โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประเมิน พลัง เซี่ยงหวี่ กับ เล่าปัง กรณี หงเหมิน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 มี.ค. 2566 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2566 เวลา 05.00 น.

ประเมิน พลัง เซี่ยงหวี่ กับ เล่าปัง กรณี หงเหมิน

จางเหลียงวิ่งเข้าไปในกระโจมเพ่ยกงอย่างรีบร้อน บังเอิญเพ่ยกงยังไม่เข้านอนจึงพูดกับเพ่ยกงว่า

“พรุ่งนี้เซี่ยงหวี่จะเคลื่อนทัพตีค่ายเรา”

เพ่ยกงตกใจถามว่า “ข้ากับเซี่ยงหวี่ไม่มีความแค้นต่อกันทำไมต้องยกทัพโจมตีเราด้วย”

จางเหลียงถามกลับว่า “ใครแนะนำให้ท่านส่งกำลังไปรักษาด่านหานกู๋กวน”

เพ่ยกงตอบว่า “โจวเซิงบอกข้าเองว่าต้องส่งทหารไปรักษาด่านอย่าให้พวกสา

มนตราชยกทัพเข้ามาจึงจะยึดแคว้นฉิน ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิได้ ข้าก็ทำไปตามที่หารือกัน

หรือว่าข้าตัดสินใจผิด”

ได้ยินดังนั้นคำถามแรกจากจางเหลียงก็คือ “ท่านคาดว่ากองทัพเรารับมือกองทัพเซี่ยงหวี่ได้หรือไม่”

เพ่ยกงพูดเสียงเบาว่า “เกรงว่าคงไม่ได้”

จางเหลียงจึงพูดว่า “เรามีกำลังแค่ 10 หมื่นเซี่ยงหวี่มีกำลังถึง 40 หมื่น จะรับมืออย่างไร วันนี้เคราะห์ดีที่เซี่ยงป๋อมาที่ค่ายบอกให้ข้ารีบหนี

แต่ข้าจะทรยศท่าน ไม่รายงานให้ท่านทราบได้หรือ”

เพ่ยกงกระทบเท้าถามว่า “แล้วนี่ควรจะทำอย่างไร”

จางเหลียงจึงพูดว่า “คงต้องขอร้องเซี่ยงป๋อช่วยถ่ายทอดวาจาให้เซี่ยงหวี่ทราบว่าเราไม่ได้คิดขัดขวางพวกเขา ที่เราส่งกำลังไปรักษาด่านก็เพียงป้องกันโจรผู้ร้าย โปรดอย่าได้เข้าใจผิด

เซี่ยงป๋อเป็นอาของเซี่ยงหวี่น่าจะหยุดกองทัพเซี่ยงหวี่ได้”

ปมเงื่อนของทั้งหมดไม่เพียงอยู่ที่การเดินจังหวะก้าว “เร็ว” ไปหน่อยของเพ่ยกง หากยังอยู่ที่การมองข้าม “กำลัง” ของตน และของ “เซี่ยงหวี่”

โชคดีที่มี “จางเหลียง” โชคดีที่จางเหลียงแนบแน่นกับ “เซี่ยงป๋อ”

ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ ทวีป วรดิลก สรุปไว้ใน “ประวัติศาสตร์จีน” แม้ว่าจะสามารถพิชิตเสียนหยางซึ่งตามความตกลงที่ทำกันไว้แต่เดิมกับไหวหวาง กษัตริย์ฌ้อและเซี่ยงหวี่

เล่าปังย่อมมีสิทธิที่จะเป็นใหญ่ในอาณาจักรฉินเดิม

อย่างไรก็ดี กองทัพอันเกรียงไกรของเซี่ยงหวี่ที่มุ่งหน้าเคลื่อนมาเสียนหยางและก็บุกตะลุยเข่นฆ่าผู้คนมากมายในทุกเมืองที่ผ่านนั้นมีกำลังถึง 400,000 คน

