ผัวสุดทน แฉแชตลับ เมียคุยพระดังสายมูเชิงชู้สาว จับได้ถูกขอเลิก
21 ก.ค. 2568 สามีรายหนึ่ง รับข้าราชการระดับหัวหน้า หอบหลักฐาน 100 กว่าหน้า ร้องขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าว หลังไปพบว่าพระดังสายมู คุยกับภรรยาของตนเอง
โดยในแชทระบุชัดเจนลักษณะ เกี่ยวเกี้ยวพาราสี (เชิงชู้สาว) ฝ่ายหญิง โดยพระรูปดังกล่าวเปิดสำนักสงฆ์อยู่ใน อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร หลังฝ่ายชายจับได้ ฝ่ายหญิงขอเลิกราทิ้งลูกให้ฝ่ายชายดูแลอีก 2 คน
นาย ก๊อบ อายุ 58 ปี เล่าว่า ภรรยาตนอายุ 50 ปี รู้จักกับพระรูปดังกล่าวพร้อมกันกับตนเองประมาณ 4 ปี ตอนไปทำบุญที่สำนักสงฆ์ ต่อมาก็เข้าไปทำบุญที่สำนักสงฆ์ตลอดมา จนเมื่อปี 2567 ภรรยาของตนเองได้ขอไปธุระกับพระที่ประเทศลาว ตนเองก็ให้ไปด้วยความเร่งรีบภรรยาลืมปิดโน๊ตบุ๊ค ตนเองหวังดีจะไปปิดให้เลยเจอแชตดังกล่าว
ต่อมาได้ไปถามทางพระรูปดังกล่าวก็ยอมรับว่า "คุยจริง" จึงได้ทำการไปร้องที่คณะฝ่ายปกครองของอำเภอ แต่ไม่มีความคืบหน้าเลยต้องหอบหักฐานมาร้องที่สํานักงานพระพุทธศาสนามุกดาหาร เพื่อให้ทำการสอบแล้วลงโทษทางวินัยพระรูปดังกล่าว
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2568 ทางหน่วยงานที่เกี่ยวของได้เชิญทั้งสองฝ่ายมาทำการสอบสวนอีกครั้งที่ วัดวัดพุทธนคราภิบาล ตำบลน้ำเที่ยง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งการร้องในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยเป็นการอุทธรณ์ของฝ่ายสามี เพราะผลการสอบครั้งแรกเมื่อปี 2567 ไม่เป็นที่ไม่พึ่งพอใจ โดยผลรอบก่อน ทางพระรูปดังกล่าว ยอมรับบทสนทนานี้ "เป็นความจริงบางส่วน"
หลังจากสอบเสร็จทางคณะกรรมการ ได้ชี้โทษมูลความผิดตามพระธรรมวินัยแล้วว่า ให้เจ้าตัวไปเข้าฐานะวิถีปริวาสกรรม (ชำระศีลของตนให้บริสุทธิ์) หลังจากออกพรรษาแล้ว ตามหลักพระธรรมวินัยที่ได้ประพฤติผิด ซึ่งทางผู้ร้องต้องการให้มีการสอบทั้งสองฝ่ายเพราะครั้งแรกนั้น พระให้การแต่ฝ่ายเดียว สิ่งที่ต้องการคือ ให้พ้นจากสังกัดมุกดาหารและสึกไปก็น่าจะดี
นอกจากนี้ยังได้รับการยืนยันจาก นาย ธนะเมฐ์ เพชรวงค์รชตะ นายก อบต. หนองเอี่ยน สถานที่สร้างสำนักสงฆ์ของรูปนี้ ที่สร้างบริเวณแกะกลางน้ำ ซึ่งยังบุกรุกที่ของ อบต. ซึ่งได้มีการสั่งให้ย้ายออกแล้ว โดยหลังจะสอบทั้งสองฝ่ายเสร็จแล้ว ทางคณะกรรรมการจะมีการแจ้งผลการสอบอีกครั้งซึ่งยังไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง