โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ประเมินมูลค่าเหรียญ DeFi ในมุมของ Value Investor

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 พ.ค. 2565 เวลา 05.01 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2565 เวลา 04.59 น.

Decentralized Finance หรือ DeFi เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางการเงินบนโลกบล็อกเชนที่จะมาช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้อย่างเท่าเทียมโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ขอเเค่มีอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ทำให้ DeFi เป็นแหล่งของผลิตภัณฑ์การลงทุนรูปใหม่ๆ นอกเหนือจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบดั้งเดิม อย่างพันธบัตร หุ้น และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งการลงทุนใน DeFi ส่วนใหญ่จะทำลงทุนผ่านการซื้อเหรียญของแพลตฟอร์มนั้น ไม่ว่าจะซื้อเพื่อถือไว้อย่างเดียว, ซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น หรือนำไปใช้ประโยชน์บนแพลตฟอร์มก็ตาม แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเหรียญของแพลตฟอร์มนั้น มีคุณค่ามากพอที่ทำให้เราสามารถถือได้อย่างสบายใจ เพราะ DeFi ไม่ได้มีโครงสร้างธุรกิจแบบดั้งเดิม ที่สามารถใช้การประเมินพื้นฐานเหมือนกับการวิเคราะห์หุ้นได้อย่างตรงไปตรงมา บทความนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการประเมินมูลค่าเหรียญของ DeFi ด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงพื้นฐานเบื้องต้น เพื่อประเมินศักยภาพของแพลตฟอร์มว่าสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคตหรือไม่?

ปัจจัยสำคัญในการวิเคราะห์ DeFi

ในการประเมินมูลค่าในเชิงพื้นฐานจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินดั้งเดิม อย่างหุ้น โดยมากนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) จะวิเคราะห์งบการเงิน เพื่อประเมินศักยภาพของบริษัทในอนาคต โดยงบการเงินจะช่วยแสดงรายละเอียดให้เห็นถึงสินทรัพย์, สัดส่วนผู้ถือหุ้น, ค่าใช้จ่ายของบริษัท, กระแสเงินสดของการดำเนินธุรกิจ, กำไรขาดทุน ว่าอยู่ในโซนที่เป็นดี หรือใกล้วิกฤต ซึ่งถ้างบการเงินเล่าให้เกิดเรื่องราวในเชิงบวก เช่น ไตรมาส 3 ของหุ้น AOT มีกำไรสุทธิ บวกถึง 60% เทียบกับปีที่แล้ว และบวกถึง 35% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เป็นต้น เรื่องราวเหล่านี้จะสะท้อนไปยังราคาหุ้น AOT ในตอนนั้นทันที และยิ่งสามารถคงระดับเรื่องราวเชิงบวกจากงบแบบนี้ไว้ได้แล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ราคาหุ้นจะไม่ขึ้น

แต่กับ DeFi เราไม่มีข้อมูลจากงบการเงินแบบหุ้นไว้ใช้ในการประเมิน ฉะนั้นปัจจัยที่พอจะสามารถใช้ในการเล่าให้เห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มเหล่านั้นว่าดีหรือไม่ ผู้เขียนได้รวบรวมปัจจัยสำคัญเบื้องต้นในการพิจารณาดังต่อไปนี้

Project Detail : ถือเป็นประตูด่านเเรกสำหรับการประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัล เราจะต้องทราบก่อนว่าโปรเจกต์ DeFi ที่กำลังจะลงทุน เขากำลังสร้างอะไร เพื่อแก้ปัญหาสิ่งไหน ด้วยวิธีการอะไร จากการศึกษาผ่าน Whitepaper

Team : ถ้าเรารู้ว่าทีมผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์เป็นใคร มีประวัติและผลงานที่เกี่ยวข้องมามากน้อยขนาดไหน ทักษะในการเขียนโปรแกรมเป็นอย่างไร มีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์การเงินที่ดีหรือไม่ รวมถึงระดับความจริงใจ ลักษณะนิสัย และความน่าเชื่อถือจากการออกสื่อในแต่ละรอบ จะช่วยทำให้เราสามารถประเมินศักยภาพของโปรเจกต์ได้ เปรียบเทียบทีม DeFi ได้กับการทำสตาร์ทอัพรูปแบบหนึ่ง การมีทีมที่เก่งและมีการจัดการที่ดี ย่อมสามารถขับเคลื่อนแพลตฟอร์มและสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพออกมาได้นั่นเอง

Tokenomics : หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญอันดับต้นของการประเมิน DeFi คือ เศรษฐศาสตร์โทเคน ซึ่งการลงทุน DeFi เราทำได้จากการลงทุนผ่านเหรียญหรือโทเคนของแพลตฟอร์ม โดยต้องยอมรับร่วมกันอย่างหนึ่งว่าเหรียญหรือโทเคนไม่เหมือนกับหุ้น เพราะ DeFi ไม่ใช่ธุรกิจ เราไม่ได้ซื้อโทเคนแล้วสามารถเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มได้ตามสัดส่วนของโทเคนที่เราถือ ฉะนั้น Tokenomics นี้เองจะเป็นตัวบอกว่าโทเคนของเรา ถูกสร้างขึ้นได้อย่างไร, มีคุณประโยชน์ใช้ทำอะไรได้บ้าง, มี Market Size ใหญ่แค่ไหน, มีอุปทานของเหรียญทั้งหมดที่คาดว่าจะถูกปล่อยออกมาในระบบเท่าไหร่, มีมูลค่ามาจากการควบคุมกลไกในเชิงปริมาณแบบไหนตามหลักอุปสงค์และอุปทาน, อัตราการเฟ้อของเหรียญมีเท่าไหร่ สุดท้ายเหรียญถูกแจกจ่ายไปยังผู้ถือส่วนไหนบ้าง และมีการเปิดระบบขายโทเคนแบบยุติธรรมหรือไม่

