โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ฝ่าด่านการค้าโลกชะลอตัว ทูตพาณิชย์ดันส่งออกโต 1-2%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 เม.ย. 2566 เวลา 08.59 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2566 เวลา 08.57 น.

ก่อนที่จะมีการประชุมทูตพาณิชย์ทั่วโลก 58 สำนักงาน ในเดือน พ.ค. 2566 ซึ่งจะเป็นการจัดแบบออนไซต์ครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากติดปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดโควิด-19 เพื่อประเมินทิศทางสถานการณ์การส่งออกในปี 2566

ล่าสุด องค์การการค้าโลก (WTO) ได้เผยแพร่รายงาน “Global Trade Outlook and Statistics” เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่า การค้าโลกในปี 2566 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.7% ชะลอตัวลงจากปี 2565 ที่ขยายตัว 2.7% และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาที่ขยายตัว 2.6% ซึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

ขณะที่ภาคการส่งออกของไทย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันประเมินแนวโน้มการส่งออกของไทยว่าจะติดลบ 1-0% จากเศรษฐกิจชะลอตัวคาดการณ์ส่งออกในช่วงไตรมาส 1-2 จะยังคงติดลบ แต่จะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 3 และ 4

พาณิชย์ตั้งเป้าดันส่งออกโต 2%

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าการส่งออกไทยในปี 2566 ขยายตัว 1-2% โดยยังมองว่า ยังมีปัจจัยบวกที่จะช่วยผลักดันการส่งออกได้ เช่น ค่าระวางเรือลดลง ตู้คอนเทนเนอร์เพียงพอ ความต้องการด้านอาหารของโลกยังมีอยู่ ประกอบกับตลาดศักยภาพ 4 แห่งยังมีแนวโน้มนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น

“เราคาดว่าการส่งออกไปยังตลาดตะวันออกกลางในปีนี้จะเป็นบวกถึง 20% เอเชียใต้จะขยายตัว 10% อาเซียนและ CLMV ขยายตัว 15%”

อาเซียนอัดกิจกรรมเต็มสูบ

นายธนวุฒิ นัยโกวิท อัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายการพาณิชย์ (ทูตพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวถึงสถานการณ์ตลาดในอาเซียนในปี 2566 ว่า อาจชะลอตัวในช่วงต้นปีบ้าง แต่คาดว่าจะดีขึ้นกลางปีเป็นต้นไป ส่วนเป้าหมายการส่งออกของไทยในอาเซียนเป็นไปตามที่ รมว.พาณิชย์ประเมินไว้

สำหรับแผนส่งเสริมการส่งออกสู่ตลาดอาเซียน ปี 2566 เช่น 1.การจัดงานแสดงสินค้าในอาเซียน ที่สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย ลาว เมียนมา กัมพูชา 2.การจัดส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้าที่อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว เมียนมา มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม 3.การจัดคณะนักธุรกิจไทยขยายตลาดในอาเซียน

4.การส่งเสริมการค้าออนไลน์ e-Commerce ในตลาดอาเซียน 5.การสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารและร้านอาหาร Thai Select 6.การส่งเสริมผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดอาเซียน 7.การส่งเสริมสินค้าไทยที่มีศักยภาพ เช่น สินค้า BCG สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง สินค้าแม่และเด็ก 8.การจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจผ่านออนไลน์ในกลุ่มสินค้าต่าง ๆ

สินค้าที่เป็นโอกาสในตลาดอาเซียน ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง อุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง สินค้าฮาลาล สินค้าวัตถุดิบเม็ดพลาสติก สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ จักรยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

รายงานข่าวจากธนาคารพัฒนาเอเชียระบุว่า ได้ทบทวนการคาดการณ์เศรษฐกิจอาเซียนลดลงมาอยู่ที่ 4.7% ส่วนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่าตลาดอาเซียน ยังเป็นเป้าหมายสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศอยู่

