โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิธีมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำ ให้แก่ชาวบ้านแหลมทราย ม.6 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

77kaoded

เผยแพร่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 10.20 น. • 77 ข่าวเด็ด

พิธีมอบใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำ ให้แก่ชาวบ้านแหลมทราย ม.6 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

อันสืบเนื่องมาจากตามที่คณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 32/2560 เรื่องการบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชนในกรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ เพื่อไม่ให้การบังคับใช้พระราชบัญญัติการเดินเรือในน้ำไทย ฉบับที่ 17 พ.ศ. 2560 ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อสังคมโดยรวม

เนื่องจากเมื่อปีพศ.2560 คสช. ได้ออกคำสั่งที่ 36/2560 เรื่องการบรรเทาความเสียหาย
ให้แก่ประชาชนที่ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ที่ไม่ได้อนุญาต โดยให้สามารถแจ้งการครอบครองสิ่งล่วงล้ำลำน้ำต่อกรมเจ้าท่า เพื่อพิจาณาอนุญาตไว้ โดยสำหรับภูเก็ต ในพื้นที่บ้านแหลมทราย ต.เทพกระษัตรี อ. ถลาง จ.ภูเก็ต มีกลุ่มชาวบ้าน
ประชาชนได้มาจดแจ้งครอบครองสิ่งล่วงล้ำลำน้ำทั้งหมด 34 ราย ซึ่งสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา 48 ภูเก็ต ได้ดำเนินการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของประกาศกระทรวงคมนาคมแล้ว ได้ให้การอนุญาตใน
ห้วงแรก จำนวน 14 ราย ไม่อนุญาตและสั่งรื้อถอนสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ซึ่งกลุ่มที่ไม่ได้รับอนุญาต ได้ใช้สิทธิ์ทางปกครองขออุทธรณ์คำสั่งรื้อถอนต่อสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต แต่เนื่องจากขาดการยื่นอุทธรณ์ ยังขาดเอกสารสำคัญในการรับรองปี พ.ศ. ของสิ่งปลูกสร้างฯ ทำให้ถูกยกเลิกอุทธรณ์ทั้งหมด และต้องไปใช้สิทธิ์ทางศาลปกครอง แต่หลังจากนั้นได้มีการผลักดัน ร่วมกันแก้ไขปัญหาของหน่วยงานต่างๆ ทั้งฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต

ด้านสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรมเจ้าท่าและกระทรวงคมนาคม และที่สำคัญยิ่งสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเทพกระษัตรี ได้ออกหนังสือรับรองปี พ.ศ. ให้กับกลุ่มชาวบ้านผู้เดือดร้อน ทำให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต สามารถนำเรื่องต่างๆกลับมาพิจารณาเพื่อออกใบอนุญาตให้พี่น้องชาวบ้านแหลมทราย ได้ใช้สิ่งปลูกสร้าง ล่วงล้ำลำน้ำที่ถูกกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยฯ ต่อไป

ด้านนายสุชาติโยธารักษ์ ชาวบ้านผู้ต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์ จากนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนทำการต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์เป็นตัวแทนของชาวบ้านมาตั้งแต่ปี 2560 แต่เรื่องถูกดองไว้ไม่ทราบว่าติดอะไรหลายครั้งที่ตนเข้าร่วมประชุมกับจังหวัดภูเก็ตหลายครั้งที่ผมเข้าร่วมกับคณะกรรมการหรือคณะรัฐมนตรีที่ลงมาประชุมที่จังหวัดภูเก็ต ตนก็ขอเข้าร่วมประชุมด้วยและชี้แจงเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านที่อาศัยกันอยู่ในบริเวณนี้มาช้านานบางคนอยู่ตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่ารุ่นตารุ่นยายมาจนถึงทุกวันนี้เป็นรุ่นหลังแล้ว

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของตนเริ่มขึ้นเมื่อปี2560 ตนไม่รู้จะทำอย่างไรจึงทำหนังสือเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อขอที่ทำกินที่อยู่อาศัยเพราะเราเป็นชาวประมงต้องทำมาหากินกับน้ำและเป็นความโชคดีของชาวบ้านในแหลมทราย 34ครอบครัวที่ทางรัฐบาลได้มีมติให้กรมเจ้าท่าตรวจสอบสิทธิ์ของชาวบ้านถ้าชาวบ้านครอบครัวใดมีการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนอาศัยอยู่ก่อนปี 2537 ก็จะได้สิทธิ์ครอบครองและอยู่อาศัยต่อไปส่วนคนที่ปลูกบ้านหลังจากปี2537 ก็ต้องถูกถอนออกไปตามคำสั่งของคณะ คสช.

ต่อมาชาวบ้านได้มีการพิสูจน์สิทธิ์บ้านที่ขออนุญาตปลูกสร้างหลังปี 2537 ว่าบ้านทุกหลังที่อยู่ในบ้านแหลมทราย หมู่ที่6 นี้ปลูกมาก่อนที่จะมีประกาศปี 2537 จึงทำให้เทศบาลตำบลเทพกระษัตรี ทำหนังสือรับรองให้ชาวบ้ามทราย 34 ครอบครัวเป็นผู้อยู่มาก่อนประกาศปี 2537 ทุกครอบครัวจึงได้สิทธิ์อยู่อาศัยในที่ปลูกสร้างเดิม โดยไม่ต้องย้ายออก

และวันนี้ 27 พฤษภาคม 2565 เวลา 11:00 น.กรมเจ้าท่า จังหวัดภูเก็ต ได้ทำพิธีมอบใบอนุญาตการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำให้กับประชาชนบ้านแหลมทราย หมู่ที่6 จำนวน 34 ครอบครัว ให้ปลูกสร้างหรืออยู่อาศัยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

