเกิดมาเป็นผู้หญิง"

"ฉันเองก็มีลูกสาวนะ และฉันก็อยากแสดงให้พวกลูกๆ รู้ว่าพวกเธอจะไม่ต้องเติบโตมาเจออะไรแบบนี้แน่นอน อย่าให้ใครมาตัดสินคุณค่าของลูกแค่จากเพศเท่านั้น"

อย่างไรก็ดี จินนีแจ้งว่าวิลเลียมผู้เป็นน้องชายของเธอเพิ่งยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาล โดยเวลานี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาคดีแต่อย่างใด

อ้างอิง

https://bc.ctvnews.ca/woman-nearly-shut-out-of-mother-s-estate-sues-brother-in-b-c-supreme-court-and-wins-1.7045258

https://vancouver.citynews.ca/2024/09/26/richmond-woman-will-gender-bias/

https://vancouversun.com/news/bc-court-overrules-will-gender-bias

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...