Community : ชุมชนผู้ที่สนใจ และคอยผลักดันโปรเจกต์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลบนโลกโซเชียล, การเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบระบบ (Testnet), ช่วยตรวจตัวคำสั่งของสัญญาอัจฉิรยะ (Audit code) รวมไปถึงการเสนอแนวคิดที่น่าจะเป็นประโยชน์ให้กับแพลตฟอร์ม ซึ่งยิ่งชุมชนของโปรเจกต์สามารถแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์ และสื่อไปยังคนข้างนอกได้ดีเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสร้างผลในเชิงบวกกับโปรเจกต์มากเท่านั้น แต่หากตรงกันข้ามก็อาจจะกลายเป็นหายนะของโปรเจกต์ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะชุมชนที่เชียร์โทเคนหรือเหรียญในเชิงราคาอย่างเดียวแบบนี้อาจจะต้องระวังเป็นพิเศษ

Crypto Metrics : มาตรวัดที่ถูกใช้กันทั่วไปบนโลก DeFi และคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อใช้เป็นตัวสะท้อนการเติบโตของแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Market Capitalisation, Volume Trade 24hr, Total-Value-Locked (TVL), Price, Active Address, จำนวนผู้ใช้ (Number of Users), All-time-high, All-time-low เป็นต้น

Business Model : อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ส่งผลถึงความยั่งยืนของแพลตฟอร์ม คือ โมเดลธุรกิจ โดยเราต้องเข้าใจว่า DeFi นี้มีการสร้างผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหาให้กับโลกการเงินจริงหรือไม่, สร้างรายได้เข้าแพลตฟอร์มด้วยวิธีไหน, มีการเติบโตอย่างยั่งยืนหรือไม่, มีต้นทุน รวมถึงค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในระบบไหม และมีการชำระค่าใช้จ่ายพวกนี้ด้วยวิธีการไหน การที่เราเข้าใจ Business Model ของโปรเจกต์ จะช่วยให้เรารู้ว่าโปรเจกต์นั้นๆ ทำอะไร เห็นถึงจุดอ่อน จุดแข็ง และความยั่งยืนของโปรเจกต์ได้

Use Case : ในที่นี้จะเน้นไปยังการประยุกต์ไปใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมจริง (Real Sector) ซึ่งมันจะสอดคล้องกับ Business Model ด้านบน ที่จะต้องถูกออกแบบมาให้สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงได้แต่แรกด้วย เช่น แพลตฟอร์มที่เคลมว่ามีค่าธรรมเนียมที่ถูก แต่เมื่อเทียบกับอัตราการใช้บนระบบการเงินแบบดั้งเดิมกลับแพงกว่า ก็ไม่สามารถสร้างกรณีใช้งานที่ดีกว่าโลกการเงินปัจจุบันได้ หรือแม้แต่แพลตฟอร์มที่เคลมเรื่องความสะดวกสบายผ่านการใช้สกุลเงินดิจิทัลให้สามารถใช้ได้ในชีวิตจริง ก็ต้องมาดูว่าทำได้ดีกว่าของเดิมอย่างธนาคารที่ทำอยู่หรือเปล่า เป็นต้น ยิ่งแพลตฟอร์มมีอัตราการแจกรีวอร์ดเพื่อใช้เป็นแรงจูงใจลดลง แต่อัตราผู้ใช้มากขึ้นอย่างมีนัยยะ แพลตฟอร์มก็จะสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนแน่นอน

Holder Benefits : ประโยชน์จากการถือเหรียญมีอะไรบ้าง ส่วนใหญ่ที่พบในตลาดจะมีสิทธิในการโหวตเพื่อกำหนดทิศทางของแพลตฟอร์ม, ให้สิทธิ์พิเศษเวลาใช้งานแพลตฟอร์ม เช่น ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมที่ถูกลง เป็นต้น, การแจกรีวอร์ดจากกำไรที่เกิดขึ้นจากโมเดลธุรกิจของแพลตฟอร์ม คล้ายกับปันผลหุ้น (ปัจจุบันยังไม่มีรูปแบบนี้), Buyback Mechanism เป็นการนำกำไรที่ได้จากการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มไปซื้อเหรียญคืนในตลาด ไม่ว่าจะเพื่อใช้ในการเผาเหรียญในระบบเพื่อลดอุปทานของเหรียญ หรือเพื่อซื้อไปแจกเป็นรีวอร์ดให้กับผู้ใช้ที่กำไร staking อยู่ เป็นต้น ซึ่งผลประโยชน์เหล่านี้ต่างเป็นผลดีและจูงใจให้นักลงทุนอยากจะซื้อเหรียญ และเข้ามาใช้ระบบมากขึ้นนั่นเอง

ทั้งหมดนี้เป็นหลักการเบื้องต้นในวิเคราะห์แพลตฟอร์ม DeFi ด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงปัจจัยพื้นฐาน อย่างไรก็ตามยังมีข้อมูลอีกหลายมุมที่นักลงทุนจำเป็นต้องศึกษาโดยพิจารณาจากรูปแบบโปรโตคอลของแพลตฟอร์ม รวมไปถึงคู่แข่งที่ทำโปรโตคอลที่มีลักษณะคล้ายกันประกอบเพื่อช่วยในการตัดสินใจด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะสามารถใช้ต่อยอดเพื่อศึกษามุมมองเชิงลึกอื่นๆ ได้ไม่มากก็น้อย

References :

[1] The DeFi Economyst 1.0: Course A

[2] Tokenomics

[3] How to DYOR

[4] How to evaluate DeFi

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...