รบ.เล็งยกระดับโรงพยาบาลทั่วประเทศรองรับเหตุภัยพิบัติ!
รัฐบาลเตรียมความพร้อม 5 มาตรการ ยกระดับโรงพยาบาลทั่วประเทศ รองรับกรณีเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ
16 ก.ค.2568 - นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มอย่างเต็มที่ โดยได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศเร่งดำเนินการตามมาตรการป้องกันและรับมือภัยพิบัติให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้
นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า มาตรการสำคัญ 5 ประการที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำชับ ได้แก่ การทบทวนโครงสร้างระบบบัญชาการเหตุการณ์ให้เป็นปัจจุบัน, การเตรียมความพร้อมทีมปฏิบัติการฉุกเฉินด้านต่างๆ, การประเมินความเสี่ยงของสถานพยาบาล, การสำรองยาและเวชภัณฑ์ตามเกณฑ์ที่กำหนด และ การสำรวจข้อมูลกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้มั่นใจว่าการดูแลประชาชนจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ
นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้เร่งรัดการประเมินดัชนีความปลอดภัยของโรงพยาบาลในระดับสากล (Hospital Safety Index: HSI) ซึ่งครอบคลุมทั้งความเสี่ยงภัย ความปลอดภัยด้านโครงสร้างและไม่ใช่โครงสร้าง รวมถึงการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นก่อน ระหว่าง หรือหลังเกิดภัยพิบัติ ทั้งนี้ จากจำนวนโรงพยาบาลทั้งหมด 903 แห่ง ได้ดำเนินการประเมินแล้ว 650 แห่ง โดยพบว่า 517 แห่งมีค่าดัชนีความปลอดภัยระดับ A ที่สามารถให้บริการได้ตามปกติ, 130 แห่งระดับ B ที่ให้บริการได้ในระดับหนึ่ง และมีเพียง 3 แห่งที่อยู่ในระดับ C ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่สามารถให้บริการได้ในภาวะภัยพิบัติ โดยกระทรวงจะเร่งดำเนินการประเมินให้ครบถ้วนและปรับปรุงให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานต่อไป
นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า ในส่วนของการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขยังคงเดินหน้าจัดตั้งศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกในโรงพยาบาลต่างๆ โดยปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้ว 51 ศูนย์ ใน 23 มหาวิทยาลัยคู่ความร่วมมือ และมีแผนที่จะจัดตั้งเพิ่มเติมอีก 18 แห่งในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ
“รัฐบาลมุ่งมั่นพัฒนาอย่างเต็มที่ เพื่อให้ระบบสาธารณสุขของประเทศมีความพร้อมและเข้มแข็งในทุกมิติ เชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราจะสามารถก้าวผ่านทุกความท้าทาย และดูแลความปลอดภัยของประชาชนได้อย่างดีที่สุด” นางสาวศศิกานต์ กล่าว