โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บทวิเคราะห์ ส่งเสริมความสัมพันธ์จีน-ไทยให้ขึ้นสู่ระดับใหม่

China Media Group

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 02.31 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 02.31 น.

บทวิเคราะห์ ส่งเสริมความสัมพันธ์จีน-ไทยให้ขึ้นสู่ระดับใหม่

ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับไทย ทุกภาคส่วนของทั้งสองประเทศได้จัดกิจกรรมรำลึกและเฉลิมฉลองกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีคำขวัญร่วมกันว่า “จีน-ไทยร่วมใจ สู่อนาคตร่วมกัน” การส่งเสริมความสัมพันธ์จีน-ไทยให้ก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่อย่างต่อเนื่องได้กลายเป็นเสียงจากใจร่วมกันของทั้งสองฝ่าย และเป็นทิศทางของทั้งสองประเทศในการใช้ความพยายามร่วมกันในระยะยาว

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทยมีรากฐานอันยาวนาน ประชาชนทั้งสองประเทศมีประวัติการไปมาหาสู่กันฉันมิตรมายาวนานนับพันปี นับตั้งแต่มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี ค.ศ. 1975 ความร่วมมือฉันมิตรในทุกด้านระหว่างจีนกับไทยได้พัฒนาอย่างคึกคัก ทั้งสองฝ่ายต่างนิยมหยิบยกวลี “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” มาเปรียบเปรยความสัมพันธ์จีน-ไทย ซึ่งความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนี้หาได้ยากยิ่งในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอื่น ๆ ทางการจีนยังมักจะสรุปความสัมพันธ์จีน-ไทยด้วย 3 ประโยค อันได้แก่ “เพื่อนบ้านที่ดีที่เชื่อมถึงกันทั้งภูเขาและแม่น้ำ”, “ญาติสนิทร่วมสายโลหิต”, และ “หุ้นส่วนที่ดีที่มีอนาคตร่วมกัน”

ในช่วงเวลายาวนานที่ผ่านมา แม้ทั้งสองประเทศมีระบบสังคมที่แตกต่างกัน และไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงเพียงใด แต่จีนและไทยยึดมั่นในหลักการเคารพซึ่งกันและกัน เสมอภาค ช่วยเหลือกันและร่วมมือกันเสมอมา ทั้งสองฝ่ายต่างสนับสนุนสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่ในการเลือกเส้นทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพการณ์ของประเทศ และสนับสนุนซึ่งกันและกันในการปกป้องผลประโยชน์หลักของตน สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงนำความผาสุกมาสู่ประชาชนของทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่ยังร่วมกันพิทักษ์เสถียรภาพ การพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคกระทั่งทั่วโลกอีกด้วย ถือเป็น “ต้นแบบแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างประเทศที่มีระบบสังคมต่างกัน” และ “ต้นแบบแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตรและความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย”

เมื่อเผชิญกับความยากลำบากและบททดสอบ ทั้งสองประเทศเข้าใจซึ่งกันและกัน และร่วมทุกข์ร่วมสุขมาโดยตลอด ยกตัวอย่างตั้งแต่วิกฤตการเงินในเอเชีย ไปจนถึงภัยสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย จากแผ่นดินไหวเวิ่นชวน ไปจนถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่างฝ่ายต่างยื่นมือเข้าช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้มิตรภาพระหว่างจีนกับไทยแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การอำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกันเป็นลักษณะที่โดดเด่นของความร่วมมือระหว่างจีนกับไทย และเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองประเทศเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของกันและกัน มูลค่าการค้าระหว่างจีนกับไทยเพิ่มขึ้นจาก 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเริ่มต้นการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นกว่า 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปัจจุบัน จีนเป็นแหล่งลงทุนรายใหญ่ที่สุดของไทย และเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของไทย จีนสนับสนุนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและการยกระดับอุตสาหกรรมของไทย พร้อมใช้ข้อได้เปรียบของตลาดขนาดใหญ่ของจีนเพื่อขยายการนำเข้าสินค้าเกษตรคุณภาพสูงจากไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองประเทศยังเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างลึกซึ้ง ขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียว อุตสาหกรรมดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น ปัจจุบันมีบริษัทสัญชาติจีนในไทยที่ได้ลงทะเบียนไว้กับสถานทูตจีนประจำประเทศไทยกว่า 1,000 บริษัท โดยส่วนใหญ่ลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง พลังงานใหม่ และการสื่อสาร ซึ่งล้วนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทย

การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการแลกเปลี่ยนของประชาชนที่มีความคึกคัก ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทยแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจีนและไทยเข้าสู่ “ยุคปลอดวีซ่า” ระหว่างกันเมื่อปี 2024 ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนของประชาชนและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศกำลังก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง ปัจจุบัน “กระแสความนิยมภาษาจีน” ในไทยกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตามข้อมูลมีโรงเรียนในไทยมากกว่า 3,000 แห่ง เปิดสอนภาษาจีน มีนักเรียนที่เรียนภาษาจีนมากกว่า 1 ล้านคน มีครูและอาสาสมัครจากจีนเดินทางมาไทยเพื่อสอนภาษาจีนรวมแล้วมากกว่า 20,000 คน และแต่ละประเทศต่างก็มีนักเรียนแลกเปลี่ยนระหว่างกันที่กำลังศึกษาอยู่มากกว่า 30,000 คน

จีนกับไทยยังเป็นพันธมิตรที่ดีบนเวทีพหุภาคี ทั้งสองประเทศต่างก็ยืนหยัดสนับสนุนระบบพหุภาคีและการค้าเสรี สนับสนุนการเสริมสร้างความร่วมมือและความสามัคคี ต่อต้านการแบ่งแยกและการเผชิญหน้า ซึ่งได้เพิ่มพลังบวกให้กับสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคกระทั่งทั่วโลก

ความสัมพันธ์จีน-ไทยได้รับการเอาใจใส่และให้ความสำคัญอย่างสูงจากผู้นำทั้งสองประเทศและพระราชวงศ์ไทย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2022 ซึ่งเป็นการเยือนครั้งประวัติศาสตร์ โดยผู้นำสองประเทศได้เห็นพ้องต้องกันที่จะสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีนกับไทยที่มั่นคง เจริญรุ่งเรือง และยั่งยืนยิ่งขึ้น ซึ่งได้ขับเคลื่อนความสัมพันธ์เข้าสู่ยุคใหม่

เท่าที่ทราบ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการในปีนี้ ซึ่งฝ่ายจีนถือว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทย โดยฝ่ายจีนจะเตรียมการอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อให้การเยือนครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เชื่อว่าด้วยการชี้นำของผู้นำระดับสูงและความไว้วางใจซึ่งกันและกันทางยุทธศาสตร์ จะช่วยเสริมสร้างรากฐานทางการเมืองให้ความสัมพันธ์จีน-ไทยมั่นคงยิ่งขึ้น และสร้างแรงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมให้ความสัมพันธ์จีน-ไทยก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่

เขียนโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...