เล่าปังมีกำลังคนเพียง 100,000 คน

ย่อมไม่มีทางที่จะต่อต้านได้เลย เพียงแค่รักษาชีวิตและกำลังทัพของตนไม่ให้ถูกทำลายก็นับว่าดีที่สุดแล้ว

ด้วยเหตุนี้

ในตอนแรกเมื่อเซี่ยงหวี่เตรียมโจมตีทัพเล่าปังเพราะทหารของเล่าปังสกัดทหารของเซี่ยงหวี่ไว้ที่ด่านหานกู๋ เล่าปังก็ยอมอ่อนน้อมต่อเซี่ยงหวี่แต่โดยดีไม่เรียกร้องราชสมบัติราชวงศ์ฉิน

หรือความเป็นใหญ่ใดๆ ที่เคยตกลงกันไว้เดิม

นี่คือสถานการณ์อันนำไปสู่อย่างที่เรียกกันในภายหลังว่า “งานเลี้ยงที่หงเหมิน” ดัง ถาวร สิกขโกศล แปลเรียบเรียงเอาไว้

เล่าปังอยากเป็นอ๋อง แต่กลัวอำนาจเซี่ยงหวี่

จึงแต่งทัพไปสกัดไว้ที่ด่านหานกู๋ป้องกันมิให้เซี่ยงหวี่เข้าเสียนหยางได้ เซี่ยงหวี่ทราบข่าวก็โกรธมาก เหล่าทหารพูดด้วยความไม่พอใจว่า

“พวกเรายิงกวางตายแล้วพวกมันมาหามเอาไป”

เซี่ยงหวี่ตีด่านหานกู๋แตกตั้งทัพไพร่พล 40 หมื่นอยู่ที่หงเหมิน ทัพเล่าปังมีพล 10 หมื่นตั้งรับอยู่ที่ริมน้ำป้า

เซี่ยงหวี่สั่งว่า “พรุ่งนี้ตีทัพเพ่ยกงให้แตก”

เซี่ยงป๋อ (อาของเซี่ยงหวี่) นึกถึงบุญคุณจางเหลียงที่เคยช่วยชีวิตตนไว้ ตกค่ำจึงลอบไปยังค่ายเล่าปัง

บอกความลับให้จางเหลียงทราบและให้รีบหนีเอาตัวรอด

จางเหลียงแจ้งให้เล่าปังทราบ เล่าปังตกใจจนทำอะไรไม่ถูก มีแต่จางเหลียงคิดหาหนทางแก้ไขแทน

เล่าปังจัดเลี้ยงเซี่ยงป๋ออย่างนอบน้อม

พลางกล่าวว่า “หลังจากเข้าด่านฉินได้แล้วข้าพเจ้าก็ปลอบขวัญทะนุบำรุงประชาชน ลั่นกุญแจสมบัติเพื่อรอท่าท่านหลู่กง (เซี่ยงหวี่) ไหนเลยจะกล้าคิดคดทรยศต่อท่าน”

เล่าปังขอเกี่ยวดองกับเซี่ยงป๋อ โดยยกลูกสาวตนให้ลูกชายเซี่ยงป๋อ

เซี่ยงป๋อรีบกลับหงเหมินในคืนนั้น บอกเซี่ยงหวี่ว่า “ถ้าเล่าปังไม่ตีหักเข้าด่านไปก่อนพวกเราจะยกเข้ามาโดยสะดวกได้อย่างไร การเข้าโจมตีเขาเป็นเรื่องไม่ชอบด้วยเหตุผล”

เซี่ยงหวี่พยักหน้าเห็นด้วย

หนังสือ “ประวัติศาสตร์จีน ฉบับย่อ” ของหลี่เฉวียนบรรยายภาพในงานเลี้ยงออกมาได้อย่างแจ่มชัดตามสำนวนแปล เขมณัฏฐ์ ทรัพย์เกษมชัย