ด้านนส.สุดใจ ภูเขาทอง อายุ 43 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับมอบหนังสือสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ หมู่บ้านแหลมทราย หมู่ที่ 6 ต.เทพกษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวว่าตนร่วมกับชาวบ้านช่วยกันต่อสู้ ที่อยู่อาศัย ที่ทำกินกันมาตั้งแต่ก่อนปี 2537 จนถึงปัจจุบัน วันนี้ตนดีใจมากที่ทางกรมเจ้าท่าจังหวัดภูเก็ตได้ออกใบอนุญาตให้ตนสามารถที่จะอยู่อาศัยในอาคารที่ปลูกรุกล้ำลำน้ำได้อย่างถูกกฎหมาย ที่ผ่านมาการต่อสู้ยากลำบากมากกว่าจะได้มา ตนและชาวบ้านทุกคนจะรักษาไว้เพื่อให้ตกทอดไปถึงลูกหลานรุ่นต่อๆไป

ด้าน นายณชพงศ ประนิตย์ ผู้อำนวยการ สนง. เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต กล่าวว่า โครงการนี้ก็สืบเนื่องจากปี 2560จากคำสั่งคสช มีแนวความคิดที่จะจัดระเบียบน่านน้ำทั่วประเทศที่ไม่ได้มีการออกใบอนุญาตก็เลยมีคำสั่งคสชที่ 32/60ให้ผู้ที่ปลูกสิ่งก่อสร้างที่ล้ำน่านน้ำทั่วประเทศต่อสำนักงานเจ้าท่าทั่วประเทศก็โฟกัสมาที่บ้านแหลมทรายของจังหวัดภูเก็ตเมื่อปี 60 ก็มีผู้มายื่นเรื่องตามหลักเกณฑ์ประกาศของกระทรวงคมนาคมก็มายื่นทั้งหมด 48 รายก็เมื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาแล้วก็ได้รับอนุญาต 14 รายรอบแรกมีใบอนุญาตครบตามกฎหมายกำหนดและเหลืออยู่ 34 รายเอกสารต่างๆไม่มีไม่ว่าจะเป็นทะเบียนบ้านเอกสารรับรองท้องถิ่นต่างๆก็ไม่มีเเละการติดตั้งมิเตอร์น้ำไฟฟ้าเอกสารต่างๆก็ไม่มีไม่สามารถระบุได้ว่าบ้านหลังนี้ทางเอกสารทางราชการไม่มีและก็ได้มีคำสั่งรื้อถอนแต่ว่าให้ใช้สิทธิ์พิจารณาอุทธรณ์ภายใน 15 วันก็ได้มีการยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดแต่เอกสารตามกฎหมายไม่มีแต่ก็ให้สิทธิ์ทั้งผู้ที่ไปยื่นศาลอุทธรณ์ทั้ง 34 รายภายใน 90 วันก็เลยทำให้สิทธิ์ตรงนั้นขาดไป ทางกรมเจ้าท่าเองก็ไม่มีทางอื่นก็ต้องมีการดำเนินคดีและมีคำสั่งรื้อถอนต่อไปและก็ได้มีกลุ่มผู้นำของชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้านและผู้นำท้องถิ่นทางนายกทางกำนันทุกภาคส่วนที่จะหาทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าวไหนจะต้องมีเรื่องผลกระทบของมลพิษทางเสียงทำอะไรก็ไม่ได้ก็เลยมีการที่จะยื่นไปไม่ว่าจะเป็นศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ตสำนักงานนายกรัฐมนตรีครม สัญจรที่มาภูเก็ตเมื่อปลายปี 63 และก็ไปที่กรมเจ้าท่าทั้งรัฐมนตรีต่างๆก็จะหาทางพยายามช่วยกัน ก็สุดท้ายแล้วมาที่ทาง
อบต.เทพกระษัตรีก็ได้มีการประชุมสภาเเละพอประชุมสภาเสร็จก็ได้มีมติออกมาเป็นหนังสือรับรองสิ่งที่ปลูกสร้างสิ่งล้ำน่านน้ำต่างๆก็มายื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ผมเจ้าท่าเจ้าท่าเมื่อได้พบหลักฐานเอกสารใหม่ต่างๆก็มีการพิจารณาทบทวนมันมีการพบเอกสารหลักฐานใหม่ก็จะยกเลิกให้สู่กระบวนการใหม่หมดเลยเพราะใช้เวลาที่จะดำเนินการต่อเนื่องมาเอกสารแต่ละอย่างก็เยอะแยะไปหมดจนมาถึงวันนี้ทั้งหมด 34 รายเป็นร้านอาหาร 2 ราย ห้ามขายต่อที่ดินเด็ดขาดแต่สามารถปรับปรุงให้สวยงามได้ซ่อมแซมได้ยกให้สูงขึ้นนิดนึงก็ได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอยู่ในกรอบเดิมแต่ก่อนที่จะดำเนินการให้มายื่นเรื่องที่เจ้าท่าก่อนให้พิจารณาว่าจะต้องทำยังไงบ้างจะได้กำกับดูแลว่าท่านทำตามจริงตามนี้ไหมและสุดท้ายท้ายสุดท่านก็จะต้องเสียค่าตอบแทนให้กับทางเทศบาลเทพกษัตรีด้วยคือการเสียภาษีคือตามกฎหมายคือตารางเมตรละ 5 บาทต่อปีและก็ให้ถือตามปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...