โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธ.ทหารไทยธนชาต หรือ TTB หุ้นแบงก์ปันผลดี นักวิเคราะห์คาดปี 66 ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 4%

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 03.42 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2566 เวลา 14.22 น. • ศุภมาศ ศรีขำ

หุ้นปันผลสัปดาห์นี้พบกับหุ้นธนาคารตัวสุดท้ายที่ติดอันดับในดัชนี SETHD อย่าง TTB หรือ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ซึ่งที่ผ่านมามีประวัติจ่ายปันผลสม่ำเสมอ อีกทั้งยังให้อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ในระดับสูง ขณะเดียวกันกำไรสุทธิในปี 2566 มีแนวโน้มจะเติบโตตามค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรองที่ลดลง
โดย TTB มีประวัติจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ต้นปี 2566 จนถึงปัจจุบันมีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) อยู่ที่ 5.03% และข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ปี 2560 ถึง 2565 ธนาคารจ่ายปันผลทั้งหมด 8 ครั้ง รวมเป็นเงิน 0.33% บาท
ปัจจุบัน TTB มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 140,327.60 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 9.89 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 2 พ.ค. 66) โดยราคาหุ้นวันที่ 2 พ.ค. 66อยู่ที่ 1.45 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.84% จากช่วงต้นปี
ขณะที่มุมมองของนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ปี 2566 ธนาคารจะจ่ายเงินปันผลที่ 0.06 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 4.4% ส่วนปี 2566 คาดจะจ่ายเงินปันผลที่ 0.07 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 4.8%
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานฝ่ายวิเคราะห์ ระบุว่า คาดแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 2/66จะปรับขึ้นต่อทั้งจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า หนุนจากความต้องการสินเชื่อในกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่เร่งตัวขึ้น, ความนิยมของสินเชื่อกลุ่ม Cash Your Home และ Cash Your Car, การขยายสินเชื่อในกลุ่ม Digital Loan และการทำ Cross Selling บนฐานลูกค้าสินเชื่อประเภทต่างๆ
ส่วนการตั้งสำรองมีแนวโน้มจะชะลอตัวลงและทรงตัวในระดับที่ต่ำกว่าปีก่อน เนื่องจากปัจจุบันลูกหนี้เริ่มมีความสามารถในการชำระเงินคืนสูงขึ้น ประกอบกับทิศทางเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้คาดว่าระดับ Credit Cost ของ TTB จะลดลงเหลือ 1.26% จาก 1.33% ในปี 2565
ด้าน NIM คาดยังมีแนวโน้มปรับลง จากการขยับขึ้นของต้นทุนทางการเงินที่จะมีผลต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี สอดรับกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้จะทำได้ช้ากว่า เพราะพอร์ตสินเชื่อหลักของบริษัทเป็นดอกเบี้ยคงที่ (สินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อส่วนบุคคล) ฝ่ายวิเคราะห์จึงยังคงคาดว่าทั้งปี 2566 TTB จะมีกำไรสุทธิ 15,132 ล้านบาท โต 6.6%จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์มองช่วงสั้นตลาดมีโอกาสตอบรับเชิงบวกจากผลดำเนินงานไตรมาส 1/66 ที่ดีกว่าคาด แต่ด้วยราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside เหลือไม่มาก จากมูลค่าพื้นฐานเดิมปี 2566ที่ 1.56บาท ทำให้มองว่า Upsideของราคาหุ้นค่อนข้างจำกัด จึงคงคำแนะนำเพียง “เก็งกำไร”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...