โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AirPods Pro 2 - Apple Watch ในไทย รองรับฟีเจอร์ตรวจจับการหยุดหายใจขณะหลับ

SpringNews

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 03.23 น.

Apple ได้เปิดใช้งานฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่สำคัญ 2 ฟีเจอร์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากเปิดตัวในต่างประเทศไปเมื่อเกือบ 1 ปีที่ผ่านมาในงาน Apple Event เดือนกันยายน 2024 โดยฟีเจอร์ดังกล่าวคือ การตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea Detection) บน Apple Watch และ การเปลี่ยน AirPods Pro 2 ให้เป็นเครื่องช่วยฟัง (Hearing Aids) ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Apple ในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพของผู้ใช้งาน

Apple Watch: ตรวจจับสัญญาณภาวะหยุดหายใจขณะหลับ Sleep Apnea

ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อตรวจจับสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับปานกลางถึงรุนแรง ซึ่งเป็นภาวะที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้หากไม่ได้รับการดูแล

อุปกรณ์ที่รองรับ: Apple Watch Series 9, Series 10 และ Watch Ultra 2

วิธีการทำงาน: ผู้ใช้ต้องสวมใส่นาฬิกาขณะนอนหลับอย่างน้อย 10 คืน เพื่อให้ระบบใช้อัลกอริทึมวิเคราะห์และเรียนรู้รูปแบบการหายใจ หากระบบตรวจพบว่ามีภาวะหายใจติดขัดอย่างต่อเนื่อง จะส่งการแจ้งเตือนว่าผู้ใช้อาจมีความเสี่ยงต่อภาวะ Sleep Apnea

ผลลัพธ์และการใช้งาน: เมื่อได้รับการแจ้งเตือน ผู้ใช้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่แม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถดาวน์โหลดข้อมูลสรุปในรูปแบบไฟล์ PDF เพื่อนำไปให้แพทย์ประกอบการวินิจฉัยได้อีกด้วย

AirPods Pro 2: ก้าวสู่การเป็นเครื่องช่วยฟังและปกป้องการได้ยิน

AirPods Pro 2 ได้รับการอัปเดตครั้งใหญ่ให้เป็นมากกว่าหูฟังทั่วไป โดยเพิ่มความสามารถด้านการได้ยินที่สำคัญเข้ามาถึง 2 ส่วน

1. ฟังก์ชันเครื่องช่วยฟัง (Hearing Aids)

ฟีเจอร์นี้จะเปลี่ยน AirPods Pro 2 ให้กลายเป็นอุปกรณ์ช่วยฟังคุณภาพระดับคลินิก สำหรับผู้ที่มีภาวะสูญเสียการได้ยินระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยอาศัยชิปประมวลผลเสียงขั้นสูงและชิป H2 ในการทำงาน
การทดสอบการได้ยิน (Hearing Test): ผู้ใช้สามารถทดสอบสมรรถภาพการได้ยินของหูแต่ละข้างได้ด้วยตนเองผ่านแอปบน iPhone หรือ iPad โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที ระบบจะใช้คลื่นเสียงพิเศษเพื่อสร้างโปรไฟล์การได้ยินเฉพาะบุคคล
การตั้งค่าส่วนบุคคล: หากพบว่ามีภาวะเริ่มสูญเสียการได้ยิน ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการช่วยฟังได้อย่างละเอียด ทั้งระดับการขยายเสียง, สมดุลเสียงซ้าย-ขวา, โทนเสียง และที่สำคัญคือฟีเจอร์ เพิ่มระดับเสียงสนทนา (Conversation Boost) เพื่อให้การพูดคุยคมชัดยิ่งขึ้น

2. การลดเสียงดัง (Loud Sound Reduction)

เป็นฟีเจอร์ที่มีอยู่เดิมแต่ยังคงสำคัญอย่างยิ่ง โดยจะช่วยปกป้องการได้ยินของผู้ใช้จากสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังเกินไป ระบบจะลดความเข้มของเสียงที่เป็นอันตราย (เช่น เสียงที่ดังเกิน 85 เดซิเบล) โดยอัตโนมัติ ก่อนที่เสียงจะเข้าสู่หูของผู้สวมใส่

ความสำคัญต่อสุขภาพในระดับโลก

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า มีผู้คนกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลกที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับโดยไม่รู้ตัว และอีกกว่า 1,500 ล้านคนกำลังประสบปัญหาด้านการได้ยิน การที่ Apple นำฟีเจอร์เหล่านี้มาสู่ผู้ใช้งานในวงกว้างจึงถือเป็นก้าวสำคัญในการช่วยให้ผู้คนตระหนักรู้และเข้าถึงการดูแลสุขภาพเบื้องต้นได้ง่ายขึ้น

สรุปอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่รองรับ
เพื่อให้สามารถใช้งานฟีเจอร์สุขภาพใหม่เหล่านี้ได้ ผู้ใช้จำเป็นต้องมีอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ดังต่อไปนี้:

ฟีเจอร์ Sleep Apnea:
อุปกรณ์: Apple Watch Series 9, Series 10 หรือ Apple Watch Ultra 2
ฟีเจอร์ Hearing Aids และ Loud Sound Reduction:
อุปกรณ์: AirPods Pro 2
ระบบปฏิบัติการ: อุปกรณ์ทั้งหมดต้องอัปเดตเป็นระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุด และทำงานร่วมกับ iPhone ที่ใช้ iOS 18 หรือ iPad ที่ใช้ iPadOS 18 ขึ้นไป

สำหรับการตั้งค่าบน Mac ต้องใช้ macOS Sequoia 15.1 ขึ้นไป

ที่มา : 9to5mac

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...