โดยพื้นฐานฟานเจิง ที่ปรึกษา นัดแนะกับเซี่ยงหวี่ว่าจะสังหารเล่าปัง

เมื่อเห็นว่าเซี่ยงหวี่เอาแต่ชนแก้วกับเซี่ยงป๋อ ยังไม่ลงมือสักทีจึงขยิบตาส่งสัญญาณให้ครั้งแล้วครั้งเล่า

ทั้งยังยกรูปวงแหวนเป็นสัญญาณให้เซี่ยงหวี่ออกคำสั่ง

แต่เซี่ยงหวี่ทำเป็นมองไม่เห็นและไม่ใส่ใจฟานเจิงจึงต้องคิดแผนสังหารเล่าปังขึ้นใหม่ เสาะหาตัวเซี่ยงจวงเข้าไปดื่มอวยพร

ให้แสดงการรำดาบหาโอกาสสังหารเล่าปัง

เซี่ยงจวงทำตามแผนเมื่อดื่มอวยพรเสร็จก็ชักดาบออกมารำ โดยหันคมดาบไปทางเล่าปังขู่ขวัญจนเล่าปังเหงื่อไหลท่วมตัว

สำนวน “เซี่ยวจงรำดาบ เจตจำนงอยู่ที่เพ่ยกง” เป็นมาเช่นนี้

ช่วงเวลาอันตรายนี้เซี่ยงป๋อก็เสนอ “เซี่ยงจวงรำอยู่ผู้เดียวช่างไม่สนุกเอาเสียเลย สู้ให้ 2 คนมารำประชันกันจะดีเสียกว่า”

แล้วเซี่ยงป๋อก็หยิบดาบมายืนหน้าเล่าปัง

บังคมดาบของเซี่ยงจวงไว้ เซี่ยงจวงคิดจะเข้าใกล้เล่าปัง แต่เซี่ยงป๋อกลับมายืนบังป้องกันหลิวปังอยู่ข้างหน้า

จางเหลียงรีบออกจากงานเลี้ยงไปพบฝานไคว่

ฝานไคว่บุกฝ่าองครักษ์โถมเข้าไปพร้อมกับดาบและอารมณ์เดือดดาลเป็นฟืนไฟเพ่งมองเซี่ยงหวี่เซี่ยงหวี่ถามว่า “เป็นใคร”

“เขาคือฝานไคว่ คนขับรถของเล่าปัง” จางเหลียงตอบ

ผ่านไปครู่ใหญ่ เล่าปังก็ขอตัวออกจากงานเลี้ยงอ้างว่าจะไปเข้าห้องน้ำ

จางเหลียงและฝานไคว่ติดตามออกไปด้วย

พวกเขาเสนอให้เล่าปังรีบหนี

จึงอาจกล่าวได้ว่างานเลี้ยงที่หงเหมินคนที่เข้ามามีส่วนช่วยอย่างเอาการเอางานคือ เซี่ยงป๋อ

เพราะติดค้างอยู่กับจางเหลียง

เซี่ยงป๋อเป็นอาของเซี่ยงหวี่ จึงถือได้ว่าเป็นบุคคลที่อยู่ “วงใน” สุดของพวกฌ้อและผูกพันอยู่กับจางเหลียงแนบแน่น

สัมพันธ์นี้ลึกซึ้งและยาวนาน

เป็นสัมพันธ์ส่วนตัวแต่มีผลสะเทือนในทางการเมือง ไม่ว่าเมื่อจางเหลียงหนีราชภัยไปซ่อนตัวไม่ว่าเมื่อเซี่ยงป๋อหนีคดีไปยังเมืองหาน

ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสายสัมพันธ์ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับงานด้านการข่าว

เป็นการข่าวของจางเหลียง เป็นสายสัมพันธ์ระหว่างจางเหลียงกับเซี่ยงป๋อและต่อมาถึงเล่าปัง

นี่ย่อมเป็นความผูกพันทางใจที่เล่าปังมีต่อจางเหลียง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...