โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เทคโนโลยีระบบสแกนใบหน้า ทำงานอย่างไร?

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 30 ส.ค. 2567 เวลา 02.22 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2567 เวลา 04.38 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร
เทคโนโลยีระบบสแกนใบหน้า ทำงานอย่างไร?

เทคโนโลยีระบบสแกนใบหน้า หรือที่เรียกว่าการจดจำใบหน้า (Facial Recognition) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีไบโอเมทริกซ์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ด้วยความสามารถในการระบุตัวตนของบุคคลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้ระบบนี้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน ตั้งแต่การรักษาความปลอดภัย การยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรม ไปจนถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าเทคโนโลยีนี้ทำงานอย่างไร ตามมาดูได้ในบทความนี้ หลักการทำงานของระบบสแกนใบหน้า
1. การรับภาพ (Image Acquisition)
ขั้นตอนแรกของระบบสแกนหน้าคือการรับภาพใบหน้าของบุคคล โดยใช้กล้องดิจิทัลหรือกล้องวิดีโอ ซึ่งอาจเป็นกล้องความละเอียดสูง กล้องอินฟราเรด หรือกล้อง 3 มิติ ขึ้นอยู่กับความต้องการของระบบ 2. การตรวจจับใบหน้า (Face Detection)
เมื่อได้ภาพแล้ว ระบบจะทำการตรวจจับและแยกส่วนที่เป็นใบหน้าออกจากพื้นหลัง โดยใช้อัลกอริทึมการประมวลผลภาพ เช่น Haar Cascade หรือ Deep Learning-based detectors 3. การปรับแต่งภาพ (Image Pre-processing)
ภาพใบหน้าที่ได้จะถูกปรับแต่งเพื่อให้เหมาะสมกับการวิเคราะห์ เช่น การปรับความสว่าง การหมุนภาพให้ตรง หรือการปรับขนาดให้เป็นมาตรฐาน 4. การสกัดลักษณะเด่น (Feature Extraction)
ในขั้นตอนนี้ ระบบจะวิเคราะห์และสกัดลักษณะเด่นของใบหน้า เช่น ระยะห่างระหว่างตา รูปร่างของจมูก ริมฝีปาก และโครงสร้างกระดูก โดยใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น

  • Geometric Feature-based Methods: วัดระยะและสัดส่วนของจุดสำคัญบนใบหน้า

  • Appearance-based Methods: วิเคราะห์ลักษณะโดยรวมของใบหน้าทั้งหมด

  • 3D Model-based Methods: สร้างโมเดล 3 มิติของใบหน้าเพื่อการวิเคราะห์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น5. การสร้างเทมเพลต (Template Creation)
    ลักษณะเด่นที่สกัดได้จะถูกแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล หรือที่เรียกว่า "เทมเพลต" ซึ่งเป็นตัวแทนทางคณิตศาสตร์ของใบหน้านั้น ๆ 6. การเปรียบเทียบและจับคู่ (Matching)
    เมื่อต้องการระบุตัวตน ระบบจะนำเทมเพลตที่สร้างขึ้นมาเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลที่มีอยู่ โดยใช้อัลกอริทึมการจับคู่ เช่น

  • Principal Component Analysis (PCA)

  • Linear Discriminant Analysis (LDA)

  • Elastic Bunch Graph Matching (EBGM)

  • Deep Learning-based methods เช่น Convolutional Neural Networks (CNNs)7. การตัดสินใจ (Decision Making)
    ระบบจะประมวลผลความเหมือนระหว่างเทมเพลตที่วิเคราะห์ได้กับข้อมูลในฐานข้อมูล และตัดสินใจว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ โดยอาศัยค่าความเชื่อมั่น (Confidence Score) ที่กำหนดไว้ ความท้าทายและการพัฒนาระบบสแกนใบหน้า
    แม้ว่าเทคโนโลยีระบบสแกนใบหน้าจะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็ยังมีความท้าทายหลายประการ เช่น

  • ความแม่นยำในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย เช่น แสงน้อย หรือมุมกล้องที่ไม่เหมาะสม

  • การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าตามกาลเวลา เช่น การเติบโต การแก่ตัว

  • การปลอมแปลงใบหน้า หรือการใช้หน้ากาก

  • ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและการใช้ข้อมูลอย่างไม่เหมาะสม เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ นักวิจัยและนักพัฒนาได้คิดค้นเทคนิคใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

  • การใช้ AI และ Deep Learning เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจดจำ

  • การพัฒนาระบบตรวจจับการมีชีวิต (Liveness Detection) เพื่อป้องกันการปลอมแปลง

  • การใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเทคโนโลยีระบบสแกนใบหน้าทำงานโดยอาศัยหลักการประมวลผลภาพและการเรียนรู้ของเครื่อง เพื่อวิเคราะห์และจดจำลักษณะเฉพาะของใบหน้าแต่ละบุคคล ผ่านขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่การรับภาพ การสกัดลักษณะเด่น ไปจนถึงการเปรียบเทียบและตัดสินใจ แม้จะมีความท้าทายในการพัฒนา แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ระบบสแกนหน้าก็มีแนวโน้มที่จะมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันและการรักษาความปลอดภัยในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...