ส่งออกจีนโต 1%

นายสกรรจ์ แสนโสภา ผู้อำนวยการสํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจจีนปี 2566 คาดว่าจะขยายตัว 3% ขณะที่อัตราการว่างงานในเขตเมืองลดลงเหลือ 5.5% นอกจากนี้ ภายหลังจากที่นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน แถลงการณ์ในการประชุม 2 สภา ปี 2566 มีเป้าหมาย จะเร่งรัดการพัฒนารากฐาน พัฒนาระบบอุตสาหกรรมให้มีความทันสมัย

ปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งเสริมภาคการเกษตรโดยการพัฒนาประเทศจีน ไม่สามารถพัฒนาไปได้โดยแยกตัวออกจากส่วนอื่นของโลก จีนจะพยายามอย่างหนักเพื่อขับเคลื่อนการเปิดกว้างอย่างมีคุณภาพสูง และจะไม่เพียงแค่ใช้ประโยชน์จากตลาดและทรัพยากรของโลกเพื่อการพัฒนาประเทศของตนเท่านั้น แต่จะส่งเสริมการพัฒนาของทั้งโลกด้วย

“ตลาดจีนมองเป้าหมายการส่งออกโต 1% โดยกิจกรรมที่จะส่งเสริมการส่งออก เช่นผลักดันสินค้าไทยผ่าน modern trade การส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าอาหารของไทย การเจาะตลาดฮาลาล อีกทั้งจะนำทัพเอกชนบุกตลาดจีน ผ่านกิจกรรมงานแสดงสินค้าส่งเสริมสินค้าไทยผ่านแฟลตฟอร์มออนไลน์ของจีน”

ข้อมูลของธนาคารโลกคาดว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนจะฟื้นตัวสู่ 4.3% ในปี 2566 นี้ จากเดิมที่มีการคาดการณ์ 2.7% ขณะที่การประชุม 2 สภา หรือ “เหลี่ยงฮุ่ย” เวทีแถลงนโยบายสำคัญของจีน ได้ประกาศตั้งเป้าว่า จีดีพีปี 2566 นี้ จะเติบโต 5% หลังจากปีที่เศรษฐกิจจีนได้รับผลกระทบโควิด-19 จีดีพีโตแค่ 3% ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 5.5%

ราคาพลังงานกระทบตลาดอียู

นางสาวอรอนุช ผดุงวิถี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เปิดเผยว่า ข้อมูลจากคณะกรรมการบริหารสหภาพยุโรป คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2566 (อียู-สมาชิก 27 ประเทศ) คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 0.9% เพิ่มจากคาดการณ์ครั้งก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะโต 0.3% โดยต้องจับตาอัตราเงินเฟ้อ ราคาก๊าซธรรมชาติ ที่เป็นปัจจัยกระทบต่อเศรษฐกิจ

แผนผลักดันการส่งออก สำนักงานเตรียมกระตุ้นส่วนแบ่งการตลาดให้ข้าวหอมมะลิไทย ผ่านการทำ Thai Hom Mali Branding ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว สร้างความรับรู้ต่อเครื่องหมาย Thai SELECT และทำ online cooking จัดแฟชั่นโชว์ร่วมกับ Vienna Fashion Week อีกครั้งเป็นปีที่ 14

ผลักดันงานหัตถกรรมพรีเมี่ยมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Meistyerstrasse.com เป็นแพลตฟอร์มสินค้าหัตถกรรมพรีเมี่ยมของยุโรป โดยมี headquarter อยู่ที่ออสเตรีย ทูตพาณิชย์ร่วมมือกับทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการผลักดันสินค้าไทยที่ได้รับมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยและยุโรป เป็นต้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปยุโรป ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และหม้อแปลงไฟฟ้า ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น

สหรัฐส่งออกโต 9%

นายชวนล ผิวนิล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ประจำไมอามี สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ภาคเอกชนสหรัฐมีมุมมองในทิศทางเดียวกันว่า GDP ของสหรัฐ จะชะลอการขยายตัวตั้งแต่ต้นปี 2566 เนื่องจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ และจะเริ่มกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 ภายหลังจากภาวะเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวลง

จากที่ธนาคารกลางสหรัฐลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจหลายภาคส่วนที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยเริ่มกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง คาดการณ์ว่า GDP สหรัฐ (เฉลี่ยทั้งปี) จะขยายตัวเพียง 0.7% ในปี 2566 และจะกลับมาเพิ่มขึ้นเป็น 0.9% ในปี 2567

ภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐจะยังคงสูงกว่าที่ธนาคารกลางสหรัฐต้องการที่ 2% ต่อไปอีกตลอดปี 2567 และจะกลับมาใกล้เคียงที่ 2% ภายในปี 2569 และคาดการณ์การว่างงานจะเพิ่มสูงขึ้นจาก 3.6% ในปลายปี 2565 เป็น 5.1% ในปลายปี 2566 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.5% ในปลายปี 2570

อย่างไรก็ตาม สคต.สหรัฐวางเป้าหมายการส่งออกตลอดทั้งปี 2566 เท่ากับปีที่ผ่านมา ขยายตัว 9.1% ที่มีมูลค่า 47,512 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาสที่ 1 (ม.ค.-ก.พ. 66) ไทยส่งออกได้ 42,625.75 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 7.23% จากช่วงเดือนเดียวกันของปี 2565 ที่มีมูลค่าการส่งออก 44,700.34 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยสินค้าเกษตร ติดลบ 13.51% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการส่งออกข้าว ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีมูลค่าส่งออก 96.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 7.48% จากปริมาณการนำเข้าในปีที่ผ่านมาที่มีการนำเข้ามาก ส่งผลให้ยังมีสต๊อกข้าวคงเหลือรอการจำหน่ายอีกจำนวนมาก จึงยังไม่มีคำสั่งซื้อก่อนหน้านี้ ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม ติดลบ 31.42% ส่วนประกอบในการผลิต ติดลบ 4.94%

สำหรับสินค้าที่มีการส่งออกไปยังสหรัฐ มูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลและชิ้นส่วน สินค้าจากยางธรรมชาติ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ และส่วนประกอบ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ

“แนวทางส่งออกไปตลาดสหรัฐ ในช่วงไตรมาส 2-ไตรมาส 4 หากเป็นไปตามที่หลายภาคส่วนได้คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐว่าจะถดถอยในช่วงหลังไตรมาส 2 ดังนั้นการส่งออกสินค้าไทยมายังสหรัฐ ในไตรมาส 2-4 เมื่อเทียบกับการนำเข้าในช่วงเวลาเดียวกันตลอดทั้งปีของ 2565 แล้ว คาดการณ์ว่าการนำเข้าสินค้าไทยจะปรับตัวลดลง

และเมื่อเทียบกับมูลค่าการนำเข้าจากสหรัฐ ที่คาดว่าจะมีการนำเข้าที่เพิ่มมากขึ้นในสินค้าหลายประเภท เช่น น้ำมันดิบ เครื่องจักรกลและชิ้นส่วน แผงวงจรไฟฟ้า ผักและผลิตภัณฑ์จากผัก และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น อาจจะส่งผลให้ดุลการค้าของไทยที่เคยมีต่อสหรัฐปรับตัวลดลง และอาจขาดดุลการค้าได้ในปี 2566”

สคต.มีแผนกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกของกรมในตลาดสหรัฐ ประกอบด้วย 1.โครงการส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ 2.โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์ข้าวไทยและผลิตภัณฑ์จากข้าว 3.โครงการเจาะตลาดกลุ่มฮิสแปนิกและเอเชียในสหรัฐ 4.นำคณะผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในสหรัฐ (อาหาร/อัญมณีและเครื่องประดับ/สินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย/สินค้าสัตว์เลี้ยงและอาหารสัตว์เลี้ยง)

5.การเชิญผู้นำเข้าสหรัฐเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศไทย โดยเฉพาะงานแสดงสินค้าที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน และ 6.จัด Online Business Matching สินค้าที่ตลาดสหรัฐมีความต้องการ และที่ผู้ส่งออกไทยต้องการขยายตลาดมายังสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลสรุปและแผนงานการผลักดันการส่งออกปี 2566 ในที่ประชุมทูตพาณิชย์ว่า ไทยจะฝ่าคลื่นลมปัจจัยลบในตลาดโลก ในปีนี้เพื่อผลักดันการส่งออกให้ขยายตัวเป็นบวกได้หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...